รายงานการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัย ศูนย์อนามัยที่ 5 

ข้อมูล ณ วันที่ 21-23 ตุลาคม 2553

 

การเฝ้าระวังด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม

1.การดำเนินการเฝ้าระวังในจังหวัดนครราชสีมา 

1. ร่วมประชุมคณะทำงาน ณ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา ร่วมวางแผนและติดตามความก้าวหน้า หาแนวทางแก้ไขปัญหา อุปสรรค

2. ประชุมคณะทำงาน ศูนย์อนามัยที่ 5 นครราชสีมา เพื่อติดตามผลการดำเนินงาน สรุปผลการดำเนินงานแต่ละทีม ปัญหาอุปสรรค หารือแนวทางการแก้ไขปัญหาและเตรียมความพร้อมการปฏิบัติงานในพื้นที่

3. จัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์สำหรับสนับสนุนแก่ผู้ประสบภัยเพิ่มเติม เช่น ปูนขาว น้ำยา EM
4. ประสานขอสิ่งสนับสนุนจากสำนักอนามัยสิ่งแวดล้อม ได้แก่ ถุงดำ และเจลล้างมือเพื่อแจกจ่ายแก่ผู้ประสบภัย
5. จัดทีมเพื่อไปปฏิบัติงานช่วยเหลือน้ำท่วม จำนวน  3 ทีม ดังนี้

                5.1 ทีมที่ 1 ปฏิบัติงานพื้นที่เขตอำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดนครราชสีมา

                5.2 ทีมที่ 2 ปฏิบัติงานพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา

                5.3 ทีมที่ 3 ปฏิบัติงานพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ

ทีมที่ 1 ปฏิบัติงานพื้นที่อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดนครราชสีมา

พื้นที่อำเภอเฉลิมพระเกียรติปริมาณน้ำเริ่มลดลงจากเดิม แต่บางพื้นที่ยังคงมีน้ำท่วมขังอยู่ เจ้าหน้าที่ศูนย์อนามัยที่ 5 ได้เข้าไปที่โรงเรียนท่าช้างราษฎร์บำรุงซึ่งเป็นจุดพักพิงสำหรับผู้ประสบภัย เพื่อให้คำแนะนำในการรักษาสุขลักษณะที่อยู่อาศัย และการรักษาความสะอาดในบริเวณที่พัก นอกจากนี้ ยังสำรวจและให้คำแนะนำแก่ผู้ปฏิบัติงานในโรงครัวของโรงเรียนซึ่งเป็นสถานที่ในการปรุงประกอบอาหารรองรับผู้ประสบภัย ภายในโรงเรียนประมาณ 500 คน และแจกจ่ายไปยังผู้ประสบภัยในหมู่บ้านที่ประสบภัยและไม่สามารถออกมาได้ ครบทั้ง 3 มื้อ ดังนั้น เจ้าหน้าที่จากศูนย์อนามัยที่ 5 จึงเก็บตัวอย่างอาหารและน้ำในวันที่ 20-21 ต.ค.53 พร้อมสวอปมือผู้ประกอบอาหาร รวมทั้งภาชนะอุปกรณ์ เพื่อตรวจคุณภาพทางแบคทีเรีย  ทราบผล21-22ตค.53

การเฝ้าระวังน้ำดื่ม –น้ำใช้ ได้เก็บตัวอย่างน้ำดื่มจำนวน 12   ตัวอย่าง และน้ำใช้   2 ตัวอย่าง

เนื่องจากผลการสุ่มตรวจสอบคุณภาพน้ำดื่มน้ำใช้ภายในศูนย์พักพิงโรงเรียนท่าช้าง พบว่าน้ำดื่มบรรจุขวดใส จำนวน 1 ตัวอย่างไม่พบการปนเปื้อนแบคทีเรีย ส่วนน้ำบรรจุขวดพลาสติกขุ่น ทั้งหมด  11 ยี่ห้อ พบการปนเปื้อน จำนวน 8 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 72.73 ดังนั้น ส่วนน้ำใช้ซึ่งเป็นน้ำประปา สุ่มตัวอย่างมา 2 จุด พบว่ามีการปนเปื้อน 1 จุด จึงได้จัดเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เพื่อทำการตรวจซ้ำ และให้คำแนะนำด้วย เนื่องจากมีการต่อสายยางพลาสติกกึ่งถาวรไว้ และกองบนพื้นดิน

