น้ำตกห้วยเข..แหล่งท่องเที่ยวและแหล่งเรียนรู้ธรรมชาติ

          วันที่ 15 พ.ย. 2553 ได้จัดกิจกรรมสำรวจเรียนรู้เพื่อพัฒนา...น้ำตกห้วยเข..ณ เทือกเขาภูเม็ง.อำเภอมัญจาคีรี  โดยการนำของเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติน้ำพอง จำนวน 6 ท่าน ด้วยการเดินป่าศึกษาธรรมชาติและกินข้าวป่า จากน้ำตกชั้นที่ 1 ถึงชั้นที่ 5 เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลและนำมา (1)วางแผนประชาสัมพันธ์ทำเว็บไซต์แหล่งท่องเที่ยว (2)วางแผนพัฒนาเส้นทางศึกษาธรรมชาติและการทำฝายแม้ว(Check-Dam) บริหารจัดการน้ำอนุรักษ์ป่าไม้ต้นน้ำลำธาร (3)วางแผนจัดกิจกรรมค่ายอาสาและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติสำหรับ นักศึกษา กศน.และสำหรับกลุ่มเยาวชน

          การเรียนรู้เริ่มจากการรับฟังคำบรรยายของเจ้าหน้าที่อุทยานเกี่ยวกับข้อมูล..แหล่งท่องเที่ยวน้ำตกห้วยเข...และการพัฒนาพื้นที่ของหน่วยเฉพาะกิจของอุทยานแห่งชาติน้ำพอง ซึ่งบอกเราว่ามีผู้มาเที่ยวน้ำตกห้วยเขเป็นจำนวนไม่น้อยและเก็บเงินได้เป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ได้เล่าถึงเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติหลายเส้นทาง รวมทั้งจุดเด่นต่างๆ ได้แก่ น้ำตก ป่าไม้ และสมุนไพร และความพร้อมสำหรับการจัดกิจกรรมเข้าค่ายสำหรับผู้จะมาเรียนรู้ธรรมชาติอย่างใกล้ชิด

          สำหรับ...น้ำตกห้วยเข นั้น จะมีการแบ่งระดับชั้นของน้ำตกไว้ 5 ชั้น(ระยะทางประมาณ 4-5 กิโลเมตร)  เรียงตามชื่อดังนี้

ชั้นที่ 1 ชื่อ “วังไทร” เพราะมีต้นไทร(ภาษาอีสานเรียก ไฮ)เป็นจุดเด่น อยู่ห่างจากที่ทำการฯประมาณ 300 เมตร เป็นการเดินทางราบอย่างสบาย สำหรับชั้นนี้ มีการทำฝายกั้นน้ำไว้ เด็กๆและเยาวชนจะมาเล่นน้ำตรงนี้มาก และมีสิ่งก่อสร้างทำศาลาชมน้ำตกไว้ 2 หลัง และมีสุขาชายหญิงสำหรับบริการ

ชั้นที่ 2 ชื่อ “โสกโดด” เพราะเป็นสถานที่ที่ผู้มาเที่ยวใช้โดดน้ำ เป็นน้ำตกและแอ่งน้ำ เยาวชนรุ่นใหญ่หน่อยจะนิยมเดินทางมาเล่นน้ำ อยู่ห่างจากน้ำตกชั้นหนึ่งไม่ไกลนัก เส้นทางเดินมีก้อนหินระเกะระกะนิดหน่อย

ชั้นที่ 3 ชื่อ “แอ่งปลาดุก” เพราะมีการพบปลาดุกในบริเวณนี้ แต่เดี๋ยวนี้ไม่พบแล้วเพราะในรอบปีหน้าแล้งน้ำแห้งหมดปลาจึงตายหมด อยู่ห่างจากน้ำตกชั้นที่ 2 พอสมควร เส้นทางเดินเลาะริมน้ำตกและฝั่งขวาเป็นป่าภูเขาและได้ยินเสียงน้ำตกตลอดเวลา

