ระหว่างการสนทนาหลวงพ่อองค์ดำมองจ้องเงียบๆไปที่สระน้ำทำให้หลวงพ่อขาวมองตามสายตาท่านไปทางสระน้ำเก่า...

เห็นอริยสัจจ์-2

โสภณ เปียสนิท

...........................    

 

                        ระหว่างการสนทนา หลวงพ่อดำมองจ้องเงียบๆ ไปที่สระน้ำ ทำให้หลวงพ่อขาวมองตามสายตาท่านไปทางสระน้ำเก่า ขอบสระน้ำฝั่งตรงข้ามมีแสงสว่างเรืองเหมือนใครจุดเทียนไว้เหนือระดับผิวน้ำเล็กน้อย แต่ต่ำกว่าระดับของสระราวหนึ่งศอก หลวงพ่อดำพูดเรื่อยๆ “นั่นไม่ใช่แสงเทียน” หลวงพ่อขาวพูดด้วยความสงสัย “เอ๊ะ หรือว่าจะเป็น...” หลวงพ่อดำไม่ลังเล “ใช่ พญานาคประจำสระน้ำเก่าแก่ของวัด” “เขามาอนุโมทนาบุญแห่งการปฏิบัติธรรม”

 

                             พระสองรูปนิ่งเงียบแผ่เมตตาให้กับพญานาคผู้ปกปักรักษาวัดชั่วขณะ หลวงพ่อดำกล่าวว่า “วันก่อนตอนเช้ามืดผมเห็นชายแก่เดินเข้าโบสถ์ นึกว่าเป็นญาติโยมมาบูชาพระ จึงตามเข้ามาแต่ไม่เห็นมีใคร” “แต่งกายอย่างไรครับ” “ใส่เสื้อผ้าชุดขาว ผูกผมมวยข้างหลัง อยู่วัยกลางคน” “ เอ...หรือว่าจะเป็นคนเดียวกัน” “คนเดียวกันกับใคร” “สองวันก่อนตอนเย็นผมเดินมาสวดมนต์ทำวัตรที่โบสถ์ ผ่านมาทางสระน้ำ เห็นโยมชุดขาววัยกลางคน มัดผมมวย นั่งอยู่ริมสระน้ำ พอมองเห็นปั๊บก็โดดลงน้ำ เสียงน้ำดังตูมชัดเจน แต่พอเข้ามาดู น้ำไม่กระเพื่อมเลย เอาไม้มาค้น เพราะเกรงว่าจะเป็นคนตกน้ำ ก็ไม่เจออะไร” “อย่างนั้นก็แน่นอนแล้ว เป็นคนเดียวกัน”

 

                           หลวงพ่อขาวยังอยากสนทนาเรื่องเดิมต่อจึงพูดต่อ “การส่งจิตไปข้างนอกคือสมุทัย ผลที่เกิดจากการส่งจิตไปข้างนอกคือทุกข์ จิตดูจิตคือมรรค ผลที่เกิดจากการที่จิตดูจิตคือนิโรธ” หลวงพ่อดำเสริมทันที “หลวงพ่อของผม เคยบอกผมว่า ใครจะทำอย่างไรท่านไม่เคยเอาใจใส่เลย ท่านเพียงแค่ยืนเดินนั่งนอนมองจิตตัวเองไว้ตลอด ให้ใสเป็นแก้วประกายพฤษ์ทั้งกลางวันกลางคืน” “จะหมายความว่าอย่างไร” “ท่านต้องคิดดูเองว่า หากจิตของท่านเป็นแก้วประกายสว่างตลอดเวลา เป็นจิตเช่นไร” “จิตของผู้ถึงพระนิพพาน” “ผมเห็นด้วยครับ”