        ส่วนวันที่ 21 ต.ค. 2553 มีการเก็บตัวอย่างน้ำดื่มเพิ่มเติมอีก จำนวน 4 ตัวอย่าง ผลการวิเคราะห์พบการปนเปื้อนแบคทีเรียในน้ำดื่มชนิดขวดขุ่นยี่ห้อทานตะวัน รายละเอียดดังนี้

 

จากผลการสุ่มตรวจสอบคุณภาพน้ำดื่มน้ำใช้ภายในศูนย์พักพิงโรงเรียนท่าช้างเพิ่มเติม พบว่าน้ำบรรจุขวดพลาสติกขุ่น ทั้งหมด 4 ยี่ห้อ พบการปนเปื้อน จำนวน 1 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 25.00

 

             * การเฝ้าระวังด้านสุขาภิบาลอาหาร  วันที่ 20 ต.ค.53 ได้มีการเก็บตัวอย่างอาหารจากจุดแจกจ่ายอาหารในเขตอำเภอเมือง และในอำเภอเฉลิมพระเกียรติ จำนวน 9 ตัวอย่าง จาก 4 จุดบริการ  ได้แก่ จุดบริการมิตรภาพ ซอย 4 จำนวน 3 ตัวอย่าง จุดหน้าโรงแรมเมืองทอง จำนวน 4 ตัวอย่าง ข้าวกล่องจากมูลนิธิศุภนิมิต (จากรถขนส่งของทหาร ป.พัน 23) จำนวน 1 ตัวอย่าง และจุดบริการของมูลนิธิหลวงตามหาบัว (บริเวณลานย่าโม) จำนวน 1 ตัวอย่าง นอกจากนี้ ได้สวอปมือผู้สัมผัสอาหารจากจุดบริการโรงแรมเมืองทอง จำนวน 3 คน  พบว่า อาหารมีการปนเปื้อน จำนวน 4 ชนิด คิดเป็นร้อยละ 44.4   ส่วนผู้สัมผัสอาหารพบปนเปื้อนโคลิฟอร์มแบคทีเรีย จากมือนางพวงรัตน์ ดิษยะบุตรซึ่งเป็นผู้สัมผัสอาหารจากโรงแรมเมืองทอง

  

ส่วนวันที่ 21 ตุลาคม 2553 ได้เก็บตัวอย่างอาหารจำนวน  3 ตัวอย่างจากโรงครัวและจากที่ได้รับบริจาค  พบการปนเปื้อนทุกตัวอย่าง  

เจ้าหน้าที่ศูนย์ฯ ได้ให้คำแนะนำในการปฎิบัติตามสุขลักษณะที่ดี และได้เก็บตัวอย่างเพื่อเฝ้าระวังซ้ำได้แก่ อาหาร 3 ตัวอย่าง น้ำดื่ม 4 ตัวอย่าง มือ 10 ตัวอย่าง และภาชนะ 3 ตัวอย่างาร รองรับผู้ประสบภัย จำนวน ี้เป็นจุดพักพิงสำหรับผู้ประสบภัย และใช้โรงครัวของโรงเรียน

นอกจากนี้ยังได้มอบสิ่งสนับสนุนดังนี้

สารส้ม  หน้ากากอนามัย  คู่มือประชาชน  คู่มือการล้างมือใส   ถุงและหนังยาง                    

วันที่ 22 ต.ค. 2553 เจ้าหน้าที่ได้เดินทางไปที่โรงเรียนท่าช้างวิทยา และได้ให้ความรู้แกนนำชุมชนที่บ้านประสบภัยน้ำท่วมแล้วมาพักที่โรงเรียน เรื่อง การจัดการขยะ การล้างส้วมและการใช้ปูนขาว และได้ทำการสุ่มตัวอย่างน้ำตรวจเพื่อเป็นการเฝ้าระวัง จำนวน 10 ตัวอย่าง อาหารจำนวน 10 ตัวอย่าง

ทีมที่ 2 ปฏิบัติงานพื้นที่หน้าโรงเรียนช่างกลพานิชการนครราชสีมา/หน้า ม.เทคโนโลยีอีสาน และจุดรับบริจาค KCTV และพื้นที่ตำบลจอหอ อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา

