KM จึงเป็นการเดินทาง (journey)ที่ไม่มีการสิ้นสุด ไม่ใช่เป็นเป้าหมาย(destination) อย่างที่หลายคนเข้าใจ

 

 

      

 

 

      ผู้กล่าวปาฐกถาพิเศษในงานนี้ คือ Professor Ikujiro Nonaka มีความคุ้นเคยเป็นอย่างดีกับ ม.ร.ว ดิศนัดดา-คุณหญิงพวงร้อย ดิศกุล แห่งมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ ที่ได้มีการแลกเปลี่ยนศึกษาดูงานการจัดการความรู้ในชุมชนอันเห็นผลในเชิงประจักษ์เป็นเวลาต่อเนื่องยาวนาน  ครั้งนี้จึงได้มีการเชื้อเชิญให้มาถ่ายทอดประสบการณ์ ณ เวทีแห่งนี้อย่างลงลึกถึงแนวคิดและแก่นปฏิบัติที่น่าชื่นชม

 

 

  

                ม.ร.ว ดิศนัดดา-คุณหญิงพวงร้อย ดิศกุล 

 

 

       สาระสำคัญของปาฐกถาพิเศษนี้ที่ ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช เจ้าพ่อวงการ KM ได้สรุปภายหลังต่อมาที่ศาลาศิราณี ในช่วงเช้าวันที่ ๒๓ พฤศจิกายน คือ การมุ่งเน้นไปที่ความยั่งยืนของ KM ที่ต้องปลูกฝังให้แผ่ซ่านลงทั่วองค์กร จนก่อให้เกิดประสิทธิผล ๕ ลักษณะ ดังนี้ ..

 

 

     -- มีวิสัยทัศน์ขององค์ความรู้ในระดับคุณค่าในทางจิตใจ (ความจริง ความดี และความงาม) อันจะก่อพลังเพื่อประโยชน์ของสังคม โดยมิได้มุ่งหวังกำไรสูงสุด

 

 

    -- สร้าง ba คือพื้นที่ให้ผู้คนสัมผัสความเป็นจริงที่ซ่อนอยู่ให้เป็นที่ปรากฏ

 

 

    -- ทำตัวอย่างของปัญญาปฏิบัติ (practical wisdom) ด้วยวิธีที่ดีที่สุด คือ การฝึกปฏิบัติด้วยตนเอง จนเกิดการรู้แจ้ง เช่นเดียวกับวิถีพุทธ

 

 

    -- ใช้ระบบการประเมินที่เห็นคุณค่ามนุษย์เชิงคุณภาพมากกว่าเชิงปริมาณแต่ประการเดียว

 

 

   -- สร้างจารีตประเพณีของการเดินทางสู่ความเป็นเลิศอย่างไม่หยุดยั้ง

 

 

     ในความหมายข้อสุดท้ายนี้ KM จึงเป็นการเดินทาง (journey)ที่ไม่มีการสิ้นสุด ไม่ใช่เป็นเป้าหมาย(destination) อย่างที่หลายคนเข้าใจ

 

 

   

 

 

      ทั้งนี้ ขอเลือก powerpoint บางอันที่น่าสนใจ เพื่อประกอบเพิ่มเติมจากข้อสรุปข้างต้น..

 

 

       

 

        รายการที่น่าตื่นตาตื่นใจลำดับถัดมาบนเวที ในช่วงสุดท้ายของครึ่งแรกเช้านี้ คือ การแสดงละครเรื่อง "ดินแดนสุขสันต์ มหัศจรรย์ KM " เตือนให้สำนึกถึงคุณค่าของการแสวงหาความรู้ไม่ใช่เพียงสัมผัสฉาบฉวยผิวเผิน แต่ลงสู่ความเข้าใจ เข้าถึง รู้แจ้ง และพัฒนาไปสู่การปฏิบัติ อย่างรู้เท่าทันด้วยใจที่เป็นสุขร่วมกันอย่างยั่งยืน..

 

 

   

 

 

    โปรดติดตามเรื่องเล่า KM เพื่อความสุขใจในตอนที่ ๓ ต่อไป..