ปัจจุบันมหาวิทยาลัยเก่าแก่และมีชื่อเสียงยังจัดโดยพระ..............
บทสรุปแห่งการเดินทาง-4
โสภณ เปียสนิท
................................
พบว่าการศึกษาของฝรั่งในอดีตจัดโดยพระ ปัจจุบันมหาวิทยาลัยเก่าแก่และมีชื่อเสียงยังจัดโดยพระ แม้มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญในประเทศไทยที่มีภราดาประทีป เป็นอธิการใหญ่ยังเคยตอบคำถามเรื่องการสอนศาสนาในสถานศึกษาว่า “เราเป็นมหาวิทยาลัยศาสนา.....” ด้วยความภาคภูมิใจ ที่มาเลเซียนั้น ในทุกสถานศึกษาต้องมีที่ทำละหมาด แม้รัฐสภายังต้องมีมัสยิดตั้งตระหง่านงดงาม สถานศึกษาไทยต้องเอาเป็นแบบอย่าง เร่งส่งเสริมการสวดมนต์ไหว้พระปฏิบัติธรรมควบคู่กับสรรพวิชาเพื่อส่งเสริมความสุขของสังคม
การเรียนหนังสือด้วยการวิเคราะห์แยกแยะเป็นจุดเด่นของตะวันตก การท่องบ่นทรงจำเป็นจุดเด่นของตะวันออก ในความเห็นของผมแล้วไม่ควรตำหนิจุดเด่นของตนแล้วก้าวตามเขา แต่ควร “รักษาจุดเด่น แล้วเน้นจุดด้อย" เสริมเข้าจักทำให้การศึกษาเรารุ่งเรือง และที่สำคัญสถานศึกษาต้องไม่ทอดทิ้งสังคม
ความจริงอีกประการหนึ่งที่ได้พบคือ หลักแห่งความเป็นอนิจตา ความไม่เที่ยง บ้านเมืองที่เคยรุ่งเรืองถึงขีดสุดในที่สุดแล้วก็เสื่อมลงเช่นกรุงโรม ชีวิตของคนที่เคยดำรงอยู่ในยุคนั้นต่างล้วนล้มหายตายจากไป ทิ้งบทบาทลีลาชีวิตไว้เป็นเครื่องเตือนใจอนุชนรุ่นหลังให้ตระหนัก ไม่ว่าจะเป็นเจ้าฟ้า พระยา หรือไพร่ ทิ้งทรัพย์สินบ้านเรือนรกร้างถูกดินถมทับจมหายอยู่เบื้องล่างทั้งที่เคยแหนหวงแสวงหาอย่างเอาชีวิตเข้าแลก
ภาพภราดาประทีป อธิการบดี มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เคยตอบคำถามด้านการจัดการเรียนการสอนเรื่องคุณธรรมว่า
สวัสดีค่ะอาจารย์โสภณ
ชอบหมัดแย็บย่อหน้าสุดท้าย ทีเคโอเลยค่ะ จิตสำนึกเรื่องคุณธรรมความดีและรักศักดิ์ศรี ละอายต่อบาป อาจจะไม่ได้อยู่ที่ระดับการศึกษา? นะคะ
เห็นด้วยอย่างยิ่งยวดกับ สถานศึกษาไทยต้องเร่งส่งเสริมการสวดมนต์ไหว้พระปฏิบัติธรรมควบคู่กับสรรพวิชา .. ค่ะ เพราะพุทธศาสนาสั่นคลอนในระดับมหภาคน่าวิตกค่ะ
ถามผู้ประกอบการทุกแห่งว่าต้องการบัณฑิตแบบไหน ปรากฏว่า "ต้องการนักศึกษาที่มีคุณธรรม" เกือบทั้งนั้น แต่สถานศึกษามหาวิทยาลัยกลับ ยึดอุเบกขธรรม "เฉย" ทำอย่างมากสุดเลยคือ ใสไว้ในสโลแกนหรูหรา ติดหน้าสถานศึกษาว่า "ความรู้คู่คุณธรรม" หรือไม่ก็ให้เด็กท่อง แจ่มเลย......