หลักสำคัญในการทำงานร่วมกับชาวบ้าน คนอื่นหรือหน่วยงานอื่น ซึ่งผมเคยมีประสบการณ์ทำงานร่วมกับหลายหน่วยงานทั้งระดับเล็กจนถึงระดับใหญ่นั้นและได้รับความร่วมมือและช่วยเหลืองาน กศน.ของเรามาด้วยดีโดยตลอดนั้น ผมคิดว่าสามารถนำมาใช้ในงาน กศน.ได้เป็นอย่างดี จึงอยากฝากให้ หัวหน้า กศน.ตำบล/ครูศูนย์การเรียนชุมชนฯทังหลายผู้เปรียบเสมือนขุนทัพแนวหน้าของ กศน.นำไปคิดและปฏิบัติ เพื่อความเจริญรุ่งเรืองของชาวบ้านและงาน กศน.ของเราด้วย มีดังนี้ครับ
- ตนนั้นแลเป็นที่พึ่งแห่งตน (ช่วยเหลือตนเองก่อน แล้วทั้งพระและทั้งเจ้า จะช่วยท่าน) กล่าวคือ เราควรลงมือทำให้คนอื่นเห็นก่อนถึงความตั้งใจจริงในการทำงาน ถ้ามีแรงกาย ก็ทำด้วยแรงกาย ถ้ามีแรงเงิน ก็จงทำด้วยแรงเงิน ...เรื่อง แรงเงิน นี่ก็สำคัญ หลายครั้งที่หลายหน่วยงาน(เราด้วย) มีเงินแล้วแต่สงวนไว้ทำอย่างอื่น แล้วก็ขอจากที่อื่น ได้บ้าง ไม่ได้บ้าง (ถ้าเขารู้ว่าเรามีเงินแล้วไม่ทำ เขาก็ไม่ช่วยหรือร่วมมือด้วย...แต่ถ้าเราทำแล้วแรงเงินหมด เขาถึงจะช่วยครับ) และที่เขาไม่ช่วยเลย โดยส่วนมาก ก็ไปสร้างพฤติกรรมที่ไม่ดี ที่เขาไม่ชอบไว้เสียมาก เลยไม่ได้รับความร่วมมือตลอดไป
- ช่วยเหลือเขาก่อน แล้วเขาจะมาช่วยท่านในภายหลัง อันนี้สำคัญครับ เขาเรียกว่า ”น้ำใจ” บางหน่วยงานเขามีคนแค่เพียงคนเดียว แต่หน่วยงาน กศน.ของเรามี”คน”เยอะ และยังอยู่ในชุมชนฐานล่างด้วย หลายหน่วยงานจึงเพ่งเล็งมองมาที่หน่วยงานของเรา อยากให้เราช่วย เช่น ประสานชาวบ้าน ประสานพื้นที่ สำหรับผม ใช้สโลแกนว่า “ปัญหาของชาวบ้าน คือ งาน กศน.” หน่วยงานใดลงมาทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาของชาวบ้าน คน กศน.จึงยินดีให้ความร่วมมือและเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ของทุกหน่วยงาน
- ความคุ้นเคย เป็น ญาติอย่างยิ่ง เรื่องนี้ ก็ สำคัญครับ ถ้าไม่รู้จัก หรือ แปลกหน้ากัน ไม่เคยเห็นหน้า จะไว้วางใจหรือเชื่อถือได้มากน้อยแค่ไหน? แล้วจะให้ความร่วมมือหรือช่วยเหลือกันได้อย่างไร? ดังนั้น คน กศน.ต้องทำงานในชุมชนให้ชาวบ้านและหน่วยงานต่างๆคุ้นหน้าคุ้นตา คุ้นฝีมือการทำงาน ถ้าคุ้นกันแล้ว ต่อไปก็ทำงานกันง่ายขึ้น และ”เขาก็ชวนเรา เราก็ชวนเขา” การให้ความร่วมมือและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ก็เกิดขึ้นครับ
ดังนั้นหน่วยงานใดที่ไม่ร่วมมือกับเรา หรือยังไม่ช่วยเหลือเรา ก็ไม่เป็นไรครับ แต่เราต้องทุ่มสุดตัวก่อน (มีเงิน ลงเงิน มีแรง ลงแรง)แสดงความจริงใจก่อน ทำงานเพื่อชุมชนอย่างจริงใจ(ไม่ใช่ทำงานเอาหน้า) ให้ทำงานแบบปิดทองหลังพระ (ทำโดยไม่หวังชื่อเสียง ) หรือ ที่หลวงปู่ผางท่านกล่าวไว้ “มีชื่อไม่ให้ปรากฏ มียศไม่ให้ลือชา” ครับ
งาน กศน. เป็น งานชุมชน และครู กศน. เป็น ครูของชุมชน ...จึงต้องลงไปทำงานอยู่ในชุมชน ทำงานร่วมกับชาวบ้าน สร้างความคุ้นเคยกับชาวบ้าน และต้องเชื่อมประสานการทำงานกับหน่วยงานอื่นๆที่จะมาจัดกระบวนการเรียนรู้ด้านต่างๆให้กับชาวบ้านในชุมชน แค่นี้ งาน กศน.ตำบล/ กศน.หมู่บ้าน ต้องก้าวหน้าไปอย่างแน่นอนเด้อ...พี่น้องครู กศน.ทั้งหลาย

การทำงานแบบเคียงบ่าเคียงไหล่...vs หลบอยู่ในบังเกอร์
ปีนี้น้ำน้อย ...ราชการขอให้ชาวนางดทำนา (แป๊ว แล้วไงต่ออะ รายได้หายไปหนึ่งรอบ หรือจะดันทุรัง ทำ สุดท้าย ข้าวแล้งตาย แย่งน้ำกันทำนา ฆ่ากันตายอีก ...)
