ประตูชัย

                  หลังจากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และการแสดงวิสัยทัศน์เรื่องแนวคิดจูเช่ไอเดีย ได้เสร็จสิ้นลง ทางรัฐบาลเกาหลีเหนือได้นำคณะของเราไปชมหอภาพปัก  เป็นภาพที่ปักด้วยมือสวยงามมาก เสียดายที่ดิฉันไม่ได้หยิบกล้องขึ้นไปด้วย เลยไม่ได้บันทึกภาพปักที่งดงามมาให้ชมค่ะ แต่เมื่อลงมาที่ลานจอดรถได้เห็นอาคารเจ็ดชั่วโคตร หรืออาคารรองยอง จึงไปคว้ากล้องถ่ายรูปบนรถมาบันทึกภาพให้ชมค่ะ

                  

       อาคารหลังนี้อยู่ในเมืองเปียงยาง ประเทศเกาหลีเหนือ แรกเริ่มเดิมทีเขาจะสร้างให้เป็นโรงแรมหรูระฟ้าสูง  105 ชั้น มีห้องพักทั้งหมด 3,000 ห้อง   แต่ในช่วงหนึ่งกลับกลายเป็นซากตึกขนาดยักษ์ดังภาพนี้ค่ะ....

                    

             อาคารแห่งนี้เริ่มต้นก่อสร้างในปี 1987 และหยุดสร้างอย่างถาวรมาตั้งแต่ปี 1992 เนื่องจากหมดงบฯ กล่าวกันว่าเกาหลีเหนือใช้งบประมาณในการก่อสร้างอาคารแห่งนี้มากเกือบ  2% ของ GNP (gross national product) เลยทีเดียว  ชาวต่างชาติในเปียงยางที่ได้รับการติดต่อในกรุงโซลของเกาหลีใต้ เผยว่า บริษัท โอราสคอม กรุ๊ป ของอียิปต์ เริ่มก่อสร้างอาคารรองยองขึ้นมาใหม่อีกครั้งตั้งแต่ปีที่แล้ว และกระจกก็ช่วยให้แท่งคอนกรีตมหึมาสูงเสียดฟ้านั้นดูน่าเกลียดน้อยลง 

                    

              กล่าวกันว่า เกาหลีเหนือเริ่มก่อสร้างอาคารแห่งนี้ ในช่วงที่เกาหลีใต้ ที่กำลังจะเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกฤดูร้อนเมื่อปี 1988 และกำลังอวดอ้างความสำเร็จจากการเติบโตทางด้านเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วในสมัย นั้น  อย่างไรก็ตาม ในปี 1992 การก่อสร้างก็ต้องหยุดชะงัก เพราะสหภาพโซเวียตที่เป็นประเทศหลักที่ให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่เกาหลี เหนือล้มเลิกการจัดสรรเงินทุนให้ ขณะที่ภาวะเศรษฐกิจของเกาหลีเหนือย่ำแย่ลงไปมากยิ่งขึ้นในทศวรรษ 1990อาคารแห่งนี้จึงเป็นสัญลักษณ์ของความล้มเหลวของแดนโสมแดงจนได้ชื่อว่า โรงแรมหายนะ,โรงแรมเจ็ดชั่วโคตร และ โรงแรมปีศาจ

   

สายที่มองเห็นคือสายรถเมล์ไฟฟ้าค่ะ

                      หลังจากนั้นพวกเราได้ไปเยี่ยมชมประตูชัยที่ใหญ่ที่สุดในโลก (Arch of Triumph)ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญอีกสถานที่หนึ่งในกรุงเปียงยาง  ตั้งโดดเด่นเป็นสง่ามาก คุณผักบอกว่าหากคนต่างชาติได้ลอดประตูชัยนี้ จะได้กลับมาที่เกาหลีเหนืออีก ดิฉันจึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมรถบัสวีไอพีที่รับรองคณะคนไทยจึงได้วนๆเวียนๆลอดไปลอดมาที่ประตูชัยแห่งนี่ทุกวัน ๆและวันละหลายรอบด้วย

                         