ชั้นที่ 4 ชื่อ “ตาดโตนน้อย”ห่างจากน้ำตกชั้นที่ 3 มากพอดู และตอนนี้น้ำหายไปหมดแล้ว เห็นแต่โขดหินระเกะระกะไปหมด เสียงน้ำตกก็ไม่ได้ยิน เส้นทางเดินลำบากมากขึ้น เรียกว่าเป็นเส้นทางมุดป่าซะมากกว่าเพราะไม่ค่อยมีคนมาเดิน เพราะมันไม่ค่อยปลอดภัยนัก ต้องมาเป็นกลุ่มและมีเจ้าหน้าที่อุทยานนำทางมาเช่นที่พวกเรามากันในตอนนี้

ชั้นที่ 5 ชื่อ “ตาดโตนใหญ่” มีลักษณะเป็นกำแพงหินขนาดใหญ่กว้างสัก 10 เมตร ความสูง 2 เมตรกว่าได้ ตอนนี้มีน้ำตกไหลอยู่ทางมุมด้านซ้าย (ตอนที่แล้วผมมาตอนน้ำมากจะเห็นน้ำตกไหลเต็มกำแพงหิน) ณ จุดนี้อยู่ห่างจากชั้นที่ 4 มากและเส้นทางเดินต้องปีนเขา ลาดชันขึ้นๆลงๆจนเหนื่อย แต่พอมาเห็นแล้วก็หายเหนื่อย ครู กศน.ผู้ชายเรามาถึงจึงได้ลงเล่นน้ำบริเวณด้านบนกำแพงหินซึ่งจะเป็นลำธาร น้ำสะอาด ใส เย็น และมีน้ำผลุดอยู่เหนือขึ้นไปอีก(ซึ่งความจริงชั้นที่ 5 ไม่ใช่ชั้นสุดท้าย เพราะยังมีลำธารไหลขึ้นไปอีกยาวไกล เพียงแต่ยังไม่ได้บุกเบิกเท่านั้น) พวกเราพักรับประทานกาแฟและอาหารเที่ยง ณ จุดนี้ สถานที่ไม่เอื้ออำนวยให้รับประทานแบบกลุ่มใหญ่กลุ่มเดียว จึงได้แบ่งกลุ่มเป็นกลุ่มนับได้ 5 กลุ่มครับ สำหรับผมเหนื่อยมากทานอะไรไม่ค่อยได้ ได้แต่นั่งเล่นน้ำตกและถ่ายภาพ อาหารที่เตรียมมารับประทานร่วมกันจึงแบ่งให้คณะครูไปเพราะจะได้ไม่ต้องแบกกลับลงไปอีก

          หลังจากนั้นพวกเราได้เดินทางกลับ ซึ่งช่วงชั้นที่ 5 ลงมาถึงชั้นที่ 3 เสียงน้ำตกหายไป เจ้าหน้าที่บอกว่ายังมีลำธารแยกไปอีกสายหนึ่งจากชั้นที่ 5 ลงมาถึงชั้นที่ 3 ครับ พอมาถึงชั้นที่ 2 ชั้นที่ 1 เส้นทางเดินเริ่มสบายขึ้น คณะครูก็เริ่มพูดกันเสียงดังขึ้น งานนี้ความเป็นเพื่อนความเป็นมิตรได้เกิดขึ้นมากแล้ว งานนี้ผมว่าได้มากกว่าที่คิด เหมือนกับที่เขาว่า ปลูกป่านอกจากได้ป่าแล้ว ยังได้ช้างและขี้ช้างมาด้วย หรือปลูกป่าโกงกางริมทะเล ยังได้ปูเพิ่มมาอีก

          ขอจบเท่านี้ก่อนครับ เพราะยังไม่หายเหนื่อยจากการเดินเลย..ยอมรับความจริงว่าแก่แล้วครับ แค่เล่ายังเหนื่อยขนาดนี้ แล้วจะเก็บรายละเอียดมาเล่าต่อคราวหน้าเรื่อง ฝายแม้วครับ ...มีภาพลำธารน้ำตกมาฝาก...มีการประกวดภาพถ่ายด้วย ประเภททรงคุณค่าและสวยงาม

ข้างล่างนี้ภาพทรงคุณค่า ชื่อ เพื่อนช่วยเพื่อน

ภาพทรงคุณค่า ประโยชน์ต่อเนื่อง-ต่อท่อนำน้ำไปใช้ประโยชน์

 

ภาพสวยลำธารน้ำตกในป่าภูเม็ง

น้ำตกชั้น 5

เชิญมาเที่ยว...น้ำตก ห้วยเข ได้เลยครับ...