กินอยู่แบบฝรั่ง เป็นโรคตามฝรั่ง จ่ายค่ายาตามฝรั่ง แต่รายได้ไทยๆ

<hr>   <p> </p><p>ขอยืมรูปจากคุณหมอวัลลภมาครับ น่ารักมากเลย </p><p>ต่อจากเมื่อวานนะครับ ผมจะเริ่มต้นจากยากลุ่มแรกที่พวกเราน่าจะรู้จักกันดีเดาออกไม๊ครับ </p><h1 style="margin: auto 0cm">ยาระบายครับ</h1><p>ยาระบายในที่นี้ผมขอรวมทั้งยาขับปัสสาวะและยาถ่ายอุจจาระไปในตัวด้วยเลย</p><p>ทำไมจึงมีการใช้ยาทั้งสองกลุ่มนี้แพร่หลายมากหรือครับ ตอบได้ง่ายๆ ครับ</p><p>เพราะคนที่มีปัญหาเรื่องน้ำหนักมักจะมีปัญหาเรื่องการขับถ่าย</p><p>อ้ะๆ อย่าเพิ่งเชื่อผมนะครับเพราะผมพูดเท่าที่ผมพบและผมก็ยังไม่ทำการวิจัยด้วย</p><p>ที่สำคัญยากลุ่มนี้ทำให้น้ำหนักลดลงได้ทันตาเห็นจริงๆเร็วกว่ายากลุ่มอื่นสมัยก่อนนี้จึงเป็นที่นิยมกันมาก</p><p>แล้วถ้าจำเป็นต้องใช้ยากลุ่มดังกล่าว เราจะใช้ยาตัวไหนดีระหว่างยาขับปัสสาสวะและขับอุจจาระเบื้องต้นนะครับ</p><hr>

ยาขับปัสสาวะ

</span></u></strong><p>จะมีผลน้อยมากถ้าเรากินน้ำน้อยหรือคุมปริมาณน้ำ พูดง่ายๆ คือ</p><p>ถ้าเรากินน้ำในปริมาณที่พอเหมาะกับร่างกายแล้วก็ไม่จำเป็นต้องกินยาไปขับปัสสาวะเพิ่ม</p><p>ซึ่งถ้าแบ่งคนอ้วนนอกจากอ้วนด้วยไขมันแล้ว ยังมีคนที่อ้วนจากน้ำด้วยนะครับ</p><p>ใช่แล้วครับคุณอ่านไม่ผิดหรอกครับ คนอ้วนน้ำหรือบวมน้ำนั่นเองคนกลุ่มนี้จะกินน้ำเยอะมากกว่าขับออกมากทำให้ร่างกายอมน้ำไว้</p><p>วิธีดูคนอ้วนกลุ่มนี้สังเกตุได้ง่ายๆ ตรงที่ลองดูเวลาเหงื่อออกนะครับคนกลุ่มนี้ถ้าเหงื่อ ออกจะออกเป็นจุดๆ ไม่ทั่วตัวเวลาออกกำลังแต่คนอ้วนปกติจะออกทั่วตัว วิธีแก้ก็อย่างที่ผมบอกนั่นละครับ คือกินน้ำให้น้อยลงซึ่งมาตรฐานฝรั่งเขาก็ 2 ลิตร/วัน(ถ้าหุ่นใหญ่ก็เอาเลยครับ)แต่คนไทยไซส์เล็กแค่ 1.5 ลิตรก็พอแล้วครับ ถ้ายังไม่คุ้นก็จิบเอาเรื่อยๆไม่ให้คอแห้ง</p><p>ในคนสุขภาพปกติไม่มีปัญหาเรื่องปัสสาวะก็อย่างที่บอกครับคุมน้ำ ยาไม่จำเป็นส่วนคนที่ฉี่ไม่ออกหรือฉี่ไม่ได้นี่ควรจะพบแพทย์ตรวจดูระบบขับถ่ายปัสสาวะนะครับว่ามีปัญหาอุดตันอย่างไรอาจจะต้องใช้ยาหรือวิธีสวนท่อช่วย</p><hr>

