ปกติผมดูละครช่องสาม แต่ช่วงระหว่างนี้ผมไม่ค่อยได้ดูเพราะรำคาญนางเอกขี้หึงไร้เหตุผล ผมไม่ชอบดูเรื่องที่แสดงให้เห็นถึงการใช้ความรุนแรงในครอบครัว ผมเกรงว่าหากเด็กที่ดูละครโดยที่ผู้ปกครองไม่ได้ห้ามแล้วเข้าใจเอาว่านางเอกจะต้องขี้หึง เอาแต่ใจตัวเอง พระเอกจะต้องง้อนางเอก  แถมเด็กเพิ่งจบหลงรักพระเอกทำทุกวิถีทางให้ครอบครัวแตกแยก  กับอีกคนหนึ่งที่หลงตัวเองว่าพระเอกรัก แม้เขาเพิ่งแต่งงานแต่ตัวเองครอบครัวล้มเหลวก็คิดแย่งเอาเฉยๆ   ผมว่าละครเรื่องนี้ถ้าผู้ปกครองไม่ให้ความสนใจและให้เด็กดูโดยไม่มีคำแนะนำ (ซึ่งเท่าที่เห็นไม่ค่อยมีผู้ปกครองคุยกับลูกแนะนำเรื่องราวความถูกต้องในขณะดูละคร) ชีวิตครอบครัวในสังคมไทยจะน่าเป็นห่วงเป็นอย่างมาก

        แต่ละครเรื่องนี้ ก็พยายามบอกต้นสายปลายเหตุแห่งความขี้หึงของนางเอกและความวุ่นวายของครอบครัวพี่สาวนางเอก มาจากครอบครัวแตกแยกที่พ่อนางเอกไปมีภรรยาน้อย แม่นางเอกไม่ยอมจึงต้องเลิกกัน แม่นางเอกเลี้ยงลูกสองคนมาจึงเป่าหูลูกสาวทั้งสองว่าผู้ชายเลวไปหมด และไม่อยากให้ลูกแต่งงานแต่ก็ขัดลูกไม่ได้ แต่พอลูกแต่งงานก็พูดใส่หูลูกทุกวันว่าสามีของลูกไม่ดีเหมือนผู้ชายทั้งโลกที่ไม่ดี ผมว่าการสื่อแบบนี้ไม่ส่งผลดีกับครอบครัวของลูกเลย แม้การแสดงของผู้แสดงจะแสดงได้สมบทบาท ผมก็ไม่ชอบดูอยู่ดีกับละครที่สื่อให้เห็นความรุนแรงในครอบครัว ในขณะที่เรากำลังรณรงค์ต่อต้านความรุนแรงกันอยู่ ทั้งยังมีกฎหมายต่อต้านความรุนแรงในครอบครัวที่เคยนำมาเล่าสู่กันฟังแล้ว

        แม้เรื่องนี้มีดีตรงที่พ่อพระเอกเป็นคนใจเย็น มองภาพของความจริง ให้เหตุผลกับพระเอกให้เข้าใจนางเอกก็ตาม แต่ในชีวิตความเป็นจริง การกระทำของนางเอกจะมีผู้ชายสักกี่คนรับได้ในสิ่งที่เขาไม่ได้ทำ ตัวอย่างในเรื่องพระเอกไม่ได้สนใจหญิงอื่นเลย ทำงาน คิดแต่เรื่องงานในหน้าที่ แม้จะต้องเกี่ยวพันกับหญิงอื่นแต่ไม่ได้เกิดจากความรักเลยแม้แต่น้อย แต่นางเอกเข้าใจผิดเพราะฝังใจว่าผู้ชายเจ้าชู้เหมือนกันหมดตามที่แม่บอก แสดงอาการหึงหวงโดยไม่ดูกาลเทศะ  ถ้าพระเอกเป็นคนธรรมดาเป็นชาวบ้านธรรมดาไม่มีตำแหน่งงานก็คงไม่กระไรนัก แต่อย่างพระเอกเป็นทนายกำลังรุ่งหากทำคดีใดเมียตามอาละวาดลูกความผู้หญิงหรือพยานที่เป็นผู้หญิง สำนักงานทนายความไหนคงไม่อยากรับพระเอกเป็นทนายประจำสำนักงาน แม้พระเอกจะเปิดสำนักงานทนายความเองจะมีใครกล้ามาจ้างให้ว่าความเมื่อหัวหน้าสำนักงานทนายความยังจัดการกับครอบครัวตัวเองไม่ได้

