ความโกรธแค้นข้ามภพชาติ สาเหตุหนึ่งก็คือ ความผูกใจเจ็บ เมื่อครั้งได้รับการทรมาน เหยียดหยาม และข่มเหงในสมัยเมื่อครั้งหนึ่ง เขาเกิดเป็นทาสนั่นเอง
การเป็นทาสถือเป็นการสิ้นอิสระภาพโดยแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นทาสในด้านใดก็ตาม เป็นความผูกใจระหว่างเจ้านายกับทาส ที่ต้องบอกว่า สืบต่อกันมาจนข้ามภพชาติกันทีเดียว หลายครั้งที่ได้ฟังเรื่องเล่า หรืออ่านจากหนังสือต่างๆ ที่เกี่ยวพัน กับความโกรธแค้นข้ามภพชาติ สาเหตุหนึ่งก็คือ ความผูกใจเจ็บ เมื่อครั้งได้รับการทรมาน เหยียดหยาม และข่มเหงในสมัยเมื่อครั้งหนึ่ง เขาเกิดเป็นทาสนั่นเอง
ย้อนไปเมื่อร้อยกว่าปีมาแล้ว หลายๆประเทศ นิยมการมีทาสไว้รับใช้ อาจเป็นทาส ที่มาขัดดอก หรือทาสที่มาจากเชลย แต่ทั้งหมดนี้ ได้เป็นต้นกำเนิดของการได้สร้างเวรต่อกันมากมายในเวลาต่อมา การได้อยู่เหนือผู้อื่น เป็นความรู้สึกที่ทำให้ผู้นั้น คงรู้สึกยิ่งใหญ่ และมีวาสนายิ่งนัก ดังนั้น จึงพากันตั้งกฎเกณฑ์ ให้มีทาสในเรือนเบี้ยขึ้นมาด้วย กล่าวคือลูกๆของทาสที่เกิดมานั้น จะต้องเป็นทาสต่อๆไป ไม่รู้จักจบสิ้น แม้จะดิ้นรน ขวนขวายประการใด ก็ไม่หลุดไปจาก มรดกทาส ที่ได้รับการสืบทอดมา
ทาสในเรือนเบี้ย จึงเกิดความกดดันอย่างสูง และการยอมรับโชคชะตานั้น ก็แทบจะไม่มีในหัวใจเลย เหตุเพราะ มนุษย์ล้วนต้องการความเป็นอิสระภาพ แม้บางคราวที่ต้องสูญเสียอิสระภาพไปบ้าง แต่ก็เพราะความผิดพลาดของตน แต่ทาสในเรือนเบี้ย ได้มีชีวิตขึ้นมา แล้วพบว่า ต้องรับสภาพเป็นทาสเลยนั้น เป็นเรื่องอยุติธรรมยิ่ง
ณ วันหนึ่ง ในสยามประเทศ องค์พ่อหลวง ร.๕ ของเรา ก็ทรงมีพระราชดำริ ให้เลิกทาส โดยเฉพาะมีผลคุ้มครองทันที กับลูกทาสที่เกิดมาใหม่ เขาจะไม่ต้องเป็นทาสในเรือนเบี้ยอีกต่อไป เป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างสุดประมาณ และการสั่งให้เลิกทาสของพระองค์ ก็ไม่เคยทำให้เกิดสงคราม หรือความวุ่นวายในแผ่นดินเลย
ดังนั้น เราทั้งหลายผู้เป็นผู้เกิดทีหลัง จึงสมควรก้มกราบพระองค์อย่างผู้กตัญญูรู้คุณ มิใช่แต่เพียงกระทำในวัน ปิยะมหาราชเท่านั้น แต่เป็นทุกวัน ที่ระลึกถึงว่า หากไม่ทรงเลิกทาสในวันนั้น ป่านนี้ เราอาจเป็นคนหนึ่ง ที่อยู่ในสถานะ ทาสในเรือนเบี้ยก็ได้ ใครจะรู้

การเลิกทาสของไทย เป็นกลวิธีที่เลิกแล้ว ไร้ปัญหาใดใดเกิดขึ้น เช่นนี้เพราะพระองค์ทรงพระปรีชาสามารถมาก
สวัสดีค่ะคุณนาย วัลลภ ตังคณานุรักษ์ (ครูหยุย)
เห้นด้วยเป้นอย่างยิ่ง
ผู้ที่จะทำสิ่งใดสำเร็จด้วยดี
ล้วนต้องมีบุญบารมีสูงค่ะ
การเลิกทาส เป็นการสวนกระแสของคนในยุคนั้น
แต่พระองค์ทรงพระปรีชามาก ทำให้เกิดการยอมรับการเปลี่ยนแปลง
ทั้งเจ้าของทาสก็เป็นคนว่าง่าย
ยอมปลดปล่อย ตืนอิสระภาพ ให้เพื่อนมนุษย์ด้วยกันได้
โดยมิต้องให้มีเรื่องราวระคายเคืองเบื้องยุคคลบาท
จึงต้องสรรเสริญ ทุกท่านที่อยู่ในยุคสมัยนั้นด้วยค่ะ
ขอบคุณที่คุณครูเอง ก็พยายามปลดพันธนาการของหลายๆคน
ด้วยความบริสุทธิ์ใจ
เท่าที่เห็นทุกวันนี้ค่ะ
เจริญพร โยม ตันติราพันธ์
ทาสยุคใหม่ น่ากลัวกว่า ในยุคโบราณมากโยมหมอ
เช่น เป็นทาสทางเศรษฐกิจ เป็นต้น
ส่วนทาส (คนรับใช้) ตามบ้านคนรวย ก็มีความรุนแรง มากบ้าง น้อยบ้าง ตามแต่ปัจจัย
เจริญพร
กราบนมัสการท่านพระปลัด
สาธุ สาธุ สาธุ เป็นความจริงแล้ว
ขึ้นชื่อว่าทาส ย่อมก่อเวรเสมอ
เพราะเป็นการแสดงความสูงต่ำที่ชัดเจน
ต้องปลดใจเราเองออกจากความเป็นทาส
เพราะไม่มีใครรู้ดีเท่าเราว่า ณ วันนี้ เรากำลังตกเป็นทาสของอะไร
พระคูรเจ้าสบายดีนะเจ้าคะ
ขอร่วมสดุดี พระบารมี พระปรีชา ของพระปิยมหาราช ค่ะพี่รุ่ง พี่รุ่ง สบายดีไหมคะ วันไนติงเกล เหนื่อยไหมคะ ;)
สวัสดีค่ะคุณpoo
ความทรงจำถึงพระองค์ช่างงดงามเหลือเกินค่ะ
พี่สบายดีค่ะ ระยะนี้มีเวลาพักบ้าง
ก่อนจะต้องลุยงานกันต่อไป
ทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุดค่ะ
ด้วยความคิดถึงมากๆ