วาสนาในคราเคราะห์

  ติดต่อ

  พวกเขาผิดด้วยหรือที่เกิดมาร่วมโลกกับเรา  

     ผมอ่านบันทึกของ Ms.Sunee ของ คนไร้กรอบ และของ Dr.Ka-Poom แล้วคิดถึงเด็กๆ ของเราครับ เด็กๆ ที่มีวาสนาได้เกิดมาบนผืนแผ่นดินไทย บางคน บางครอบครัว บางกลุ่ม แทนที่เขาเหล่านั้นจะได้รับความอบอุ่น ได้รับการดูแล ได้รับความเท่าเทียม ตามกฎหมาย ตามปฏิญญาสากล และอะไรอีกหลายอย่างที่เขียนไว้ แต่กลับตรงกันข้าม พวกเขาถูกทอดทิ้งให้เผชิญโลกโดยลำพัง ถูกกดขี่ ถูกกระทำย่ำยี คนแล้วคนเล่า บางครั้งเอาตัวคนผิดมาลงโทษได้ แต่บาดแผลทางใจ ใครเล่าจะเยียวยา จากร่าเริง บริสุทธิ์ กลับกลายเป็นซึมเศร้า เหงา อ้างว้าง 

     พวกเขาผิดด้วยหรือที่เกิดมาร่วมโลกกับเรา ผู้ใหญ่มีสิทธ์ด้วยหรือที่จะไปกล่าวโทษเขาเหล่านั้น ถึงเวลาหรือยัง ที่ครอบครัว สถาบันการศึกษา ชุมชน และสังคม จะได้ร่วมมือกันดูแลเด็กๆ ของเราอย่างจริงจัง จริงใจ และจริงๆ ไม่ใช่เพียงเขียนโครงการไว้เลิศหรูแต่ทำไม่ได้ หรือยื่นมือเข้าไปช่วย(บ้าง)เพียงเพื่อให้ได้มีรูปถ่ายไปลงในสื่อ แล้วก็เงียบหายไป ช่วยกันเถิดครับ เพื่อให้ต้นกล้าอันบริสุทธิ์ของพวกเรา ได้มีชีวิตอยู่บนผืนแผ่นดินเกิด อย่างอบอุ่น ปลอดภัย และสุขสงบ ผมฝากถ้อยคำเพื่อเด็กๆ ไว้ในบันทึกของ Dr.Ka-poom และขอนำมาที่นี่เพื่อทุกท่านได้อ่านแล้วคิดถึงเด็กๆ ของพวกเราบ้างนะครับ

          พับไว้ไยผ้าขาวราวปุยนุ่น

          คลี่ออกมาห่มให้อุ่นได้หรือไม่

          ห่มให้หนูด้วยความรักความเข้าใจ

          หนูอยากได้เพราะขาดเหลือเอื้ออาทร

                    พ่อจ๋าแม่จ๋าหนูหนาวเหน็บ

                    ปวดเจ็บอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

                    แม่จ๋าอยากหนุนตักแม่นอน

                    หนูอยากอ้อนขอพ่อเพียงนิทาน

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรื่องเล่าจากรายทาง

หมายเลขบันทึก: 41009, เขียน: , แก้ไข, 2012-02-11 15:27:40+07:00 +07 Asia/Bangkok, สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน, ความเห็น: 27, อ่าน: คลิก

คำสำคัญ (Tags) #ชุมชน#สังคม#ครอบครัว#เด็ก

บันทึกที่เกี่ยวข้อง 
บันทึกล่าสุด 

ความเห็น (27)

อาจารย์ครับ

ผมได้พบเจอเด็กไร้สัญชาติที่ชายแดนแม่ฮ่องสอนมากมาย เขาร่าเริง และสนุกสนานกันแบบเด็ก ๆ แต่เขาไม่รู้ว่าอนาคตข้างหน้าต้องเผชิญกับความเจ็บปวดอะไรบ้าง

ความด้อยโอกาสที่ตอกย้ำด้วย โรคภัยก็เป็นสาเหตุหนึ่ง ที่เขาควรจะมีสิทธิ์ได้รับ การดูแล ในการมีชีวิตอยู่

ผมเศร้าใจ สะท้อนใจ เมื่อเห็นเด็กอ่อนเดียงสา ดวงตาใสๆ  ที่ไร้สัญชาติ...

