เมื่อ ๔ ปีที่แล้วผมบันทึกการไปเยี่ยมชมวิทยาเขตกาญจนบุรีไว้ที่นี่   ปีนี้ (วันที่ ๑๔ ต.ค. ๕๓) ไปเห็นความเปลี่ยนแปลงมากมาย ทั้งด้านกายภาพ และด้านวิชาการ   บ่งชี้ว่าต่อไปในอนาคตมหาวิทยาลัยแห่งนี้จะเติบโตไปเป็นมหาวิทยาลัยที่มีคุณภาพสูง   ทำประโยชน์ให้แก่ภูมิภาคตะวันตกของประเทศในด้านวิชาการ

          ผมไปเห็นพลังของ branding และพลังการพัฒนาด้านกายภาพของวิทยาเขต ของ ม. มหิดล ช่วยให้พลังใจ พลังความภูมิใจ ให้แก่นักศึกษาและอาจารย์   ต่างจากเมื่อกว่า ๓๕ ปีก่อน ที่ผมลงไปทำงานที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์   บรรยากาศความรู้สึกของคนที่นั่น ในเวลานั้น เต็มไปด้วยความรู้สึกต่ำต้อยน้อยหน้า   ซึ่งผมแปลกใจมาก และเป็นพลังฮึดให้ผมตั้งหน้าตั้งตาทำงานเพื่อพิสูจน์ว่า คนที่ไปทำงานในต่างจังหวัดไม่ใช่คนที่มีความสามารถชั้น ๒ หรือเกรด บี   เราเป็นคนเกรด เอ ที่ต้องการสร้างตัวจากการทำงานริเริ่มสร้างสรรค์ให้แก่บ้านเมือง หรือแก่สังคม ในต่างจังหวัด

          ผมเชื่อว่าอาจารย์ของ ม. มหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี ในปัจจุบัน ก็เป็นคนหนุ่มคนสาวที่มีความมุ่งมั่นและอุดมการณ์ ไม่ด้อยไปกว่าพวกผม ที่ลงไปทำงานที่ มอ. หาดใหญ่เมื่อ ๓๕ ปีก่อน

          เมื่อรถแล่นเข้าไปใกล้จะถึง ม. มหิดลวิทยาเขตกาญจนบุรี  ต. ลุ่มสุ่ม  อ. ไทรโยค ความงามของธรรมชาติก็ปรากฏแก่สายตา   ทิวเขาทางขวามือมีเมฆทาบอยู่ ให้ความรู้สึกสดชื่นอย่างประหลาด  

          ไม่ถึงสองชั่วโมงครึ่งของการเดินทางโดยรถตู้ จาก ม. มหิดลศาลายา   เราก็มาถึง ม. มหิดลกาญจนบุรี   และไปที่อาคารศูนย์สัมมนาเอนกประสงค์   ที่คนที่นั่นเรียกว่า “ศูนย์สัมมนาวิมานดิน”  ที่เพิ่งก่อสร้างเสร็จใหม่เอี่ยม   และพวกเราเป็นคณะแรกที่ไปใช้สถานที่   รวมทั้งเป้น คณะแรกที่เข้าไปใช้ห้องพัก   อาคารสัมมนาพร้อมห้องพักชุดนี้ ค่าก่อสร้าง ๓๐ ล้านบาท 

          เราไปฟังการบรรยายสรุปกิจกรรมของวิทยาเขต ตามด้วยสุนทรียสนทนา ในบรรยากาศ “ปูเสื่อคุยกัน”   ช่วยให้การพูดคุยออกรส ในบรรยากาศสบายๆ ไม่เป็นทางการ   เรื่องราวดีๆ ที่น่าภาคภูมิใจ และที่จะเป็นพื้นฐานให้มีการดำเนินการต่อเนื่องจึงหลั่งไหลออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ 

          เราได้เห็นว่า อาจารย์ที่ไปเรียนต่อกำลังทยอยกันจบปริญญาเอกกลับมาทำงาน   นโยบายของ ม. มหิดล ที่รับเฉพาะอาจารย์ที่จบปริญญาเอก ช่วยได้มาก ในการสร้าง branding ของ ม. มหิดล กาญจนบุรี

          การนำเสนอเรื่องราวของวิทยาเขตมีจุดพิเศษที่ได้ให้นักศึกษามานำเสนอโครงการพิเศษของตนเอง   และนำเสนอกิจกรรมของนักศึกษาด้วย   ผมสังเกตว่า มาคราวนี้นักศึกษาเปลี่ยนไป   มีความกระตือรือร้นและภาคภูมิใจในการเรียนรู้และกิจกรรมของตนเอง   นักศึกษาภูมิใจมากที่โครงการ

          ผมมีความเห็นว่า ม. มหิดล กาญจนบุรี เดินมาถูกทางแล้ว ที่อาจารย์หนุ่มสาวนอกจากจะทำงานสอนนักศึกษา ยังออกไปคบค้าร่วมมือกับผู้คนในพื้นที่   เพื่อเชื่อมโยงให้มหาวิทยาลัยเข้าไปใกล้ชิดกับพื้นที่ ทำงานรับใช้สังคมในพื้นที่ 

