GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

“ การดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัด “ ร่วมด้วยช่วยกันระหว่าง ผู้ป่วย ญาติ และเจ้าหน้าที่ ( 6 )

บทบาทของครอบครัว พร้อมความเอาใจใส่ ดูแล ห่วงหาอาทร จะเป็นอาหารชูกำลังให้ผู้ป่วยพร้อมที่จะต่อสู้กับโรคร้ายได้

 

ได้เล่าความรู้สึก/ความคิดเห็นของผู้ป่วยโรคมะเร็งมา 4 ราย แล้วนะคะ  วันนี้ขอเล่าความรู้สึก/ความคิดเห็นของญาติผู้ป่วยโรคมะเร็งบ้างค่ะ

 เธอเล่าให้พวกเราฟังว่า  ผู้ป่วยมาด้วย  อาการ  neck node chronic inflame  ช่วงแรกไม่พบอะไร  พยายามพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยโรคเป็นปี 

................ปีที่ 3  ผู้ป่วยมีอาการ  เลือดออกทางจมูก   ผู้ป่วยและญาติ 

                     คิดว่าเพราะเดินทางไกล

................ครั้งที่ 2 เป็นอีก  แพทย์ได้  ตัดชิ้นเนื้อ ส่งตรวจ ถึง  6 ครั้ง

................ผลออกมา   แพทย์บอกว่าผู้ป่วยเป็น  มะเร็งที่โพรงจมูก

................รู้สึกตกใจและแปลกใจมาก......ทำไมถึงเกิดขึ้นได้นะ  เพราะ

                      ว่าผู้ป่วยดูแลตัวเองดีมาตลอด  

เราต้องตั้ง    สติ  อย่าตกอยู่ในความ  ประมาท   ต้อง  ยอมรับ  มันให้ได้                       

ผู้ป่วย ได้รับการรักษาด้วยการ  ฉายแสง  และ  เคมีบำบัด  

§       เธอบอกว่า  ผู้ป่วยโชคดีมากที่  ผมไม่ร่วง  แต่เป็นแผลในปาก ( mucositis )  อย่างรุนแรง  ไม่สามารถกินอาหารได้เลยแพทย์รักษาโดยการใส่สายให้อาหารทางกระเพาะอาหาร ( Percutaneous   Entero  Gastrostomy )                 ส่วนแผลในปาก  เธอใช้วิธีทาแผลด้วยยาน้ำสีม่วงๆ ( gengion  violet )  หายเป็นปลิดทิ้ง 

§       เธอบอกว่า  ผู้ป่วยมีปัญหา รอยไหม้บริเวณฉายแสง  การทาด้วยแป้งข้าวโพด เธอได้ทำแล้ว แต่ไม่เห็นผลเธอจึงแก้โดยการใช้   ครีมบัวหิมะทาทุกชั่วโมง ประมาณ  3  วัน  เห็นผล  กล่าวคือ  ผิวนวล   ไม่มีร่องรอยของแผลรอยไหม้  ได้มีผู้ตั้งคำถามว่า  ในผู้ป่วยบางคนซึ่งมีเศรษฐานะไม่ดี  ไม่สามารถหาซื้อบัวหิมะได้  สามารถใช้อย่างอื่นแทนได้หรือไม่  เช่น  ยาสีฟัน ว่านหางจระเข้  ซึ่งมีบางคนใช้รักษาแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก......ทั้งหมดนี้ไม่มีคำตอบ  คงต้องมีการค้นคว้าทางทฤษฎีและมีการทดลอง....ทำซ้ำบ่อยๆ????? 

§       ผู้ป่วยมีอาการหงุดหงิด  .......... ………

....การมี  จิตแพทย์  เข้ามาช่วยดูแล  เธอคิดว่ามี

    ความจำเป็น  เพราะจิตแพทย์มีวิธีการพูดที่ทำ      ให้ผู้ป่วยสบายใจขึ้น

….ด้าน  ธรรมะ  ไหว้พระ  ฟังธรรม  นั่งสวดมนต์ 

     ทำสมาธิ  เธอเห็นด้วย  เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยมีสิ่ง ยึดเหนี่ยว  โดยเฉพาะการทำสมาธิ เมื่อจิตนิ่ง      สามารถช่วยในช่วงของการฉายแสงได้อย่างมาก        เพราะเมื่อ  ตัวเรานิ่งเวลาฉายแสง  รังสีจะได้ไม่เปลี่ยนทิศทาง

.....นอกจากนี้อาจมีวิธีอื่น  อีกก็ได้  เช่น ฟังเพลง 

     กำหนดลม  

§       เธอเล่าต่อว่า  นอกจากอาการต่างๆข้างต้นแล้ว  ผู้ป่วยยังมี  อาการความเข้มข้นของเม็ดเลือดแดงต่ำ  เม็ดเลือดขาวต่ำ 

เธอแก้ปัญหานี้ให้โดย......       

 ..... ต้มน้ำให้เดือด แล้วใส่ตับหมูต้มนาน  3  นาที พร้อมใส่ขิงด้วย  นำเฉพาะน้ำให้ผู้ป่วยดื่ม .........    

            เธอให้ผู้ป่วยดื่มมานานประมาณ  1 เดือนแล้ว  ความเข้มข้นของเม็ดเลือดดีมาก  ไม่ลดเลย ??????

............นอกจากนี้เธอได้ดูแลเอาใจใส่ด้านอาหารให้ผู้ป่วย   โดยทำอาหารอ่อนให้กินทุก  2  ชั่วโมง  เพราะผู้ป่วยกินได้ครั้งละไม่มาก  จึงต้องให้กินบ่อยครั้ง  เน้นอาหารให้ครบ  5  หมู่  แต่หลีกเลี่ยงพวกเนื้อสัตว์  ใช้เนื้อปลาแทน

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 40489
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 6
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (6)

ขอบคุณมากค่ะ.. ได้รับความรู้ที่ยังไม่เคยได้ยินมาเยอะแยะเลย

 ^________^

นี่คือตังอย่างการบันทึกใน บล็อก ที่ยอดเยี่ยมครับ

ได้ความรู้ที่ไม่มีในตำรา 

"ตับหมูต้มนาน 3 นาที + ขิง และให้ดื่มเฉพาะน้ำ"...ทำให้ความเข้มข้นของเลือดดีมาก
  • พี่เม่ยตั้งสมมติฐานในใจว่า การใช้ความร้อนและขิง ช่วย "สกัด" ธาตุเหล็กให้ออกมาอยู่ในส่วนน้ำได้มาก?
  • แวะมาให้กำลังใจ
  • เข้าไปดูที่ถามคำถามนะครับ
พี่จุดขึ้นรูปได้แล้ว ดีใจด้วยค่ะ