พวกเขาต้องเดินทางไกล พบเจอกับความเจ็บปวดอีกมากมายสุดประมาณ

ผมยังไม่เห็นใครดูแลเรื่องนี้อย่างจริงจัง 

  • เด็กๆที่ชายแดนน่าสงสารนะครับ
  • ทำอย่างไรเราจะช่วยเหลือเขาได้นี่น่าสนใจมาก
  • ทำอย่างไรให้เขามีอนาคต มีสัญชาติ มีการศึกษา มีอาหารเลี้ยงปาก เลี้ยงท้องเขาเองได้...
  • แน่นอนครับ คุณจตุพร
  • เขามองไม่เห็นหนทางข้างหน้า
  • โลกของเขาวันนี้สวยสด งดงาม บริสุทธิ์ยิ่งนัก
  • เขามีสิทธิ์ที่จะได้รับการดูแลอย่างเต็มเปี่ยม
  • ใครจะช่วยพวกเขาได้
  • ขอบพระคุณมากครับที่แวะมาเยี่ยม
  • ขอบพระคุณอาจารย์ขจิตมากครับ
  • นั่นคือประเด็นที่พวกเราสนใจครับ
  • แต่ผู้มีหน้าที่ มีอำนาจ จะใส่ใจ ในเรื่องที่เราสนใจ หรือเปล่าครับ
  • เด็กๆ ไร้เดียงสา น่าสงสารจริงๆ ครับ

                                      

  • แวะมาทักทาย
  • ขอบคุณที่แวะไปให้กำลังใจ
  • ขอไปทำงานก่อนครับ

กลอนของอาจารย์เพราะและเต็มไปด้วยคติจริง ๆ ครับ

อ่านแล้วคิดถึงภาพเลยครับ

อย่างไรเขียนมาให้พวกเราได้ประเทืองความรู้บ่อย ๆ นะครับ

อ่านแล้วเศร้าใจครับ

ที่ทำงานผมเห็นเด็กๆ เข้าออกอยู่เป็นประจำทั้งเด็กแรกเกิดและเด็กที่ป่วย

บางคนเด็กไม่มีค่ารักษาแต่ก็มีสิทธิ์ 30 บาทก็ค่อยยังชั่ว ทำให้เด็กๆ มาที่โรงพยาบาลเยอะขึ้น

(แต่เด็กบางคนพ่อแม่แต่งตัวหรูแต่ใช้สิทธิ์ 30 บาท ผมพูดไม่ออก)

เด็กๆ ที่ยังไม่ได้รับการรักษายังมีอีกมาก.....

ยิ่งช่วงนี้เด็กๆ ป่วยเยอะเพราะอากาศเปลี่ยนแปลง

เชื้อโรคเริ่มทยอยดื้อยามากขึ้น ทำให้ยาเก่าๆ เริ่มใช้ไม่ได้ผล คิดแล้วน่าเป็นห่วงจริงๆ

ผมหวังว่าในการเลือกตั้งที่จะมาถึงนี้ คงได้คนที่มาดูแลกระทรวงสาธารณะสุขที่ดีครับ

 

  • ขอบพระคุณอาจารย์ปภังกร และท่านจันทร์เมามาย ที่แวะมาให้กำลังใจครับ
  • ผู้ใหญ่ในวันนี้นับวันจะแก่เฒ่า และล่วงไปก่อน
  • เด็กในวันนี้คือผู้ใหญ่ในวันหน้า
  • อยากให้เขาได้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ใจดี มีความรู้คู่คุณธรรม นำบ้านเมืองไปในทิศทางที่ชอบที่ควรครับ
  • ทุกภาคส่วนต้องช่วยกันตั้งแต่บัดนี้ครับ
เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะท่านผอ.บวร

ไม่ได้ update ข้อมูลเสียนาน บล็อกของท่านเติบโตมากเลยนะคะ มีเรื่องเล่าดีๆมากมายให้ศึกษาและเรียนรู้ไปด้วย

ขอบพระคุณค่ะ

 

Porjai
เขียนเมื่อ 
  • ไม่มีโอกาสได้ช่วยเหลือเด็กตามชายแดน แต่มีโอกาสได้เป็นส่วนหนึ่งในโครงการที่พัฒนาเด็กต่างจังหวัดเช่นกันค่ะ
  • เป็นการนำ Productivity ไปสู่เยาวชน ให้คิดเป็น ทำเป็น พัฒนาตนด้วยแนวคิดพื้นฐาน ที่จะฝังรากหยั่งลึกลงไปในจิตสำนึกจนโต
  • จะพยายามทำอย่างสุดความสามารถ ไม่ให้เป็นแค่เพียงโครงการที่เขียนไว้เลิศหรูเท่านั้นค่ะ
     ยังมีอีกเยอะครับ ไม่จำเป็นต้องเป็นชายแดน เขาเหล่านั้นยังเป็น "คนชายขอบ" ครับ
ครูเชียงราย
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 