วันที่ 21 ต.ค. 2553 สถานการณ์บริเวณพื้นที่หน้ามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีอีสาน อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา เป็นบริเวณที่ประสบภัยน้ำท่วม และมีจุดสำหรับปรุง ประกอบอาหาร ให้ผู้ประสบภัยมารับบริการ เจ้าหน้าที่ศูนย์อนามัยที่ 5 ได้ให้คำแนะนำและให้ความรู้เกี่ยวกับการปรุงประกอบอาหารที่ถูกต้องรวมทั้งแนะนำวิธีการขนส่งอาหารเพื่อป้องกันการปนเปื้อน นอกจากนี้ยังให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้ยาป้องกันโรคน้ำกัดเท้า และสนับสนุนยาแก้ปวดหัวและยาแก้ไข้หวัดแก่ผู้ประสบภัย จำนวน 100 ชุด

 ส่วนจุดรับบริจาคอาหารของ KCTV และบริเวณหน้าโรงเรียนช่างกลพานิชการนครราชสีมา มีผู้ทำอาหารใส่กล่องโฟมและนำมาบริจาคแก่ผู้ประสบภัย เจ้าหน้าที่ได้สุ่มเก็บตัวอย่างอาหารและน้ำตรวจคุณภาพทางแบคทีเรีย

ผลการตรวจวิเคราะห์อาหารบริเวณหน้า KCTV จำนวน 3 ตัวอย่าง ได้แก่ กระเพราหมู ข้าวผัดไข่ และผัดถั่ว พบว่า ทั้ง 3 ชนิด ตรวจไม่พบโคลิฟอร์มแบคทีเรีย

 ส่วนบริเวณหน้ามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีอีสานเก็บตัวอย่างอาหารจำนวน 4  ตัวอย่าง ได้แก่ ผัดหมี่ผัดปลาดุก หน่อไม้ดอง และผัดเผ็ดไก่ พบว่า  ทั้ง 4 ตัวอย่าง ตรวจไม่พบโคลิฟอร์มแบคทีเรีย

 ส่วนน้ำดื่มหน้ามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีอีสาน เก็บตัวอย่างน้ำดื่มบรรจุขวดจำนวน 2 ตัวอย่างได้แก่ น้ำดื่มราชมงคลอีสาน และเชิดชัยน้ำดื่ม ผลการตรวจวิเคราะห์พบว่า ไม่พบการปนเปื้อนแบคทีเรีย

ในวันที่ 22 ต.ค. 53 เจ้าหน้าที่ศูนย์อนามัยที่ 5 เข้าพบ นายกเทศมนตรีตำบลจอหอ ณ ศูนย์อำนวยการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม และมอบชุดยารักษาโรค แก่เทศบาลตำบลจอหอและได้แนะนำเกี่ยวกับการจัดการขยะและสิ่งปฏิกูลแก่เจ้าหน้าที่เทศบาลเพื่อนำความรู้ไปเผยแพร่แก่ประชาชนและผู้ประสบภัยต่อไป โดยสถานการณ์ในตำบลจอหอน้ำเริ่มลดระดับลง แต่ก็ยังมีบางจุดที่ยังท่วมสูงอยู่  เช่น ชุมชนวัดช่องอู่  ซึ่งการเดินทางเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยต้องใช้เรือเป็นพาหนะ ผู้ประสบภัยบางส่วนออกมารับอาหารบริจาคจุดอำนวยการช่วยเหลือ ใกล้กับจุดบริการ กรุงเทพมหานครได้สนับสนุนรถสุขาเคลื่อนที่เพื่อบริการแก่ผู้ประสบภัยรวมทั้งประชาชนทั่วไปด้วย

      

จากนั้นเจ้าหน้าที่ศูนย์อนามัยที่ 5 ได้เข้าสำรวจบริเวณจุดบริการบริจาคอาหาร ซึ่งอยู่ภายในสำนักงานของเทศบาล บริเวณนี้จะใช้สำหรับปรุง ประกอบอาหาร แล้วใส่กล่องโฟมเพื่อนำแจกจ่ายแก่ผู้ประสบภัย ทีมงานได้ตรวจสอบคุณภาพอาหารและน้ำดื่มที่แจกจ่ายให้กับประชาชน โดยทำการตรวจโคลิฟอร์มแบคทีเรียในอาหารด้วยชุดทดสอบ SI-2   สุ่มตรวจอาหาร 3 ชนิด  ได้แก่    ไข่เจียว   ผัดกะหล่ำไก่  และ ข้าวสวย  และสุ่มตรวจโคลิฟอร์มแบคทีเรียในน้ำด้วยชุดทดสอบ  อ 11  จำนวน 3 ตัวอย่าง ได้แก่น้ำดื่มตราช้าง น้ำดื่มตามปูนอินทรีย์ และน้ำดื่มตราน้ำทิพย์  โดยทำการสาธิตขั้นตอนและวิธีการตรวจให้กับทางเจ้าหน้าที่เทศบาล  ประชาชนที่สนใจและสื่อมวลชนได้รับทราบ นอกจากนี้ยังได้สนับสนุน สิ่งสนับสนุนประกอบด้วย ถุงดำ ปูนขาว สารส้ม แก่เทศบาลตำบลจอหอ โดยรองนายกเทศมนตรีตำบลจอหอเป็นผู้แทนรับมอบ