          หลังรับประทานอาหารเที่ยง เราไปเยี่ยมชมกิจการของโรงพยาบาลสัตว์ ของคณะสัตวแพทยศาสตร์   โดยท่านคณบดี อ. สพญ. วันทนีย์ รัตนศักดิ์ กรุณาเดินทางมาพาชมด้วยตนเอง   เราได้ชมโรงพยาบาลส่วนสัตว์เล็ก ไปจนถึงสัตว์ใหญ่คือม้า ช้าง  มีหอสัตว์ป่วยที่ต้องรับไว้รักษา   วิธีนำตัวสัตว์ใหญ่เข้าห้องผ่าตัดต้องใช้รอก   เราได้ชมการผ่าตัดวัว เพื่อกลับกระเพาะ   ไปชมสถานที่กักกันสัตว์ป่าของกลาง   และโรงเลี้ยงสัตว์แบบปิด มีการถ่ายเทอากาศระบบอีแว็ป  เท่ากับเราได้เห็นความทันสมัยของคณะสัตวแพทย์นี้ 

          ตอนรับประทานอาหารเย็น ผมได้มีโอกาสนั่งรับประทานอาหารและทำความรู้จักกับ คุณชิษณุพงศ์ ปัญญาชัยรักษา ประธานป่าชุมชนช่องแคบ ซึ่งดูแลป่าชุมชนที่มีพื้นที่รวมกว่า ๔ พันไร่  และทำงานวิจัยเพื่อเพิ่มมูลค่าของผลผลิตจากป่า ได้แก่หน่อไม้ และเห็ด   โดยร่วมมือกับทั้ง มรภ. กาญจนบุรี และ ม. มหิดลกาญจนบุรี   คุณชิษณุพงศ์เป็นคนที่มีใจรักป่ารักธรรมชาติ

          อีกกลุ่มหนึ่งที่มาร่วมรับประทานอาหารเย็นและคุยปรึกษาหารือ โดยการเชื้อเชิญของ อ. ดร. จุฑามาศ สุคนธปฏิภาค คือคุณไชยพงศ์ แสนดี (คนทั่วไปเรียกว่าคุณวินัย) เจ้าของสายธาร ไอยรา รีสอร์ท แอนด์ สปา  และปางช้างไทรโยค ที่มีช้างกว่า ๖๐ เชือก ใช้ให้บริการ นักท่องเที่ยว   คุณไชยพงศ์มากับทีมงานหรือพรรคพวกที่เป็นคนทำงานชุมชนอีก ๒ ท่าน คือคุณอำพล พัชรีญานนท์ (ทำสถานีวิทยุชุมชน เสียงชุมชนคนไทรโยค) กับผู้ชายอายุ ๕๐ ปีเศษอีกท่านหนึ่ง   ผมคุยไปไม่นานก็พอจะจับได้ว่าท่านทั้ง ๓ เป็นคนทำงานชุมชนด้วยใจจริงๆ เป็นของแท้

          ท่านเหล่านี้ต้องการฟื้นความมั่นใจตนเองของชาวบ้าน   ต้องการจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อสร้างความอยู่ดีกินดีของชาวบ้าน  ผมจึงตระหนักว่าท่านทั้ง ๓ มาคุยกับผมโดยตามรอย KM ของผม   ไม่ใช่ตามรอยนายกสภามหาวิทยาลัยมหิดล   ผมได้เล่าเรื่องการจัดการความขัดแย้งเรื่องน้ำที่ตำบลแพรกหนามแดง จ. สมุทรสงคราม ที่มีคุณปัญญา โตกทอง เป็นผู้ประสานงานการวิจัยชาวบ้าน  นำไปสู่ทักษะการเรียนรู้ของชาวบ้าน ต่อยอดเป็นการพัฒนาสินทรัพย์ในท้องถิ่นเป็นมูลค่าอีกมากมาย
 
          ผมเข้าใจว่าขบวนการชุมชนที่นี่ยังต้องการฝึกทักษะด้านการจัดเวทีประชาคม การจัดเวทีสุนทรียสนทนา   ซึ่ง ม. มหิดลกาญจนบุรีน่าจะจัดให้ได้ โดยอาศัยความรู้และวิทยากรด้านนี้จากโครงการจิตตปัญญาศึกษา