ยาถ่ายอุจจาระ

</span></font><p>คล้ายกันกับข้างบนครับถ้าเราขับถ่ายคล่องเป็นประจำแล้วยานี้ก็ไม่ควรใช้อย่างยิ่งเพราะจะทำให้ระบบขับถ่ายเราแปรปรวนและเสียสมดุลจนกระทั่งถ้าไม่กินยาจะถ่ายไม่ออก.... </p><p>การถ่ายอุจาระหากเรากินอาหารที่มีกากและน้ำเพียงพอก็จะขับถ่ายได้คล่องครับฟังดูเหมือนตรงข้ามกับคนไข้บวมน้ำใช่ไหมครับแต่คนไข้บวมน้ำก็อาจถ่ายไม่คล่องได้นะครับ ถ้ากินกากน้อย เช่นล่อพิซซ่าเหนียวหนืดเป็นประจำ มันก็ไปเกาะลำไส้จนถ่ายไม่ออกนั่นละครับนอกจากพิซซ่าแล้ว</p><p>อาหารพวกเนื้อสัตว์อาหารที่มีไขมันเยอะๆ พวกเนยนี่ละครับตัวดีที่ทำให้เราท้องผูกได้ง่าย</p><p>ผมเจอกับตัวเองแล้วครับ กินพิซซ่าบุฟเฟต์ไปจนแน่นท้อง 15 ชิ้นแล้วถ่ายไม่ออกไปเป็นอาทิตย์มันเป็นนรกสำหรับคนที่ถ่ายประจำทุกวันสำหรับผมเลยครับ (แบบว่าปวดท้องจะถ่ายแต่ถ่ายไม่ออกแล้วความปวดก็ค้างอยู่อย่างนั้นตลอดอาทิตย์เลยครับ โอ้..พิซซ่าเอยคุณทำให้ผมรู้ว่าคนถูกของเสกใส่ท้องเป็นเช่นไร - ผมเสกใส่เองครับเสกพิซซ่าเอิ้ก)</p><p>ยาทั้งสองแบบนี้จะมีทั้งแบบสมุนไพรและยาแผนปัจจุบันซึ่งยาสมุนไพรตอนนี้ที่นิยมมากคือ มะขามแขก ใบส้มแขก
และยังมีอาหารเสริมออกมามากมายรวมทั้งยากลุ่มใหม่ที่ทำให้ไม่ย่อยไขมันกินแล้วถ่ายออกมาเป็นก้อนไขมันเลย ผมก็จัดพวกนี้ไว้กลุ่มนี้ละครับ</p><p>แต่เข้าตำราเดิมครับถ้าคุณไม่กินอาหารมันๆก็ไม่จำเป็นต้องกินยาตัวนี้ ซึ่งแพงมากสำหรับผม ตอนออกมาแรกๆ เม็ดละ 200 บาทกินครั้งนึงหลายเม็ดและก่อนอาหารมันๆ ทุกมื้อ พระเจ้าช่วย</p><p>เอาไปซื้อผักผลไม้ดีกว่าครับเป็นไฟเบอร์ธรรมชาติ ไม่มีอาการข้างเคียง ไม่มีสารเคมีตกค้างแถมช่วยดูดซับไขมันได้ดี ทำความสะอาดลำไส้เราเอง ที่สำคัญราคาคนละเรื่องกันยาเม็ดละ 200 บาทคุณเอาไปซื้อผักกินได้เป็นอาร์ทิตย์เลย
ยาที่ผมว่าเหมาะกับคนที่ไม่อาจควบคุมตัวเองได้ ต้องกินอาหารมันๆ บ่อยๆหรือต้องไปกินโต้ะจีนประจำ </p><p>(ผมก็สงสัยว่าไปงานเลี้ยงแล้วไม่กินอาหารมันๆนี่มันเสียมารยาทมากหรือ ถ้าจำเป็นก็บอกเขาไปเหอะครับว่าคุณเป็นโรคอยู่หมอห้ามกินอาหารมันๆ โรคอะไรไม่ต้องบอกนะครับ หึๆ)</p><p>เสริมท้ายสำหรับคนที่ทานยาขับอุจจาระอยู่คุณต้องทานน้ำและผักผลไม้ที่มีกากตามมากๆ นะครับเพราะถ้าไม่มีกากคุณก็จะไม่มีอะไรให้ระบาย ยาก็ใช้ไม่ได้ผลอยู่ดี</p><p>รวมทั้งยาระบายไม่ควรใช้ถี่/ปริมาณเกินแพย์สั่งเพราะจะทำให้ระบบขับถ่ายคุณหยุดทำงานไปหากหยุดทำงานไปแล้วการกลับมายากครับเพราะกล้ามเนื้อลำไส้เป็นระบบประสาทอัตโนมัติไม่ขึ้นกับการสั่งการของสมองเราสังเกตุได้ครับว่าคนถ่ายประจำมันจะปวดเองเป็นเวลา เราไม่ได้ไปบังคับเบ่งมันเลย</p><p><hr>ตบท้ายด้วยข่าวที่ทำให้น่าเป็นห่วงเด็กรุ่นใหม่มากขึ้น</p>จากนสพ.ผู้จัดการรายวันฉบับวันนี้ครับ<p>สสส. เผยเด็กอ้วนล้นโลก 155 ล้านคน ยุโรปพุ่งอีก 400,000 คนต่อปี ผลวิจัยชี้สาเหตุหลักจากโฆษณาขนมขบเคี้ยวล่อให้ซื้อจนหนักเกินพิกัด เด็กวัยไม่เกิน 12 ปียังแยกไม่ออกเรื่องไหนจริงเรื่องไหนลวง </p><p>สอดคล้องกับข่าวที่ว่าที่ต่างประเทศต้องนำเด็กเข้าบำบัดโรคอ้วนตั้งกะ 10 กว่าขวบเฮ้อ ผมหวังว่าเด็กไทยอย่าได้เจริญรอยตามเลยนะครับ</p><p>(กินอยู่แบบฝรั่ง เป็นโรคตามฝรั่งจ่ายค่ายาตามฝรั่ง แต่รายได้ไทยๆหนึ่งในสาเหตุที่ประเทศเราล่มจมทางเศรษฐกิจ)</p><p>ตอนนี้หวังว่าหลายคนคงเปลี่ยนค่านิยมที่ชอบให้ลูกอ้วนท้วนแล้วนะครับ</p><p></p>