 

ผลการตรวจคุณภาพอาหารและน้ำ ทีม2

        ผลการตรวจคุณภาพอาหารและน้ำทางแบคทีเรียที่จุดจัดบริการอาหารและน้ำสำหรับผู้ประสบภัย บริเวณตึกเทศบาลตำบลจอหอ จำนวนอาหาร 3 ตัวอย่าง และน้ำ จำนวน 3 ตัวอย่าง ไม่พบการปนเปื้อนของเชื้อโคลิฟอร์มแบคทีเรีย

 

ในวันที่ 23 ตุลาคม 2553 ศูนย์อนามัยที่ 5 ได้ไปสำรวจสถานการณ์ทางด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม พื้นที่อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมาพบว่า อำเภอโนนสูงมีน้ำท่วมทั้งหมด 13 ตำบล 2 ตำบล ความช่วยเหลือยังไปไม่ถึง คือ ตำบลธารปราสาท และตำบลหลุมข้าว ส่วนในพื้นที่เขตเทศบาลตำบลโนนสูงบริเวณศูนย์ส่งเสริมการเกษตรอำเภอโนนสูง มีน้ำไหลเชี่ยวสูงระดับเอว  บริเวณดังกล่าวรถเล็กไม่สามารถเดินทางสัญจรได้ มีเพียงรถกระบะและรถของทหารที่สามารถขับผ่านได้

 

ทางทีมได้เข้าสำรวจบ้านโนนบ่อ พบว่า มีน้ำท่วมสูง 67 ครอบครัว  ประสบความเสียหาย และย้ายมาอาศัยอยู่ที่จุดพักพิงในศาลาวัดโนนบ่อ ตำบลลำคอหงส์ สภาพภายในวัดเป็นพื้นที่ตั้งของจุดบริจาค มีรถผู้นำสิ่งของมาบริจาค เช่น ข้าวสาร อาหารแห้งและน้ำดื่ม ในช่วงเวลาดังกล่าว พบ ผู้ประสบภัยจำนวนประมาณ 40 คน มีทั้งเด็กเล็ก วัยรุ่นคนแก่ และหญิงมีครรภ์ จากการสอบถาม ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม พบว่า

  • การจัดอาหารวัตถุดิบที่ใช้จะได้มาจากการรับบริจาค ผู้ประสบภัยที่สามารถทำอาหารได้ก็จะหมุนเวียนสับเปลี่ยนกันปรุงประกอบอาหาร
  • การขับถ่ายจะใช้ส้วมวัด
  • น้ำใช้จะใช้น้ำประปา เนื่องจากประปาของวัดโนนพรมสามารถใช้งานได้
  • น้ำดื่มเป็นน้ำขวดได้รับมาจากสนับสนุนและการบริจาค

ทางทีมจึงได้มอบสิ่งสนับสนุน ดังนี้ น้ำยาล้างจาน  สบู่  เจลล้างมือ

ส่วนพื้นที่บ้านโนนพรม เป็นพื้นที่ที่มีระดับน้ำท่วมสูงประมาณ 1 เมตร ไม่สามารถเดินทางเข้าออกได้ มีเพียงเรือเท่านั้นที่จะใช้สัญจรได้ มีครอบครัวประสบความเสียหาย จำนวน 46 หลังคาเรือน ผู้ประสบภัยได้มาอาศัยอยู่ในวัดโนนพรมซึ่งใช้เป็นแหล่งพักพิงชั่วคราว การเดินทางไปยังจุดนี้สามารถเข้าไปได้โดยทางเรือเท่านั้น ในวัดโนนพรม พบ ผู้ประสบภัยจำนวน 20 คน ประกอบด้วย ผู้นำหมู่บ้าน อบต. ผู้ใหญ่บ้าน และ อสม.  จากการสอบถามสถานการณ์ทางด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมผู้ประสบภัย สรุปได้ดังนี้

