การชนะใจตัวเอง
"การชนะใจตัวเอง"
การทำการในสิ่งใด ๆ ก็ตาม ไม่มีสิ่งใดที่จะทำให้ตัวเราภูมิใจและดีใจมากเท่ากับการที่ตัวเราสามารถที่ "ชนะใจตัวเราเอง"...เพราะการที่เราสามารถชนะใจตัวเราเองได้ไม่ว่าในเรื่องใด ๆ ทำให้เรารู้สึกว่าตัวเราเองกำลังต่อสู้กับจิตใจของเราเอง...หมายถึงว่า ตัวเราตั้งใจที่จะทำสิ่งใดสักเรื่องหนึ่ง...แต่ต้องขึ้นอยู่กับ "ใจ" ของเรา ว่าจะทำได้หรือไม่ เช่น ถ้าเป็นชาย ตั้งใจจะเลิกบุหรี่ หรือ เหล้า โดยเราตั้งใจว่าต้องเลิกให้ได้ นั่นหมายถึง ตัวเราต้องเอาชนะจิตใจของตัวเราเองให้ได้ ถ้าเราสามารถทำได้โดยไม่หันกลับไปแตะต้องสิ่งเหล่านั้นอีก หมายถึงว่า เมื่อเราตั้งใจว่าต้องเลิก เราก็ต้องเลิกให้ได้...
สำหรับตัวผู้เขียนเอง สิ่งที่ตนเองได้เสพติดมาตั้งแต่เมื่อ ปี พ.ศ. 2531 นับจากผู้เขียนได้เรียน มสธ. (ไม่ใช่เป็นข้ออ้าง แต่ผู้เขียนต้องใช้กาแฟเป็นสิ่งที่ได้ดื่มแล้ว ทำให้ผู้เขียนสามารถอ่านหนังสือได้มาก ๆ และสามารถนอนดึกเพื่ออ่านหนังสือให้มากได้...(อาจเป็นความคิดที่ผิด ๆ)...เพราะการเรียน มสธ. บอกได้เลยว่า ถ้านักศึกษาคนใดไม่อ่านตำราไปเพื่อเข้าสอบว่า..."ไม่ผ่าน" แน่นอน...) จึงเป็นสาเหตุให้ผู้เขียนติดกาแฟมาตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา...และก็ต้องดื่มทุก ๆ วัน รวมเวลา 22 ปี กว่า...ที่ร่างกายของผู้เขียนต้องเสพกาแฟทุกวัน...บางวันก็ 1 แก้ว 2 แก้ว 3 แก้ว ตามลำดับ...
ผู้เขียนเคยคิดเหมือนกันว่าจะเลิก แต่ทำได้ยากเหลือเกิน...เพราะตอนนั้น พอจะตั้งใจเลิก แต่กลับมีอาการตาลาย มึนหัว ผลสุดท้ายก็หันไปดื่มอีกมาจนถึงปัจจุบัน...แต่เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2553 ผลจากการไปตรวจแพทย์พบว่า กลูโคส วัดได้ 133 ซึ่งลดจากครั้งที่แล้ว 136 ลดลงมานิดหนึ่ง...สำหรับความดันปกติ ไม่สูงเหมือนครั้งแรก ๆ นี่กระมังที่เป็นสาเหตุที่ว่า ความดันลดลง เนื่องมาจากเพราะตัวเราเดินออกกำลังกายทุกวัน ๆ ละ 1 ชั่วโมง แถมหัวใจเต้นปกติ แต่ที่น่าเป็นห่วง คือ เรื่องของน้ำตาล ยิ่งใจเสีย เพราะแพทย์สั่งให้ไปอยู่ในกลุ่มเสี่ยงของศูนย์เบาหวาน...
เมื่อตรวจเสร็จ ความตั้งใจของผู้เขียนก็มานั่งพิจารณาว่า ตนเอง ไม่ค่อยชอบหวานเลย แต่ทำไมเป็น ถึงแม้จะเพียงแค่ "เริ่มแรก"...มาพิจารณาดู "แม่" ของผู้เขียนก็ไม่เป็น ญาติก็ไม่มีใครเป็น แล้วเนื่องมาจากเหตุใด มีเพียงสิ่งเดียว สิ่งนั้น คือ ผู้เขียนชอบดื่มกาแฟ หิว หรือไม่หิวก็จะดื่ม...แม้แต่เวลาประชุม ก็ไม่ปฏิเสธ เมื่อพักเบรค...จึงเป็นสาเหตุที่ต้องทำให้ตัวผู้เขียนคิดว่า "น่าจะเลิกดื่ม" กาแฟได้แล้ว...เพราะไม่มีผลดีต่อร่างกายเท่าใดนัก...แต่ เอ!...ทำอย่างไรดีล่ะ!...ก็ติดและดื่มมานานตั้ง 22 ปีกว่า...เลิกได้อย่างไร?...
