วางแผนไว้ล่วงหน้าราวหนึ่งเดือนว่าจะหาโอกาสไปปฏิบัติธรรมก่อนสิ้นปีนี้ให้ได้ เพราะเป็นความตั้งใจว่าควรจะนำตนเองไปพบไปฝึกหัดการปฏิบัติธรรมกับครูบาอาจารย์ให้ชี้แนะแนวอย่างเป็นเรื่องเป็นราวอย่างน้อยปีละครั้ง ด้วยเชื่อว่าการปฏิบัติเองอยู่กับบ้านนั้นแม้ทำได้และทำอยู่ แต่ก็ไม่เข้มข้น ไม่ต่อเนื่อง อินทรีย์ยังไม่แก่กล้าพอกิเลสก็จะมีพลังเหนือเราได้ง่ายอย่างไม่รู้ตัว

ผู้เขียนเป็นคนเมืองกาญจน์ จึงปรารถนาจะไปปฏิบัติที่ วัดสุนันทวนาราม ที่จังหวัดบ้านเกิดสักครั้ง และศรัทธา พระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก อย่างยิ่งด้วยค่ะ เพราะอ่านหนังสือท่านหลายๆเล่มชอบมาก อ่านง่าย อ่านสนุก ได้ข้อธรรมนำชีวิต ธรรมะจัดสรรได้รุ่นน้องที่เคยไปมาหลายครั้งไปปฏิบัติธรรมด้วยกัน เป็นหลักสูตรอานาปานสติ ระหว่าง ๑๖-๒๔ ตุลาคม ๒๕๕๓

อย่างไรก็ตามมีเหตุทำให้อยู่ได้ไม่ครบตามที่กำหนด มีบุญอยู่ได้แค่ ๔ คืน ๕ วัน ด้วยคนข้างกายขอร้องให้ออกมาช่วยงานที่ตัวเองชำนาญในวันที่ ๒๐ ตุลาคม ก็ดีเหมือนกันได้ออกมาเจอเรื่องน้ำท่วมหนักอีก ขอเล่าเรื่องวัดก่อนนะคะ

การเดินทางไป วัดสุนันทวนาราม ซึ่งเป็นวัดสาขาที่ ๑๑๗ ของวัดหนองป่าพง จังหวัดอุบลราชธานี นั้นค่อนข้างใช้เวลายาวนาน แต่เส้นทางดี วิวสวยไปตลอดทางจากจุดแยกตัวจังหวัดกาญจนบุรีไปสู่ กิโลเมตรที่ ๙๐ บ้านท่าเตียน ตำบลไทรโยค อำเภอไทรโยค เข้าไปในอาณาบริเวณวัดยิ่งประทับใจค่ะ วัดอยู่ในโอบล้อมของภูผา ขุนเขา ช่วงที่อยู่วัดมีฝนตกเกือบทุกวัน มีหมอกเมฆลอยอ้อยอิ่งอยู่ยอดเขา ต้นไม้ก็เยอะเขียวชอุ่ม สมกับเป็นวัดป่า

ยิ่งทึ่งเมื่อทราบข้อมูลภายหลังว่าก่อนมีวัดตรงนี้เคยไปไร่อ้อยเสื่อมโทรม วัดกว้างขวางมากมีเนื้อที่ถึง ๑๕๐๐ ไร่ ตอนนี้มีพืชพรรณนานาชนิด นก ผีเสื้อหลากหลาย มีปูภูเขาโผล่มาทักทายให้เห็นบ่อยๆด้วย ผู้เขียนต้องสำรวมกิริยาจะไปวิ่งถ่ายรูปก็จะดูไม่งาม

ได้ไปประสบกับตนเองจึงได้เห็นว่า พระอาจารย์มิตซูโอะ นั้นท่านมีเมตตาสูงมากจริงๆ ทางวัดจัดอบรมปฏิบัติธรรมให้ผู้คนมากมายไม่ปฏิเสธใคร บางทีพากันมาเป็นคณะใหญ่ๆเป็นคันรถๆ ก็มีที่พักรองรับ มีห้องน้ำ-สุขารองรับให้ได้รับความสะดวก มีฆราวาสที่อาสาเป็นธรรมบริกร ในการจัดการต่างๆอย่างเป็นระบบ อาจกล่าวได้ว่าทางวัดมีภารกิจในการให้บริการธรรมแก่ผู้มาเยือน ๓ ประเภทหลักๆ คือ