  • ที่จุดพักพิงนี้มีจุดบริการเตรียม ปรุงประกอบอาหาร เพื่อแจกจ่ายให้กับผู้ประสบภัยในหมู่บ้านจำนวน 3 มื้อ อาหารส่วนใหญ่ได้มาจากการบริจาค ทั้งจากหน่วยงานภาครัฐ เอกชน หน่วยงานทหาร
  • การขับถ่ายของคนในหมู่บ้าน จำนวน 46 หลังคาเรือน พบว่า ประมาณ 10 หลังคาเรือนที่ยังสามารถใช้ส้วมได้ สำหรับบ้านที่ส้วมเสียหายจะแก้ปัญหาโดยการใช้ส้วมร่วมกับเพื่อนบ้าน ส่วนส้วมที่วัดโนนพรมมีจำนวน 10 ห้อง ใช้น้ำจากบ่อในวัดชำระล้าง ในวันที่ 30 ต.ค. 53 ทางวัดโนนพรมจะจัดงานบุญกฐินคาดว่า ปริมาณการใช้ส้วมจะเพิ่มมากขึ้น
  • การจัดการขยะในที่พักพิงชั่วคราว พบว่า ปริมาณขยะมีปริมาณมาก เช่น พวกขวดน้ำ ผู้ประสบภัยจะเก็บรวบรวมไว้เพื่อนำไปขายเมื่อน้ำลด ส่วนขยะทั่วไปจะเก็บรวบรวมใส่ถุงดำไว้ ยังไม่ได้ทำการดำจัดแต่อย่างใด หากเป็นขยะที่สามารถเผาได้ก็จะกำจัดโดยวิธีการเผา ทางเจ้าหน้าที่ศูนย์อนามัยที่ 5 ได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการจัดการขยะในช่วงน้ำท่วม
  • น้ำดื่มสำหรับจุดนี้จะได้รับจากการสนับสนุนและการบริจาค ส่วนผู้ประสบภัยที่ยังอาศัยอยู่ในบ้านจะใช้น้ำฝนที่รองไว้ หากไม่เสียหายในช่วงน้ำท่วม
  • น้ำใช้ ผู้ประสบภัยจะใช้น้ำที่ไหลมาจากน้ำท่วม เพื่อเป็นน้ำสำหรับล้างจาน ภาชนะอุปกรณ์สำหรับทำอาหาร
  • โรคที่พบมาก คือ โรคน้ำกัดเท้าและเป็นไข้

ศูนย์อนามัยที่ 5 ได้สนับสนุน ดังนี้  ถุงดำถุง  ปูนขาว สารส้ม

  

นอกจากนี้เพื่อเป็นการเฝ้าระวังทางอาหารและน้ำทีมงานได้เก็บตัวอย่างน้ำตรวจคุณภาพทางแบคทีเรียจำนวน 7 ตัวอย่าง ณ ศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจช่วยเหลือผู้ประสบอุกทกภัย อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา

การช่วยเหลือโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา1และ2

 

        1.สำรวจสภาพการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในโรงพยาบาลมหาราช1

        2.เฝ้าระวังคุณภาพน้ำดื่ม-น้ำใช้  ด้วยชุดทดสอบภาคนามคลอรีนตกค้างและโคลิฟอร์มแบคทีเรีย

        3.ได้จัดส่งรถ Refer 24 ชั่วโมง พร้อมพนักงานขับรถให้กับโรงพยาบาลมหาราช 2 จำนวน 1 คัน ระหว่างวันที่ 20 – 29 ตุลาคม 2553

        4.รับซักอบผ้าและนึ่งอุปกรณ์การแพทย์จากโรงพยาบาลมหาราช1 จังหวัดนครราชสีมา ตั้งแต่วันที่ 18 ตุลาคม 2553 เป็นต้นมา ดังนี้

 

3. ปัญหาและอุปสรรค

        3.1 ขาดยานพาหนะในการเดินทางเข้าในพื้นที่ประสบอุทกภัย

        3.2 ขาดอุปกรณ์ความปลอดภัย ได้แก่ ชูชีพ เรือ ห่วงยาง เป็นต้น

       

4. สิ่งที่ต้องการสนับสนุนเพิ่มเติม

         สื่อประชาสัมพันธ์ถึงประชาชนและท้องถิ่น