ชั่วโมงที่ 7(15.30-16.30 น.)ของวันจันทร์ อังคาร และพฤหัส สำหรับโรงเรียนผมเป็นการสอนซ่อมเสริม ซ่อมนักเรียนไม่เก่ง รวมทั้งเสริมนักเรียนที่เก่งอยู่แล้ว ตัวเองได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบ ม.4/1 ในวันจันทร์ครับ 

นักเรียนโรงเรียนบ้านกร่างวิทยาคม มิใช่เคร่งเอาแต่เรียน ขยันมาก หรือเป้าหมายเป็นการเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย ตรงข้ามนักเรียนจำนวนน้อยที่มีพฤติกรรมอย่างนั้น ประสบการณ์ตัวเองบอกว่า นักเรียนที่นี่มักไม่ชอบการเรียนด้วยเนื้อหาสาระซึ่งเข้มข้นหรืออัดแน่น กิจกรรมที่ครูพยายามคิดสอดแทรกต่างหาก ที่จะทำให้นักเรียนตั้งใจ เอาใจใส่ต่อการเรียนรู้

กิจกรรมต่างๆที่โรงเรียนจัดเพื่อพัฒนาศักยภาพ จึงน่าสนใจสำหรับนักเรียนเสมอ ไม่ว่าจะเป็นกีฬาภายใน(กีฬาสี) เข้าค่ายพักแรมลูกเสือ-เนตรนารี ค่ายวิทยาศาสตร์ หรือการแข่งขันต่างๆ ฯลฯ ทั้งที่นักเรียนบางคน ปกติแล้วอาจขาดเรียนบ่อยๆ บางคนหายหน้าไปนาน แต่พอถึงกิจกรรมสำคัญเหล่านี้ พวกเขาเหล่านั้นกลับปรากฏตัวแบบไม่ยอมพลาด อีกทั้งเข้าร่วมอย่างเอาจริงเอาจัง เสียสละ จนหลายครั้งน่าพิศวงสำหรับครู 

ดังนั้น การจะสอนเนื้อหาสาระในส่วนที่ตนเองรับผิดชอบ ซึ่งก็คือวิชาชีววิทยา เพื่อซ่อมหรือเสริมเข้าไปอีกในชั่วโมงสุดท้าย ซึ่งอ่อนล้ามากับหลายๆวิชาแล้ว อาจเป็นการยัดเยียดความรู้ให้กับนักเรียนจนเกินไป ที่สำคัญยิ่งกว่าคือ ไม่น่าจะได้ผล

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา มีโอกาสพบนักเรียนเป็นครั้งแรกของภาคเรียนนี้ ได้ชี้แจงทำความเข้าใจ ชั่วโมงนี้ในทุกสัปดาห์ เราจะมาพูดคุยและทำโครงงานชีววิทยาร่วมกัน โครงงานของครู อาจไม่ใช่อย่างที่นักเรียนนึกภาพ ทำแผงโครงงานโชว์ ทำเอกสารเล่มหนาเผยแพร่ เอาแค่ว่า เราได้เรียนรู้อะไรเกี่ยวกับชีววิทยาสักอย่าง ค่อยทำไป คิด ศึกษา ค้นคว้า อาจต้องทดลอง พอปลายเทอม เราจะสรุปความรู้ให้ได้คนละ 1 เรื่อง เท่านี้ก็พอ ได้ตามหลักการแล้ว เป็นการศึกษาหาความรู้ด้วยตัวของเราเอง 

ให้นักเรียนค้นคว้าหาความรู้เรื่องใดก็ได้ ตามที่นักเรียนชอบ อยากรู้ เรื่องไม่ชอบไม่ต้องค้นมา ถ้าเป็นครู..สุนัขพันธุ์บางแก้ว ไก่ชนเหลืองหางขาว ต้นกร่าง ต้นปีบ(กาสะลอง) ล้วนน่าสนใจ เพราะต่างเกี่ยวข้อง หรือเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดพิษณุโลก หรือของตำบลบ้านกร่างเรา แต่ถ้านักเรียนไม่สนใจเรื่องพวกนี้ ก็เอาเรื่องอื่น ครูกับเธอไม่จำเป็นต้องอยากรู้เรื่องเดียวกัน มอบหมายงานแรกให้กับนักเรียนครับ 

ตั้งใจจะให้ค้นอย่างนี้อีกสักรอบสองรอบ จากข้อมูลที่สืบค้น หวังนักเรียนจะเกิดปัญหา หรือเกิดข้อสงสัยขึ้นมาบ้าง จากนั้นจะให้ดำเนินการตามวิธีการทางวิทยาศาสตร์ต่อไป ได้แก่ ตั้งสมมติฐาน ตรวจสอบ จนถึงวิเคราะห์สรุปเป็นองค์ความรู้ หากไม่ทดลองก็อาจศึกษาอะไรก็ได้ ทุกขั้นตอนควรมาจากนักเรียนเองจริงๆ ครูเป็นผู้ชี้แนะหรือสนับสนุนบ้างเท่านั้น 

การเรียนรู้แบบโครงงานอย่างนี้ น่าจะสนองได้ทั้งซ่อมและเสริมตามวัตถุประสงค์ของโรงเรียน

ที่สำคัญกว่านั้น..นักเรียนจะค้นคว้าหาความรู้ด้วยตนเองเป็น