ทำไม การปลูกถั่วขาย+ บำรุงดิน เป็นความคิดที่ต้องหาพวก
เพราะการปลูกน้อย เเปลงของตัวเอง ถึงเวลาดูแลจัดการยาก
(อ้าวเเปลงข้างๆ ทำนา น้ำซึมเข้ามา ) การเก็บเกียว ก็จะไม่มีพวก
หรือตอนขาย ไม่มีจำนวนต่อรอง กับ ตลาดผู้รับซื้อ เป็นเบี้ยหัวแตกไปครับ
สมมติ รวบรวมสมาชิก ที่มีความบ้า พอๆกัน
ในพื้นที่ 2 ตร.กม. ( 1 ตร.กม-=625 ไร่)
ให้ได้ซัก 20 คน คนละ 50 ไร่ ก็จะมีพื้นที่รวมกัน =1,000 ไร่
ผลผลิตถั่วเหลือง เฉลี่ยไร่ละ 250 โล โลละ 20 บาท
ตอนเก็บเกี่ยว ก็เรียกรถเกี่ยวมาได้ (หลายคนคิดว่าปลูกแล้วเก็บยาก)
หรือจะออกรถเกี่ยวถั่วมาใช้ในกลุ่มก็ยังได้
กลุ่มก็จะมีเงินจากการขายผลผลิตรวมกัน = 5,000,000 บาท
หักค่าใช้จ่าย ไปประมาณ ครึ่งนึงเหลือ 2,500,000 บาท
หารเฉลี่ย มีรายได้ นอกฤดูกาลปลูกข้าว 2,500 บาท /ไร่ ได้ปุ๋ยเพิ่มด้วยครับ
ดีกว่าปลูกข้าวแข่งกัน ให้โรงสีกดราคา ครับ
หากมีการรวมกลุ่ม ใช้ปัจจัยการผลิตร่วมกัน = Share Cost + เพิ่มอำนาจต่อรองได้ ครับ
หยุดให้ นายทุน "ทุบ" เกษตรกร เป็นเบี้ยหัวแตก กันเถอะครับ
ปล.ข้อสังเกตุ ทำไม
ขนม ของฝากจากญี่ปุ่น ส่วนมากเป็น
1.เเป้งห่อถั่ว
2.ถั่วห่อเเป้ง
ฝากคน กศน.ด้วยครับ
แวะมาทักทายค่ะ เห็นด้วยนะคะกับการพึ่งตนเองก่อนและช่วยคนอื่นก่อน แล้วคนอื่นจะช่วยเรา ก็เหมือนกับการที่เรารู้จักเป็นผู้ให้ก่อนแล้วเราก็จะได้รับเช่นกัน ยิ้มสู้ๆค่ะ
ผอ.ครับ
รูปแรกเหมือนเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้เรยคับ
อิอิ
แวะมาทักทายค่ะ เห็นด้วยน่ะค่ะกับการพึ่งตนเองก่อน กศน.ตำบลสวนหม่อนก็จะพึ่งตนเองก่อนและช่วยเหลือชาวบ้านกอกให้แหล่งท่องเที่ยวสวนเต่าอยู่ได้ด้วยการจัดการของชาวบ้านค่ะ ขอบคุณสำหรับเทคโนโลยีที่ทันสมัยน่ะค่ะ และพร้อมที่จะพัฒนา web ของสวนเต่าค่ะ
ตามอ่านข้อคิดเห็นของท่าน ผ.อ.ทุกบันทึกเลยครับ
เห็นด้วยค่ะ อยากให้คนอื่นช่วยก็ต้องช่วยตัวเองให้ถึงที่สุดก่อนค่ะ แล้วคนอื่นเขาจะช่วยเราเอง อยากเป็นฝ่ายรับก็ต้องหัดเป็นฝ่ายให้ก่อนค่ะ เป็นฝ่ายให้มีความสุขกว่าเป็นฝ่ายรับนะคะ
ถ้าเราแสดงความจริงใจก่อน ทำงานเพื่อชุมชนอย่างจริงใจเราก็น่าจะได้ใจคนในชุมชนนะคะ ผอ.