  • จัดหลักสูตรปฏิบัติธรรมที่วัดวางแผนกำหนดเอง มีตั้งแต่ ๓ ถึง ๙ วัน มีตลอดปี สมัครกันได้
  • จัดหลักสูตรปฏิบัติธรรมให้ผู้ที่ขอมา มักเป็นหน่วยงานทั้งภาครัฐ-เอกชนต่างๆและมหาวิทยาลัยที่พากันมาเป็นคณะใหญ่ๆ และ
  • รับพวกจรมานอกเหนือจากข้างต้น ซึ่งหากจะพักค้างอยู่ปฏิบัติก็ต้องติดต่อแจ้งวัดก่อน แต่หากไปเยี่ยม ไปกราบพระไปเช้า-เย็นกลับก็ไปได้ทุกเมื่อ หากพระอาจารย์อยู่และคณะมีเวลาท่านยังเทศน์ให้ฟังอีกด้วย

การไปอยู่วัดปฏิบัติธรรมที่นี่นับว่า สัปปายะ สงบ ปลอดภัย สะอาด สะดวก สวยงาม ไม่ต้องห่วงว่าจะต้องลำบาก อาหารที่ครัวของวัดจัดให้ก็คุณภาพดี รสชาติอร่อย มีเครื่องดื่มร้อน เย็นจัดวางไว้ให้บริการตนเอง

การได้ไปเข้าหลักสูตรอานาปานสตินับว่าเป็นบุญอย่างยิ่ง ผู้เขียนยังไม่เคยศึกษาและฝึกอานาปานสติอย่างจริงจังมาก่อน พระอาจารย์มิตซูโอะ ท่านเป็นผู้สอนเอง นำการปฏิบัติ และขึ้นเทศน์ทุกวัน ได้เต็มอิ่มกับการเรียนรู้

คุณ"ยายธี" เป็นศิษย์พระอาจารย์มิตซูโอะเช่นกัน หากจำไม่ผิดคุณยายธีเล่าให้ฟังว่าเป็นผู้ทำงานศิลป+ธรรม ชุดนี้ค่ะ

 

ความหมายของ อานาปานสติ ตามคำศัพท์ก็คือ

อานะ – อัสสาสะ       ลมหายใจเข้า

อาปานะ – ปัสสาสะ    ลมหายใจออก

สองคำนี้มารวมกันเป็น อานาปานะ

สติ  คือ ความระลึก การกำหนดรู้

ดังนั้น อานาปานสติ ก็คือ การระลึกรู้ลมหายใจเข้า ลมหายใจออกในปัจจุบันแต่ละขณะ

คนส่วนใหญ่จะคิดว่า เรื่องลมหายใจเป็นเรื่องง่ายๆจะมาอะไรกันนักกันหนา ก็หายใจกันอยู่ทุกวี่ ทุกวัน ไม่เห็นต้องมาทำเป็นเรื่องใหญ่ แต่ที่จริงแล้วเรื่องที่เราทำอยู่ทุกวันอย่างเป็นอัตโนมัตินี่แหละเป็นจุดสำคัญที่จะสร้างสุขให้เราได้อย่างน่าอัศจรรย์

การฝึก เจริญอานาปานสติ นั้น พระอาจารย์มิตซูโอะ ท่านกล่าวว่า ควรมีความเพียรกระทำ

  • เพื่อศึกษาชีวิต
  • เพื่อสุขภาพใจ
  • เพื่อสร้างกำลังใจ และ
  • เพื่อไม่ประมาท

ผู้เขียนจึงมีความเบิกบานใจที่ได้เรียนรู้ อานาปานสติ อย่างละเอียดกว่าที่เคยรู้มา ได้ฝึกปฏิบัติอานาปานสติ ทั้งในอิริยาบถ เดิน ยืน นั่ง นอน เป็นเครื่องมือสยบกิเลส-อารมณ์ที่วิเศษ เรียกมาใช้งานได้ทันทีทุกเมื่อ ทำให้ชีวิตมีความสุขอันประณีตได้อีกระดับหนึ่งทีเดียวหากฝึกจนชำนาญ ผู้เขียนคงยังต้องฝึกอยู่เรื่อยๆต่อไป มีความเพียรให้สมกับความเมตตาที่พระอาจารย์มิตซูโอะ และพระพี่เลี้ยงร่วมสอนได้มีให้พวกนักเรียนธรรมทุกคนค่ะ

อีกทั้งต้องขอบคุณน้องพัช และ น้องเลี๊ยด ที่อำนวยให้ผู้เขียนได้ไปปฏิบัติธรรมที่วัดได้ดังใจปรารถนา

ในภาพคือ น้องพัชราเพลิดเพลินการให้อาหารปลา

ขอนำบุญและความสุขมาฝากทุกท่านด้วยค่ะ