การเข้าร่วมสัมมนาในครั้งนี้ นับว่าเป็นการเปิดโลกทัศน์ของตัวเองในอีกมุมมองหนึ่งของกฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีเมือง

วันนี้ มีโอกาสไปสัมมนา ในหัวข้อ International Symposium on “International Law and the Prosperity of Asia” ซึ่งจัดโดย Saranrom Institute of Foreign Affairs and the International Law Association of Thailand.

 

เป็น Symposium ที่มีความสำคัญอีกงานหนึ่งของประเทศไทย เพราะเป็นเวทีที่มีบุคคลที่มีชื่อเสียงในสาขากฎหมายระหว่างประเทศของโลก เข้าร่วมมากมาย อาทิเช่น Judge Hisashi Owada (International Court of Justice), Prof. Li Zhaojie (China), Prof. Merlin M. Magallona (Phillippines), Prof. Vittit Muntarbhorn (Special Rapporteur of the UN Commission on Human Rights), Prof. Yogesh Tyagi (India), Prof. Lim Chin Leng (Singapore) เป็นต้น

 

สำหรับเราในฐานะที่เป็นมหาบัณฑิตจบใหม่ และกำลังเลือกว่าจะไปทำงานที่ไหนต่อนั้น การเข้าร่วมสัมมนาในครั้งนี้ นับว่าเป็นการเปิดโลกทัศน์ของตัวเองในอีกมุมมองหนึ่งของกฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีเมือง รับรู้ว่าเวทีโลกในปัจจุบันเขาถกเถียงกันเรื่องอะไรบ้าง เพราะนอกจากการเรียนในห้องเรียน อ่านหนังสือทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ก็ต้องใช้เวลากว่าจะตาม trend  ของโลกทัน ทั้งยังได้ฟังความคิดเห็นของคนที่เราเคยอ่านหนังสือเขาอยู่ น่าปลื้มใจและได้รับความรู้มาก จริง ๆ

 

Symposium ในครั้งนี้แบ่งออกเป็น 4 Session โดย

Session 1 “Contribution of International Law for the Prosperity of Asia: Peace, Security and Disputes Settlements”

Session 2 “International Humanitarian Law and Human Rights: Asian Perspective”

Session 3 “Law of the Sea in Asia”

Session 4 “ Internaitonal Trade and Economic law:Prospects and Challenges for Asia

 

จะเห็นได้ว่าปัจจุบันนักกฎหมายระหว่างประเทศของโลกสนใจภูมิภาคเอเซียใน 4 ประเด็นหลัก ๆ ซึ่งประเด็นดังกล่าวประกอบด้วย กฎหมายในเรื่องต่าง ๆ ทั้งเรื่องสันติภาพของโลก ความมั่นคง สิทธิมนุษยชน กฎหมายทะเล เศรษฐกิจ ซึ่งเรื่องดังกล่าวสามารถแตกประเด็นออกมาถกเถียงได้อีกมากมาย

 

นอกจากนี้การประชุมในครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือทางวิชาการ ระหว่างภูมิภาคเอเชีย โดยจะมีการจัดตั้ง ASIL ในอีกสองปีข้างหน้า