เมื่อวานวันที่ ๒ ธันวาคม ๒๕๕๓  ได้มีโอกาสกลับไปเยี่ยมนักเรียนและเพื่อนครูที่โรงเรียนวิทยสัมพันธ์อีกครั้งหนึ่ง  อย่างไม่ได้ตั้งใจนัก  เพราะการไปครั้งนี้มีเจตนาไปช่วยเหลือโรงเรียนบ้านห้วยกอกพัฒนา และคนในชุมชน เกี่ยวกับการพัฒนารูปแบบโรงเรียนขนาดเล็ก  เมื่อเป็นทางผ่านจึงถือโอกาสแวะไป

        การไปครั้งนี้ได้นำเสื้อยืดโปโลไปฝากเพื่อนครูคนละ ๑ ตัว กว่าจะเลือกได้ขนาด สี และแบบให้เหมือนกันนั้นเป็นเรื่องยากมาก  จึงได้แค่เพียงใกล้เคียง  และมีขนมสำหรับเด็กเล็กน้อย  เมื่อรถแล่นเข้าไปในโรงเรียน  เพียงแค่ฉันเปิดประตูก้าวขาลงจากรถยังไม่ได้เดินแม้แต่ก้าวเดียว  เด็ก ๆ นักเรียนต่างวิ่งกรูเข้ามารุมกอด รุมรัด มะรุมมะตุ้ม  จนฉันแทบไม่ได้เดิน  มีคุณครูท่านหนึ่งมองดูอยู่และบอกว่า "เหมือนมดรุมอะไรสักอย่าง"  ไม่ว่านักเรียนหญิงหรือชาย  ส่วนมากจะเป็นนักเรียนชั้นมัธยม  ส่วนนักเรียนชั้นประถมจะแอบมาด้อม ๆ มอง ๆ และเข้ามาหา มากอดทีละคนสองคน

         ผู้ปกครองที่ทราบจากลูกหลานว่า "วันนี้ครูคิมจะมาเยี่ยมโรงเรียน" จึงมารอคอย มากอดและบางคนก็ร้องไห้ว่า "ครูคิมลาออกไปก็ไม่ได้มาบอกลา รู้สึกคิดถึง  อยากจะไปหาก็อยู่ไกลกัน"  ได้แต่พูดให้กำลังใจผู้ปกครองไปว่า "ยังรักและคิดถึงอยู่เสมอ และให้ดูแลลูกให้ดี  หากว่างก็จะมาเยี่ยมอีก"

         คุณครูทุกคนรวมทั้งผู้อำนวยการโรงเรียน  ได้เปลี่ยนเสื้อเป็นเสื้อยืดคอโปโลสีเขียวเหมือนกันทั้งทีม แม้ว่าครูจะทะยอยมากันทีละคนสองคน  แต่ก็มะรุมมะตุ้มไม่แพ้เด็กเลย  "ม๊ะ..ขอกอดให้หายคิดถึงหน่อยค่ะ"

        เด็กนักเรียนบางคนก็แสดงออกทั้งทางวาจาและทางกายสัมผัส  บางคนไม่ได้แสดงว่า "คิดถึงครู"  แต่เป็นแสดงออกทางสายตาและทางสัมผัสที่ "ซึ้งใจ" มากไม่สามารถลบเลือนได้  แม้จากมาแล้วก็ยังให้ความรู้สึกที่เกิดจากความรักอยู่ทุกเวลา เด็กชายบางคนแก้มโดนลิปสติกของครูเป็นสีเรื่อ ๆ แต่เขาบอกว่า "จะไม่เช็ดออกให้มันจางไปเอง"  นี่คือความรู้สึกบางอย่างที่เป็นความทรงจำ  นับเป็นเรื่องสำคัญที่สุดในชีวิตก็ว่าได้ในการที่ "ได้ทราบว่ามีคนรักเราถึงเพียงนี้" โดยเฉพาะเด็ก ๆ

        พวกเรานั่งทานข้าวที่ห้องเรียนชั้น ป.๓  แต่ผู้อำนวยการฯ คะยั้นคะยอว่าจะพาไปทานข้าวที่ร้านอาหารริมแก่ง  แต่ฉันอ้างว่ามันไกลและต้องใช้เวลา  อีกอย่างมีนัดหมายไว้ที่โรงเรียนบ้านห้วยกอกพัฒนา  ในที่สุดก็ไปทานข้าวที่สามแยกบ้านแยง  เมื่อถึงเวลาทานกันจริง ๆ แทบไม่มีใครแตะต้องอาหารที่สั่งจากทางร้านเลย  แต่ละคนมุ่งแต่ทานน้ำพริก ผัก ปลาย่าง และอาหารที่เตรียมมาจากบ้าน  ซึ่งวันนี้มีอาหารพิเศษที่คุณแม่ของครูโบตั๋นและครูประเสริฐสามีของครูแหววทำมาฝากฉันคือยำผักและป่นปลา

       บรรยากาศทั่วไปของโรงเรียนก็ไม่ต่างกันเหมือนกับที่ฉันเคยอยู่  เพียงแต่ว่าเริ่มเข้าสู่ฤดูหนาวเข้าหาฤดูแล้ง  ต้นไม้ใบไม้ผลัดใบหัวเกือบโกร๋น  ไม่สดชื่น  แต่หัวใจของผู้คนที่นี่ยังเต็มเปี่ยมไปด้วยน้ำใจที่ไหลเย็นและสดชื่น  ไม่แห้งแล้งเหมือนบรรยากาศ  ขอขอบคุณโอกาสที่ได้มอบความรักและความอบอุ่นให้แก่พวกเรา

       ในตอนบ่าย  ฉันก็จากลาเพื่อไปร่วมกิจกรรมกับนักเรียน ชาวบ้านห้วยกอก และครูโรงเรียนบ้านห้วยกอกพัฒนา