...แน่ ล่ะ...แขกที่ได้รับการเชิญมาใน“Wisdom Dinner” นี้ ต้องเตรียมตัวมาอย่างดี ในการที่จะบอกเล่าเรื่องราว ประสบการณ์ ความรู้ของตน หลังการบอกเล่าจะมีการพูดคุย ซักถาม แลกเปลี่ยนเรียนรู้กันอย่างมีความสุข...

 

 

 

      ระยะนี้กำลังสนใจศึกษาเกี่ยวกับ “กระบวนการเรียนรู้” และ “กระบวนการถ่ายทอดความรู้” ซึ่งยิ่งอ่านตำรับตำรา งานเขียน วิจัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ก็ยิ่งพบว่าตัวเองรู้น้อยลงน้อยลงทุกที ๆ ๆ ทั้ง ๆ ที่ได้ทำการศึกษามาแล้วระยะหนึ่ง…เข้าตำรายิ่งเรียนยิ่งฉลาดน้อยลง(โง่) เสียก็ไม่รู้ได้ (ฮาๆ)

       ธรรมชาตินิสัยของแต่ละคน เป็นส่วนหนึ่งที่ส่งผลอย่างสำคัญต่อ “การเรียนรู้” ยังไม่นับรวมถึง ผู้สอน วิธีการ สื่อที่ใช้ บริบทของการเรียนรู้ (สิ่งแวดล้อม ความเชื่อ ประเพณี วัฒนธรรม) การติดตามประเมินผล และอีกสารพัดปัจจัย

ขอบคุณภาพจากอินเทอร์เน็ต

 

          วันนี้ระลึกไปถึงเมื่อครั้งได้ไปศึกษาดูงานกว่า 3 เดือนที่อิสราเอล ดินแดนแห่งน้ำนมและน้ำผึ้ง (อิสราเอลเป็นประเทศของ “ชาวยิว” ซึ่งปัจจุบันได้ทวงคืนประเทศจากชาวอาหรับและยังคงมีกรณีพิพาทกัน)  ซึ่งเคยเขียนบันทึกไว้ที่ จดหมายจากดินแดนแห่งน้ำนมและน้ำผึ้ง ได้เล่าภาพกว้าง ๆ ของ “ระบบการศึกษาของอิสราเอล” ไว้บ้างแล้ว แต่ยังไม่ได้เล่าถึง “วิธีการ” อีกเรื่องหนึ่งที่เห็นว่าน่าสนใจ นั่นคือ การเชิญนักปราชญ์ ผู้มีความรู้ มารับประทานอาหารค่ำที่บ้านในวันสุดสัปดาห์ ซึ่งมักจะเป็นเย็นวันศุกร์หรือวันเสาร์ (ชาวยิวจะหยุดทำงานตั้งแต่บ่ายวันศุกร์และวันเสาร์ ส่วนวันอาทิตย์เป็นวันเริ่มต้นสัปดาห์ของการทำงาน)

       การเชิญนักปราชญ์ ผู้มีความรู้ มารับประทานอาหารค่ำที่บ้านในวันสุดสัปดาห์ของครอบครัวชาวยิวที่ได้ไปเยี่ยมนี้ เรียกว่า “Wisdom Dinner” หรือ “มื้อค่ำแห่งภูมิปัญญา” โดยเชิญแขก 1-2 คนมาร่วมรับประทานอาหารค่ำร่วมกับสมาชิกทุกคนในครอบครัว แขกที่เชิญนี้จะได้รับการปฏิบัติอย่างมีเกียรติจากเจ้าภาพ และจะต้องเตรียม “Wisdom talk” หรือ “เรื่องเล่าแห่งปัญญา” สั้น ๆ มาเล่าให้กับสมาชิกทุกคนบนโต๊ะอาหารฟังเป็นการขอบคุณ

       แน่ล่ะ...แขกที่ได้รับการเชิญมาใน“Wisdom Dinner” นี้ ต้องเตรียมตัวมาอย่างดี ในการที่จะบอกเล่าเรื่องราว ประสบการณ์ ความรู้ของตน หลังการบอกเล่าจะมีการพูดคุย ซักถาม แลกเปลี่ยนเรียนรู้กันอย่างมีความสุข (หลังอาหารค่ำ คนมักจะผ่อนคลาย) นับเป็นกระบวนการเรียนรู้ที่สนุกและได้สาระอย่างไม่รู้ตัว สอดคล้องกับทฤษฎีการเรียนรู้ของ Neo-Humanist ที่ว่า การเรียนรู้จะเกิดขึ้นได้ดีภายใต้ภาวะที่คนมีความสุข ผ่อนคลาย มีภาพแห่งตน(Self image)ที่สมบูรณ์ และมีคลื่นสมองต่ำ

       คราวนี้ก็...ไม่ต้องแปลกใจแล้วว่า เพราะอะไร “ชาวยิว” จึงได้ชื่อว่า “ฉลาดและมีไอคิวสูง”ติดอันดับต้น ๆ ของโลก

       มามองที่เมืองไทยกระบวนเรียนรู้ดี ๆ มีประสิทธิภาพเหล่านี้น่าจะได้รับความสนใจและนำมาใช้บ้าง จะดีไหมนะ หากเปลี่ยนวิธีการเสียบ้าง แทนการพาเด็ก ๆ ไปทานอาหารในห้างสรรพสินค้าทุกวันเสาร์-อาทิตย์ในบรรยากาศที่เต็มไปด้วยผู้คนที่เร่งรีบ ลวกลน ไม่มีเวลาดูแล ใส่ใจซึ่งกันและกัน....


ลองมาสร้าง “มื้ออาหารคุณภาพ” ในบ้านที่อบอุ่นกันดีกว่าไหมคะ?

(^__^)