                  ประตูชัย (Arch of Triumph)เรียกเป็นภาษาเกาหลีว่า "แกซอนมุน" ตั้งอยู่ที่กรุงเปียงยาง ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี (เกาหลีเหนือ) สร้างเมื่อปี 1982 ในวาระฉลองวันเกิดครบรอบ 70 ปี ของท่านอดีตประธานาธิบดีคิมอิลซุง   และเพื่อเป็นอนุสรณ์แด่ คิมอิลซุง ที่ต่อสู้ภายใต้การปกครองของญี่ปุ่น ในช่วงปี 1925-1945   ประตูชัยแห่งนี้สุง 60 เมตร  กว้าง 52.5 เมตร ซุ้มประตูโค้งสูง 27 เมตร กว้าง 18.6 เมตร รถสามารถวิ่งผ่านได้ 2 ช่องทางใหญ่ๆค่ะ....

                  เสาประตูชัยด้านหนึ่งมีข้อความจารึกปี ค.ศ.1925 เป็นปีที่อดีตประธานาธิบดีคิมอิลซุง   เริ่มต้นการเป็นผู้นำต่อสู้กับญี่ปุ่น

                  เสาอีกด้านหนึ่งจารึกปีค.ศ.1945 เป็นปีที่อดีตประธานาธิบดีคิมอิลซุง   ประกาศอิสรภาพจากญี่ปุ่น

     

                  ขณะที่ดิฉันยืนชมความงดงามของประตูชัยอยู่นั้น ได้มองไปยังฝั่งตรงกันข้ามซึ่งเป็นสวนสาธารณขนาดใหญ่ เห็นผู้คนหลายๆกลุ่มตีกลองร้องรำทำเพลงอย่างสนุกสนานจากฝั่งโน้น   คุณผักบอกว่าช่วงนี้เป็นช่วงที่เฉลิมฉลองวาระครบ 65 ปีพรรคแรงงาน ประชาชนที่นี่เขารักและเทิดทูนพรรคแรงงานมาก ต่างมีความปิติยินดีที่ได้ร่วมสร้างชาติมาด้วยกันจนมีวันนี้ ประชาชนจึงออกมาร้องรำทำเพลงเฉลิมฉลองวาระดังกล่าวอย่างมีความสุข  ฟังคุณผักคุยอย่างเพลิดเพลินจนขบวนฟ้อนรำขบวนหนึ่งได้โผล่ลอดถนนมาถึงฝั่งประตูชัย

             

  ได้เชื้อเชิญพวกเราไปรำกับเขาด้วย ดิฉันจึงไปแจมร่วมด้วย.และได้รับการตอบรับด้วยไมตรีจิต...ดูภาพประกอบดีกว่าค่ะ...

    

               เมื่อรถแล่นกลับโรงแรม สองฝั่งถนนเป็นพื้นที่สีเขียวเป็นส่วนใหญ่ ที่เมืองเปียงยางมีสวนสาธารณพักผ่อนหย่อนใจของชาวเมืองกว่า 200 แห่ง จนได้รับการขนานนามว่า”เมืองในสวน” A City in a Park  ด้วยพื้นที่สีเขียว58 ตารางเมตรต่อประชากร 1 คน ...น่าอิจฉาจังเลย......

   

แม่น้ำแต-ดอง ที่หล่อเลี้ยงเมืองเปียงยาง และสวนสาธารณะ..ปอดชาวเมืองค่ะ

              นอกจากได้เห็นพื้นที่สีเขียวแล้วยังได้เห็นอนุสาวรีย์โชลิมา (Chollima Statue) เป็นรูปม้าบิน..อีกด้วย

                     

              อนุสาวรีย์โชลิมา (Chollima Statue) สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1961 เนื่องในวาระเฉลิมฉลองครบรอบอายุ 49 ปีอดีตประธานาธิบดีคิมอิลซุง  ซึ่งท่านได้เปรียบม้าที่ติดปีกและคนที่ขี่ ว่าพร้อมที่จะทยานไปข้างหน้า ประดุจม้าพันลี้  เหมือนความตั้งใจที่ท่านอดีตประธานาธิบดีคิมอิลซุง จะนำพาประชาชนและประเทศชาติก้าวหน้าไปอย่างไม่หยุดยั้ง...

                                               มาตายี.

บันทึกไว้เมื่อ 11 ต.ค.2553 ที่เมืองเปียงยาง