อาจารย์ จำนงค์ แรกพินิจ พินิจ นโยบายสังคมสวัสดิการและสวัสดิการถ้วนหน้าภายในปี 2560

            27กันยายน 2553 พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพัทลุง ร่วมกับศูนย์ประสานงานเครือข่ายภาคีองค์ชุมชนจังหวัดพัทลุง จัดประชุม"สมัชชาสวัสดิการสังคมพัทลุง" จากสังคมสวัสดิการสู่จังหวัดสวัสดิการ 

        โดยท่านรองผู้ว่าราชการจังหวัด นาย วัชรินทร์ ทองสกุลเป็นประธาน มีผู้ร่วมสมัชชาทุกภาคส่วน  มีหัวหน้าส่วนราชการ อาจารย์ ผู้นำท้องถิ่น ท้องที่  อสม. ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และตัวแทนสวัสดิการชุมชนที่ได้รับ งบประมาณสนับสนุนการจัดสวัสดิการไปแล้ว  รอบแรก 15 พื้นที่ รอบที่ 2 อีก 19 พื้นที่  รับสมทบไปแล้ว 7 ล้านบาท(ยังเหลืออยู่อีก  24 พื้นที่ ของพัทลุง) 

        อาจารย์ จำนงค์ แรก พินิจ  มาพินิจสวัสดิการสังคมพัทลุงได้มาชวนคุย ชวนมองในอนาคต ทิศทางสวัสดิการจะไปทางใหน ได้มาช่วยวิเคราะห์ นโยบาย"สังคมสวัสดิการและการจัดสวัสดิการถ้วนหน้า ภายในปี 2560

      ซึ่งมีสาระสำคัญของนโยบายดังนี้ 

>เห็นชอบกำหนดให้"สังคมสวัสดิการ"เป็นวาระแห่งชาติ 

>เห็นชอบแนวทางการพัฒนาระบบสวัสดิการสังคม เพื่อมุ่งสร้างสังคมไทยเป็นสังคมสวัสดิการ โดยให้ความสำคัญกับการจัดสวัสดิการ โดยรัฐ และส่งเสริมภาคส่วนต่างๆ ให้มีส่วนร่วมในงานสวัสดิการสังคม

>กำหนดให้ประชาชนได้รับสวัสดิการถ้วนหน้าภายในปี 2560

          รัฐบาลมีภาระ

 1.     ระบบบริการสังคม ได้ แก่เน้นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ประชาชนควรได้รับเช่น ระบบสุขภาพ การศึกษาฯ 

2.     ระบบช่วยเหลือทางสังคม  ได้แก่การสงเคราะห์ทั้งหลาย เช่น ผู้สูงอายุ ผู้มีรายได้น้อย /ด้อยโอกาส ฯลฯ

3 .    ระบบประกันสังคม 

4.    ระบบส่งเสริมสนับสนุน (การสร้างความเข้มแข็งให้กับหุ้นส่วนทางสังคม)

 ในการประชุมครั้งนี้  คนเมืองลุง ได้ระดมความเห็น"สถานการณ์สวัสดิการสังคมในจังหวัดพัทลุง  ทั้ง 4 ระบบตามแนวนโยบายของรัฐ  แล้วช่วยกันค้นหาแนวทางการเข้าสู่จังหวัดสวัสดิการ  และการจัดสวัสดิการถ้วนหน้าของพัทลุง  ตามแนวทางดังนี้  

 1. ศักยภาพหรือจุดแข็งด้านสวัสดิการสังคมของจังหวัดพัทลุง 

 2. แนวทางในการพัฒนาหรือขยายผลไปสู่สวัสดิการถ้วนหน้า

 3 .บทบาทหน้าที่ของสมัชชาสวัสดิการพัทลุง เช่น ภาครัฐ เอกชน  ชุมชน /ประชาสังคม

4. กิจกรรม /โครงการ / กระบวนการที่ต้องทำเพื่อเข้าสู่จังหวัดสวัสดิการถ้วนหน้าในปี2560  

 สวัสดิการคือการหุ้นส่วนทางสังคม ที่ประชาชน ออมเพื่อจัดสวัสดิการให้กับเพื่อนบ้านไกล้เรือนเคียงในชุมชน  ที่รัฐเห็นความสำคัญมาถือหุ้นกับชาวบ้านโดยการสมทบ 1 ต่อ 1 

      "กองทุนออมบุญสัสดิการเทศบาลตำบลปากพะยูน" ก็ได้รับการสนับสนุนเป็นหุ้นส่วนกับรัฐ 1ต่อ 1 มาแล้ว ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในวันที่ 1 พฤศจิกายน  2553 หุ้นส่วนที่เป็นชาวบ้าน สวัสดิการชุมชน ทำงานบรรเทาความเดือดร้อนแทรภาครัฐหุ้นส่วนไปแล้ว