ไปดูภาพยนตร์ในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี สิครับ เรื่อง หนึ่งใจ..เดียวกัน เข้าโรงพร้อมกันทั่วประเทศ 7 สิงหาคม 2551 นี้ มีลูกของครูเรา 2 คน ชาวเชียงรายร่วมแสดงด้วย ที่นี่ มีคำตอบ และแรงใจดีๆ ให้ทุกท่านครับ

        อย่าว่าแต่เด็กนอกห้องเรียนเลยนะครับ  

          เด็กในห้องเรียนเองบางคน

          ก็ถูกทอดทิ้ง

         ถูกกระทำให้เกิดบาดแผลทางใจ

        ต้องถามด้วยคำถามเดิมครับว่า

พวกเขาผิดด้วยหรือที่เกิดมาร่วมโลกกับเรา

                  ช่วยกันนะครับ     ขอบคุณครับ

สวัสดีค่ะแวะมาเยี่ยม...ผ่านทางเห็นเด็กขายพวงมาลัย

(เป็นปรากฏการณ์ที่เริ่มเห็นใกล้บ้านเมื่อก่อนเห็นมีแต่เทพ)

...ก็เลยฝากคีตวรรณกรรมเมื่อครั้งอดีตที่กล่าวถึงเด็กชายขอบค่ะ

                         เด็กขายพวงมาลัยๆ

 พวกเราเร่ขายฝ่าอันตรายทุกวัน

เด็กขายพวกมาลัยๆ

โปรดช่วยอุดหนุนช่วยเกื้อกูลครอบครัวหนูเอย

พวงมาลัยพวงมาลัยแม่เอ๋ย....เลือกชมดูได้

มีดอกกล้วยไม้และดอกมะลิหอมเอย

พ่อหนูเป็นกรรมกรก่อนนี้เป็นชาวนา

ต้องเร่ร่อนมาหางานอยู่ในเมืองกรุง

แม่หนูเป็นแม่ค้าหาบของขายไปทั่ว

อาบเหงื่อเต็มตัวเลี้ยงครอบครัวช่วยพ่อหนูเอย

บ้านหนูอยู่ในสลัมต่ำต้อยในคุณค่า

ขาดการศึกษาจึงมาขายพวงมาลัย

พวงหนูเป็นคนจนดิ้นรนหาเงินยาไส้

เพื่อมีรายได้เอาไปศึกษาเล่าเรียน

เด็กขายพวงมาลัยๆ

ต้องเร่ร่อนขายเสี่ยงภัยอีกนานเท่าใด

เด็กขายพวงมาลัยได้แต่หวังไว้ว่า

เมื่อใดกันหนา...พวกหนูจะพ้นทุกข์เอย.

  • หรือว่าที่กรุงเทพเขาห้ามขายก็เลยมาขายอยู่ตามต่างจังหวัด...
ราชาวดี
IP: xxx.174.108.79
เขียนเมื่อ 

...............ฤๅจะเป็นอยู่เช่นนี้............

.........สองมือน้อยคอยผู้มาชูช่วย........

.........และอยู่ด้วยคอยเฝ้าเอาใจใส่.......

.........สองตาที่มองดูผู้เข้าใจ..............

........จะมีไหมสักคนบนหนทาง............

........ดุจปุยนุ่นหมุนคว้างกลางอากาศ.....

........ความผิดพลาดของใคร...ใครรู้บ้าง...

........ชีวิตหนึ่ง...มีกรรมมาอำพราง..........

........มันบอบบางเกินกว่าจะทานทน.........

.........ฤๅโอกาส....ไร้แล้วแววความหวัง......

.........หมดพลังแรงใจให้หมองหม่น...........

.........สองมือน้อยจะมีไหมใครสักคน.........

.........มาจูงไปให้พ้นวังวนนี้.....................

 

.................ราชาวดี...............

 

:) เด็กเปรียบเสมือนผ้าขาวค่ะ พวกเขาบริสุทธิ์เปรียบเสมือนผ้าขาวที่พร้อมจะรับทุกสีที่ผู้ใหญ่แต้มให้

:) เด็กพวกนี้สามารถจะเป็นกำลังเป็นอนาคตที่ดีของชาติได้ถ้าได้รับการดูแลเอาใจใส่อย่างจริงจัง ในขณะเดียวกันพวกเค้าก็อาจจะเป็นปัญหาสังคมได้ในอนาคต ถ้าพวกเค้าไม่ได้รับโอกาสและยังมองไม่เห็นอนาคตเช่นนี้ต่อไป

สวัสดีค่ะ

มาอ่านกลอนที่เศร้าๆ....เห็นภาพจังเลย....

