ศึกชิงน้ำของคนชายขอบ
      "อาจารย์ครับ  บ้านผมเกิดวิกฤตแล้วครับ"  เสียงตัวแทนชาวบ้านชุมชนรอบล่มน้ำลำตะโคง (เป็นสาขาของแม่น้ำมูล)ผ่านโทรศัพท์มือถือของผม ซึ่งกำลังสัมนาทฤษฏีทางสังคมในเรื่อง  "กระบวนการ  กลายเป็นคนขายขอบ หลังจากรับโทรศัพท์แล้วผมคุยกับเพื่อนนักศึกษาว่าผมได้กรณีศึกษาของทฤษฎีกระบวนการกลายเป็นคนชายขอบของจริงสด ๆ  แล้ว  ซึ่งตัวแทนชาวบ้านมีความดีใจมากที่ผมรับปากจะเข้าร่วมประชุมหารือถึงปัญหาดังกล่าวในวันที่  23  กรกฏาคม  (วันนี้)ที่ศาลาวัดริมฝายกักเก็บน้ำ  บ้านป่ามัน  ตำบลหัวฝาย  กิ่งอำเภอแคนดงจังหวับุรีรัมย์  ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ผมกับกลุ่มพ่อคำเดื่อง  ภาษี  ร่วมทำงานกับชาวบ้านมานานมากกว่า  15  ปี  แล้ว  ชุมชนล่มน้ำลำตะโคง  ประกอบไปด้วยชุมชนที่อยู่รอบอ่างเก็บน้ำขนาดกลางมี อบต.(องค์การบริหารส่วนตำบล)ล้อมรอบ  4  อบต.คือ  อบต.นิคม  อบต.หัวฝาย  อบต.ร่อนาทอง  อบต.ดอนมนต์
                 ปัญหาอยู่ที่เทศบาลอำเภอสตึกซึ่งอยู่ห่างจากอ่างเก็บน้ำบ้านหัวฝาย  20 กิโลเมตร  กำลังขุดวางท่อเพื่อจะนำน้ำจากอ่างเก็บน้ำหัวฝายไปทำน้ำประปาให้กับเทศบาลอำเภอสตึกที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำมูลแต่ใช้น้ำจากแม่น้ำมูลมาทำน้ำประปาไม่ได้  เนื่องจากน้ำเน่าเสียจากเหตุปัจจัย  3  ประการ  1  โรงงานเหล้าที่อยู่เหนือน้ำปล่อยน้ำเสียลงน้ำ  2เกิดสภาวะน้ำลดมากและน้ำไม่ไหลเนื่องจากมีการดูดทราย  ตรงชายฝั่ง(ITV  เคยนำเสนอหลายครั้งแล้ว)  ทำให้เกิดตะลิ่งพัง  3 มีการระบายน้ำเสียจากเทศบาลจากเทศบาลและโรงพยาบาลลงสู่แม่น้ำ  วิธีการแก้ปัญหาคือไปแอบทำสัญญากับ อบต.นิคม  เพื่อนำน้ำไปใช้ทำประปาให้ชาวเมืองใช้  ทั้ง ๆ  ที่ชาวบ้านรอบฝายนั้นมีปัญหาแย่งน้ำกันใช้อยู่ทุกปี  ซึ่งการประชุมครั้งนี้เป็นการรวมตัวกันของประชาสังคม  หลายฝ่าย    เช่นฝ่ายกำนันผู้ใหญ่บ้าน  อบต.หัวฝาย  เจ้าหน้าที่อนามัย  และตัวแทนเกษตรกร   บรรยาการการประชุมค่อนข้าง   ตึงเครียด  มีคำถามเกิดขึ้นมากมาย
 -   ทำไมจึงไม่หารือกับอบต.ที่ได้รับผลกระทบที่รอบ ๆ  ฝายก่อน
 -   ถ้าเกิดศึกแย่งชิงน้ำใครจะรับผิดชอบ
 -   เทศบาลสตึกแก้ปัญหาแหล่งน้ำตนเองไม่ได้  แล้วทำไมต้องมาขโมยน้ำที่ชาวบ้านเขาชวยกันดูแลมาโดยยาวนาน
                    ที่ประชุมมีการอภิปรายแสดงความคิดเห็นอย่างมากมายและมีข้อสรุปอยู่  2  ประเด็น   1  ชุมชนรอบลำตะโคงฝ่าย อบต.หัวฝายไม่เห็นด้วย   2  จะมีการร่างหนังสือหารือผ่านนายยก อบต.  หัวฝายเพื่อนัดเจรจา  โดยมีผู้ที่เกี่ยวข้อง  ร่วมหารือ  เช่น อบต.นิคม  (ผุ้ลงนามในสัญญา    อบต.หัวฝาย  เทศบาลอำเภอสตึก  หัวหน้าประปาอำเภอสตึก  และผู้ว่ารคาชการจังหวัดบุรีรัมย์  เพื่อหาข้อยุติภายในสิ้นเดินนี้
                   หลังจากการประชุมแล้ว ผมคิดถึงกระบวนทฤษฏีกระบวนการกลายเป็นคนชายขอบ  ที่พึ่งเรียนมาใหม่ ๆกับอาจารย์กนกวรรณ์  การเกิดคนชายขอบเป็นผลจากการปรับเปลี่ยนของประวัติศาสตร์โลก  ทางเศรษฐกิจที่เป็นแบบ  สังคมทุนนิยม  ให้ความสำคัญกับตนเองมากที่สุด  โดยไม่ค่อยคำนึงถึงผู้อืน  จึงทำให้กลุ่มคนบางคน  บางกลุ่ม   ที่ไม่มีโอกาสเข้าสู่อำนาจ  และการเข้าไปมีส่วนร่วมในการเข้าไปใช้ทรัพยากร  คนเหล่านนั้นจะถูกกีดกันออกจากระบบสวัสดิ์การ  ให้อยู่วงนอก  และถูกกดทับไว้
                    สถานการณ์นี้ทำให้เกิดปรากฏการณ์และสัญลักษณ์ทางชุมชนหลายอย่าง ที่ชัดเจนมากคือแนวคิดท้องถิ่นนิยม  เกิดการรวมตัวกันเพื่อแสดงอัตลักษณ์ของกลุ่มเหตุการณ์นี้ทำให้เกิดการกระตุ้นปฏิกิริยาทางนโยบายและนำไปสู่การทบทวนเชิงนโยบายต่อการพัฒนาสังคมและผลจากนโยบายการพัฒนาจากบทเรียนของอบต.ชายขอบที่สามารถพูดได้จริงครั้งนี้.ครับ