        ถ้าพระเอกเป็นข้าราชการ ผมว่ายิ่งแล้วใหญ่(ไปอ่านเรื่องย่อบอกว่าพระเอกเป็นอัยการ ก็เซ็งเป็ดแล้ว อัยการที่ไหนจะมารับคดีฟ้องหย่าให้รชาเพื่อนเก่า(แฟนเก่า)พระเอก อัยการที่ไหนมีที่ทำงานเป็นสำนักงานทนายความ เฮ้อ...ไม่ศึกษากันเลย)  เพราะนางเอกไม่สนใจกาลเทศะอย่างที่ว่า หน้าอินทร์หน้าพรหมไหนก็ไม่กลัวถ้าเห็นผู้หญิงมาอี๋อ๋อสามีตัวเอง คนที่เดือดร้อนก็คือสามีของตัวซึ่งเป็นข้าราชการ เพราะถ้าภรรยาก้าวล้ำมาถึงที่ทำงาน ก็ต้องมีปัญหามาถึงผู้บังคับบัญชาของพระเอก เป็นลูกโซ่ และภรรยาแบบนี้ถ้าจับคู่ให้ถูกต้องคงต้องจับคู่ให้กับสามีขี้กลัวภรรยา ยอมภรรยาทุกอย่าง (พวกกลัวเมียนั่นแหละ อิอิ)

        เขียนเรื่องนี้เพราะอยากให้ผู้อ่านได้เข้าใจชีวิตครอบครัวว่า การหึงหวงอย่างไร้เหตุผลนั้น ในละครคุณอาจจะเป็นนางเอกที่แสดงว่าคุณรักพระเอกเหลือเกิน  แต่ในชีวิตจริงคุณเป็นนางร้ายต่างหากแถมผู้ชายไม่น้อยที่มีภรรยาขึ้หึงกลับมีเมียน้อยเพราะรู้สึกตื่นเต้นที่แอบภรรยาไปหากินนอกบ้านได้   และยิ่งตัวนางเอกได้ดื่มสักหน่อยพอได้ที่ก็ครองสติไม่ได้เที่ยวขึ้นเวทีร้องเพลงมั่วไปหมด ในชีวิตจริงคงไม่ได้เหลือมาถึงพระเอกหรอก ไม่รู้จะโดนลากไปข่มขืนที่ไหนเพราะขาดสติ แรงไปหรือเปล่าเนี่ย...อิอิ

        นึกถึงกลอนบทหนึ่ง ไม่รู้ใครเขียนเป็นกลอนที่เขียนโดยภรรยาขี้หึง เธอว่า

        คนเดียวที่กูกลัวก็คือผัวของกูเอง        คนเดียวที่กูเกรงผัวกูเองไม่ใช่ใคร

        วันไหนที่กูรู้ว่าผัวกูมีเมียใหม่             วันนั้นจงจำไว้ถ้าไม่ตายไม่ใช่กู...ฮา

        ชีวิตสมรสมิได้โรยด้วยกลีบกุหลาบหรอก มันต้องมีปัญหากันบ้าง อยู่ที่คู่สมรสจะจัดการปัญหากันอย่างไร ผมเพิ่งไปอวยพรให้ลูกสาวเพื่อนแต่งงานก็บอกกับเจ้าสาวว่าอย่าหึงหวงสามีจนขาดสติแบบในละคร ปัญหาครอบครัวจะไม่เกิดหากคู่สมรสเป็นผู้ให้ซึ่งกันและกัน  

การให้เกียรติกันเป็นเรื่องสำคัญของชีวิตสมรส  ในละครเรื่องนี้นางเอกมิได้ให้เกียรติสามีเพราะถ้าให้เกียรติสามีต้องเคารพสถานที่ทำงานของสามี ต้องเคารพในตัวสามี ต้องเชื่อใจในตัวสามี และต้องพิจารณาความจริงให้ถูกต้องชัดเจนก่อน ไม่ใช่เห็นสามีคุยอยู่กับผู้หญิงก็เข้าใจเอาว่าผู้หญิงมาอ่อยสามีและสามีเราต้องชอบผู้หญิงคนนั้นแล้วอาละวาดทันที  เราต้องดูให้เข้าใจ อย่าทำให้สามีรู้สึกว่าคุณกำลังไม่ให้เกียรติเขา ครั้งสองครั้งคงไม่เป็นไรแต่ถ้าหลายครั้งต่อให้รักอย่างไรความรู้สึกที่จะเริ่มเกิดขึ้นคือรำคาญ...ลองคิดดูหากสามีไปเจอผู้หญิงที่เจอหน้ากันมีแต่ยิ้มแย้มแจ่มใส เอาอกเอาใจสารพัด พูดแต่คำหวานๆ เขาจะชอบแบบไหน...

ฝ่ายสามีก็ต้องให้เกียรติภรรยาไม่ไปเกาะแกะหญิงอื่น เราเลือกที่จะแต่งงานอยู่กินกับเขาก็ต้องมีความรับผิดชอบ เมื่อเราทุกข์ก็ต้องทุกข์ด้วยกัน เมื่อเราสุขเราก็ต้องสุขด้วยกัน ไม่ใช่ไปหาความสุขแต่ลำพังภรรยาจะเป็นอย่างไรบ้างช่างมัน ทำอย่างนั้นไม่ได้... เพราะชีวิตสมรสเป็นเรื่องของคู่สามีภริยาที่จะต้องเอื้อให้กันและกัน ประคับประคองชีวิตคู่ให้ยืนยาวไปตลอดรอดฝั่ง (ยังมีต่อ)