วัยเด็ก....บริสุทธิ์... สดใส...เรามาช่วยกันเยียวยา....

หนูยังไม่ได้ทำตามที่ฝันไว้เลย.....

คิดถึง....ภาพที่พ่อเล่านิทานให้ฟัง...จังเลย....

พ่อจ๋าแม่จ๋าหนูหนาวเหน็บ

 ปวดเจ็บอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

แม่จ๋าอยากหนุนตักแม่นอน

 หนูอยากอ้อนขอพ่อเพียงนิทาน

 

สวัสดีค่ะ

วันไหว้ครู....มาขอไหว้ครู...ครูดีในดวงใจ....

ยกให้หมดเลยค่ะ..........................................................

ดอกไม้ ใบหญ้า สวยงามตามธรรมชาติ ขอบคุณ คุณแดง มากครับ

สวัสดีค่ะ

ขอให้มีความสุขในทุกวัน...และทุกวันขอให้เป็นวันดีๆ

สวัสดีค่ะ อ.บวร

เห็นด้วยค่ะ วาสนาในคราวเคราะห์

ถึงคราวมีเคราะห์ นั่นเป็นหนทางให้เราได้เข้มแข็งค่ะ

ขอบคุณค่ะ

สวัสดีค่ะ

  • แวะมาทักทายและอ่านเรื่องดีๆ
  • ขอบคุณสำหรับสาระดีๆ
  • และขอบคุณแทนเด็กๆเหล่านั้นด้วย 
  • แค่มีผู้สนใจและช่วยเหลือเขาคงมีชีวิตที่ดีขึ้น

 

          ยินดีที่รู้จัก - Hi5 กราฟฟิคสำหรับคอมเมนต์ 

FREEDOM
เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ เป็นบทกลอนที่ซึ้งใจจริง ๆ

apple
เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ

เพิ่งสมัครเข้ามาเป็นสมาชิก คงต้องขอคำแนะนำด้วยนะคะ

เรียนท่าน ผอ.บวร

คนไม่มีโอกาสต้องแสวงหา ดินรนเพื่อตนรอด

คนมีโอกาสกับกลับไม่เห็นคุณค่ากับโอกาสที่ตนมี

ลูกคนไร้โอกาสอยากเรียนจึงตั้งใจเรียน

ลูกคนที่พ่อแม่พร้อมที่จะให้โอกาส เขากลับไม่กระตือรือร้นที่จะเรียน

วันนี้ผ่านโรงเรียนท่าน เห็นขึ้นป้านยินดีต้อนรับขนาดใหญ่ คงมีงานใหญ่แน่เลย

Namsai
เขียนเมื่อ 

เคยสัมผัสเด็กไร้โอกาสครั้งหนี่ง

ครั้งนั้นมันยาวมาจนถึงปัจจุบันนี้

การได้เป็นพ่อแม่อุปการะสำหรับเขา มันสำคัญ มันสำคัญ

สำหรับเรา แค่จ่ายเงิน 500 บาท ต่อเดือนทำได้

แต่ประเด็น ไม่ใช่พ่อแม่อุปการะ ไม่จ่ายค่าใช้จ่าย 500 บาท

ครั้งหนึ่ง เคยได้เข้าไปในศูนย์ที่ได้ให้ความอุปการะ

ปรากฎว่า เขาให้เด็กคนหนึ่ง เดินมาหา กล่าวคำว่า

"แม่ขา หนูรอแม่ หนูรู้ว่าแม่ต้องมา หนูขอกอดนะ"

เด็ก ไม่ได้ต้องการเงิน 500 บาท เด็กไม่ต้องการได้อื่น ๆ ได้

นอกจากแค่ว่าอ้อมกอดของเรา รักเขา ดูแลเขาให้ได้ครึ่งหนึ่งที่เรารักลูก ก็พอ

(ทุกวันนี้เด็กคนนั้นจบการศึกษา บธ.บ. และเป็นครูคนหนึ่งในสถานสงเคราะห์แห่งนั้น

การส่งต่อความเมตตา ส่งต่อได้เสมอ ทุกที่ทุกโอกาส) ทุกวันนี้อ้อมกอดที่กอดเขา

และเขากอดเรา มันอบอุ่นเหลือเกิน)