ถึง พี่ภีม ภคเมธาวี ที่นับถือ

     เรื่องมีอยู่ว่า นพ.ยอร์น จิระนคร ผม และทีมงานฯในพื้นที่ ได้ร่วมกันพัฒนาโครงร่างวิจัยโดยรายละเอียดตามที่นำเสนอไว้ที่ blog "ไตรภาคีร่วมพัฒนาสุขภาพชุมชน" ประเด็นที่เกี่ยวข้องโดยตรงคือ “ไตรภาคีร่วมพัฒนา” ยุทธศาสตร์การพัฒนาสุขภาพชุมชน และ “ไตรภาคีร่วมพัฒนา” ยุทธศาสตร์การพัฒนาสุขภาพชุมชน #2

     มาถึงวันนี้ สวรส.ภาคใต้ มอ. ได้อนุมัติในหลักการโครงร่างดังกล่าวแล้ว โดยมีเงื่อนไขให้ทบทวน/แก้ไขบางส่วน ตรงนั้นไม่เป็นไรครับ แต่คำแนะนำที่ได้รับนี้ซิ ผมเกิดเป็นความกังวลขึ้นมา เช่นผมควรจะมีคนที่คอยช่วยเหลือทั้งด้านเทคนิคการปฏิบัติ องค์ความรู้ในการจัดทำแผนสุขภาพชุมชน รวมถึงการเชื่อมโยงตามกรอบแนวคิดนะครับ ซึ่งวันนี้ผมก็เชื่อแล้วว่าที่ผมและทีมฯมีอยู่ไม่เพียงพอ เพราะเราเริ่มเห็นทางตันมากขึ้น ๆ เมื่อเริ่มขยับตาม Flow ครับ (ในปี 2548 การดำเนินงานเพื่อเตรียมพื้นที่ และพัฒนาความพร้อมดำเนินการโดยใช้งบประมาณของ สสจ.พัทลุง โครงการ PCU ในฝัน ของ สปสช. และงบประมาณของพื้นที่เอง เช่น สอ./อบต./เทศบาล)

     อีกอย่างกิจกรรมหลาย ๆ อย่างเริ่มไหลไปตาม Flow ที่เกิดขึ้น ใช้เวลามาเกือบปีแล้วครับในการพัฒนา ลงพื้นที่จริง เก็บเกี่ยวเรื่องราวต่าง ๆ "คิดไป ทำไป" ก็พบว่าสิ่งที่จะแก้ปัญหาหรือพัฒนาสุขภาพของประชาชนนั้น เขาจะพูดถึงเรื่องปากท้องร่วมด้วยเสมออย่างมิอาจจะแยกจากกันได้ แต่ทีมงานผมเป็นนักสาธารณสุข และเป็นราชการส่วนท้องถิ่นบางส่วน จากนั้นก็เป็นแกนนำประชาชนในพื้นที่ เราพบว่าตัวเองมีประสบการณ์การพัฒนาเชิงบูรณาการเช่นนี้น้อยมาก งง บางครั้งตั้งต้นไม่ถูกเมื่อชาวบ้านเชื่อมโยงถึง

     สิ่งที่เปิดประเด็นถึงพี่วันนี้ก็เพราะว่า หากนับเป็นระยะทางแล้วเราไม่ได้อยู่ไกลกันมากนัก เป็นเขตจังหวัดยุทธศาสตร์เดียวกัน และเห็นคุณ (พี่) จะพูดถึงทีมงานด้านชุมชนแถบจังหวัดพัทลุง ซึ่งผมและทีมงานยังเข้าไม่ถึงครับ ฉะนั้นจึงอยากจะให้พี่ช่วยเหลือในประเด็นที่ผมยกมา ตามแต่สมควร หรือจะให้ข้อเสนอแนะเป็นอย่างไรก็ได้ เรื่องนี้หมอยอร์น (หัวหน้าทีมฯ) ได้นำมาหารือและแนะนำผมว่าลองติดต่อไปยัง ม.วลัยลักษณ์ดู ได้ยินว่าเขาถนัดเรื่องนี้ จึงคิดถึงพี่ครับ

     ด้วยความเชื่อมั่นและนับถืออย่างสูง

            อนุชา  หนูนุ่น

          ปล. ผมคิดจะไม่พยายามทำอย่างที่ถูกบันทึกไว้ ที่ KM ชุมชน กับโครงการของหน่วยราชการ และ ที่ ทลายกำแพง"รุมทึ้ง"ชุมชน