สิ่งแรกที่ทำ คือ "ความตั้งใจ"...ว่าต้องเลิกดื่มให้ได้ เช้าวันที่ 24 พฤศจิกายน 2553 ผู้เขียนเริ่มไม่ดื่มกาแฟ...รู้สึกเฉย ๆ...ได้กลิ่นกาแฟที่ต้องชงให้พ่อบ้านดื่มเหมือนกัน แต่ก็ยังเฉย ๆ ...แปลก ว่าทนได้อย่างไร...พอใกล้เที่ยง ชักไม่ไหว...ต้องหาอาหารทาน (แต่ก็ไม่ใช่กาแฟ)...เวลาผ่านไป บ่ายเริ่มหมดแรง...ขอกลับบ้านก่อน...มาบ้านขอพัก เพราะแรงเริ่มหมด เลยวันนี้ก็ไม่ได้ไปเดินออกกำลังกาย...พอตอนเช้าตื่นขึ้นมา...อาการแฮงค์...เหมือนภาษาที่คนติดเหล้าเขาเป็นกัน...ปวดศีรษะมาก ๆ...พาลต้องอาเจียนออกในตอนเช้ามืด...ผลสุดท้ายไปทำงานไม่ไหว ต้องลาพัก 1 วัน...ในช่วงที่ลา สิ่งที่ทำได้ดีที่สุดสำหรับการที่จะเลิกกาแฟ...นั่นคือ...การนอนหลับ...นอนเพื่อให้ลืมสิ่งต่าง ๆ...เมื่อได้พักผ่อน ตื่นขึ้นมาอาการดีขึ้นตามลำดับ อาการที่ปวดศีรษะ ก็เบาลง...แม้แต่...พ่อบ้าน ก็แซว เพราะสงสาร กลัวจะเป็นอะไรไป บอกว่า ดื่มก็ได้ นิดหน่อยก็ยังดี...แต่ความตั้งใจของผู้เขียนว่า "ไม่" ก็คือ "ไม่"...
ถึงแม้จะเป็นเพียงวันที่ 2 ที่ตัวผู้เขียนได้เลิกดื่มกาแฟ แต่ก็ทำให้ผู้เขียนทราบได้ว่า "การที่ตัวเราตั้งใจจะทำอะไรแล้ว ขอให้ตั้งใจทำอย่างจริงจัง" แล้วก็จะสำเร็จเอง...แม้แต่จะชนะในสิ่งใด ๆ ในโลกนี้ได้...ก็ไม่มีสิ่งใดที่ทำแล้วตัวเราจะเกิดความภาคภูมิใจว่า "เราชนะใจตัวเราเอง" ได้...ซึ่งผู้เขียนก็จะตั้งใจทำต่อ คงเลิกแล้วสำหรับ "กาแฟ"...กว่าจะเลิกได้...ดื่มมาได้ตั้ง 22 ปี บทจะเลิกก็เลิกได้เอาเสียดื้อ ๆ...ทุกอย่างอยู่ที่ "ใจ" จริง ๆ ...และจะพยายามลดขนมหรือแป้งที่ทานแล้วก็จะแปลงเป็นน้ำตาล...ไปพบแพทย์คราวหน้า...ผู้เขียนก็หวังว่าน้ำตาลคงจะลดลงอีก...ทำให้รู้ว่า เมื่ออายุมากขึ้น...โรคภัยต่าง ๆ มักตามตัวเรามา...ถ้าไม่ระวัง ดูแล รักษา...เหมือนกับเขามาขอทวงคืนอย่างไงอย่างงั้น...
ณ ปัจจุบันนี้ ก็ทำให้ทราบว่า...ผู้เขียนสามารถเลิกดื่มกาแฟ
ได้แล้ว...ทุกสิ่งทุกอย่างขึ้นอยู่ที่ "ใจ" ของเราเองจริง ๆ ค่ะ...
เรา..."ชนะใจตัวของเราเองได้"...ถ้าเราตั้งใจจริง ๆ...
นับจากวันนั้น 25 พฤศจิกายน 2553 ถึงวันนี้ วันที่ 29 มกราคม 2554
รวม 2 เดือนกว่า ๆ พิสูจน์ให้เห็นว่า "เราสามารถชนะใจตัวเราเองได้"
เรียกได้ว่า "อย่างสนิทใจ"...
...ที่ผู้เขียนไม่เสพไม่ดื่มกาแฟแม้แต่หยดเดียว...
และนับมาจนถึงปัจจุบันนี้ 19 มีนาคม 2554
เป็นเวลา 4 เดือนแล้ว ที่ผู้เขียนก็ไม่ได้ดื่มหรือแตะต้องกาแฟ
สักแก้วเดียวค่ะ...
เป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่า "การทำสิ่งอื่นใด ขึ้นอยู่ที่ใจของเราเอง"
ลองฝึกทำดูนะค่ะ...ห้ามมีข้อแม้ใด ๆ ทั้งสิ้นค่ะ...



เป็นกำลังใจให้ชนะใจตนเองนะคะ
เปลี่ยนไปดื่มอย่างอื่นแทนดีไหมค่ะ อย่างพี่ไม่เคยติดกาแฟเลยจึงไม่เดือดร้อน
ดื่มโอวัลติน ไมโลใส่ธัญญพืชหรือมูสลี่ ช่วงหลังมาดื่มน้ำเต้าหู้ทรงเครื่องชนิดไม่หวานค่ะ
หาลูกอมมาอมสักหน่อยน่าจะดี...
สวัสดีค่ะ
มาเป็นกำลังใจให้กับอาจารย์ครับ
"ตั้งใจจริงมีหรือจะไม่สำเร็จ"
สวัสดีค่ะ
สวัสดีค่ะ...พี่ krugui...
...
สวัสดีค่ะ...คุณยาย...
...
สวัสดีค่ะ...ท่าน ผอ.พรชัย...
...
สวัสดีค่ะ...พี่คิม...
...
ชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ไม่ใช่การเอาชนะผู้อื่น แต่เป็นการเอาชนะตนเอง ด้วยความสำนึกและตระหนักตนเองให้มากที่สุด ขอชื่นชมและให้กำลังใจครับผม
สวัสดีค่ะ...ครู Kanchana...
...
สวัสดีค่ะ...คุณธนากรณ์
...
การชนะใจตัวเองได้.................เป็นสิ่งที่ประเสริฐสุดแล้วครับ............
สวัสดีค่ะ...คุณภุมริน...
...
-สวัสดีครับ....
-ผมเป็นคนหนึ่งที่ไม่ได้ดื่มกาแฟ.....ครับ..
-ความตั้งใจ.....นำทางสู่ความสำเร็จครับ.
-เก็บภาพดอกไม้ป่า....มาเป็นกำลังใจครับ
สวัสดีค่ะ คุณบุษยมาศ
ตามพี่ krugui มาค่ะ
ดีใจด้วยค่ะที่เอาชนะใจตนเองได้
สวัสดีค่ะ...คุณเพชรน้ำหนึ่ง...
...
สวัสดีค่ะ...ครูปอสอง...
...
การเอาชนะใจตัวเองเป็นสิ่งยอดเยี่ยมจริงๆค่ะ
แต่ตอนนี้ยังไม่อยากชนะ..เพราะชอบดื่มกาแฟ
ดื่มตอนเช้าทุกวัน..วันไหนมีประชุมก็อาจจะดื่มหลายแก้ว
วันไหนไม่ดื่มก็ไม่มีอาการใดๆ ค่ะ แต่ชอบดื่มมากกว่า
สวัสดีค่ะ...คุณครู ป.1
การดื่มกาแฟ ถ้าดื่มแล้วไม่เป็นอันตราย ไม่สะสมอะไรบางอย่างต่อร่างกาย ก็ดื่มไปเถอะค่ะ สำหรับผู้เขียนเหตุที่เลิกดื่มเพราะร่างกายตัวเองไม่ค่อยดีเท่าไร จึงเลิกดื่มค่ะ...