          ความประทับใจอย่างหนึ่งคือความสงบเงียบไร้สิ่งรบกวนภายในวิทยาเขตและสังคมโดยรอบ   ซึ่งเป็นทั้งจุดอ่อนและจุดแข็ง  จุดอ่อนคือมันให้ความเหงาเปล่าเปลี่ยวเดียวดาย   หรือให้ความรู้สึกกันดารห่างไกล   จุดแข็งคือช่วยให้คนที่นี่มีเวลามาก   ผมมีประสบการณ์ในชีวิตของตนเองช่วงไปทำงานที่ มอ. หาดใหญ่อยู่เกือบ ๒๐ ปี สร้างตัวเองทางวิชาการและด้านการบริหาร   โดยการสร้างงานให้แก่ตัวเอง ที่เป็นงานที่เป็นประโยชน์แก่สังคม และมีการรวมทีมกันทำ   ผมได้ผลงานมากในทุกด้านที่ทำ   และได้เพื่อนมากด้วย  ผมได้เป็นศาสตราจารย์ก็เพราะผลงานจากการสร้างงานให้แก่ตัวเองในสภาพที่มีเวลาว่างมากนี่เอง   โดยผมเปลี่ยนจากเวลาว่างให้เป็นเวลาสนุกในการทำงานวิชาการรับใช้สังคม   จึงขอนำแนวคิดและแนวปฏิบัตินี้มา ลปรร. กับคณาจารย์ใน ม. มหิดลกาญจนบุรี

          ในพื้นที่กว่า ๖ พันไร่ของวิทยาเขตมีภูเขาเตี้ยๆ หลายลูก  มีถ้าที่อยู่ของค้างคาวคุณกิตติ ที่เป็นค้างคาวตัวเล็กที่สุดในโลก  และเป็นสัตว์ที่ตัวเล็กที่สุดในโลกด้วย  คือน้ำหนักเพียง ๒ กรัมเท่านั้น  และมาใช้เพดานห้องประชุมเป็นที่อยู่เพราะอากาศเย็นสบายดีจากท่อแอร์   ทางมหาวิทยาลัยต้องยกห้องนี้ให้เขาอยู่ไปเลย   เพราะทนเหม็นขี้ค้างคาวไม่ไหว   รวมทั้งกลัวติดโรคด้วย   แต่ก็ได้ทำวิจัยเรื่องราวชีวิตของค้างคาวคุณกิตติเสียเลย  เราได้ขึ้นไปบนดาดฟ้าตึกเพื่อเฝ้าดูค้างคาวออกไปหากินตอนใกล้ค่ำ   ดูแล้วเหมือนกับผีเสื้อกลางคืน

          ก่อนลงมาจากดาดฟ้า แขกผู้มาเยือนได้รับขี้ค้างคาวคุณกิตติเป็นที่ระลึกคนละ ๑ ซอง  

          ตกค่ำ มีงานเลี้ยงอาหารเย็น ตามด้วยการแสดงของนักศึกษา   ส่วนที่ได้รับความชื่นชมมากคือการเสดงจุดเทียนร่วมใจ   ที่บรรยากาศ บทกลอน และคำพูดกินใจมาก   สะท้อนความมุ่งมั่นและใฝ่ฝันของคนหนุ่มสาวที่จะก้าวย่างชีวิต เพื่อทำประโยชน์แก่สังคม   คุณวินัยบอกผมว่า ท่านประทับใจมาก และจะหาโอกาสชวนไปจุดเทียนกันทั้งจังหวัด เพื่อสร้างพลังสามัคคี   หลังจากนั้นก็มีการร้องเพลงโดยแขกรับเชิญ และอาจารย์-นักศึกษา

          เขาจัดให้ผมนอนที่ห้องพัก A1 ซึ่งด้านหลังเป็นป่า   ตรงกับความชอบของผม  เช้าวันที่ ๑๕ ต.ค. พอฟ้าเริ่มสางผมก็ออกไปวิ่งออกกำลังกายและสำรวจพื้นที่   ผมวิ่งไปที่จุดชมวิวที่เขาจะเลี้ยงอาหารเช้าตอน ๗ โมงเช้า   แต่ยังมองอะไรไม่ค่อยเห็น   จึงวิ่งขึ้นเขาไปทางหนึ่ง ไปออกโรงประปา ซึ่งอยู่ริมถนนด้านนอกบริเวณมหาวิทยาลัย   แล้ววิ่งกลับ   อากาศเย็นสบาย มีเสียงนกเสียงแมลงให้ความสดชื่นอย่างยิ่ง   นี่คือบรรยากาศที่ผมชื่นชอบ 

          อาบน้ำเสร็จ นักศึกษามายืนคอยรับพาไปกินอาหารเช้าที่จุดชมวิว  มองลงไปข้างล่างเห็นแควน้อย (ไทรโยค) อยู่ลิบๆ   เราได้เข้าใจว่าเราอยู่ฟากหนึ่งของภูเขา   ที่มองลงไปนั้นเป็นหุบเขา   พื้นที่ของ ม. มหิดลวิทยาเขตกาญจนบุรีอยู่บนภูเขา ที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลระหว่าง ๒๐๐ – ๓๕๐ เมตร   นี่คือปัญหาความแพงของน้ำประปาที่ใช้ เพราะสิ้นเปลืองค่าไฟฟ้าที่ใช้สูบน้ำขึ้นมาจากแควน้อย   เวลานี้เราแจกจ่ายน้ำให้แก่ชาวบ้านใน ๒ หมู่บ้านของ ต. ลุ่มสุ่มที่อยู่ใกล้เคียง   โดยทาง อบต. เป็นผู้รับผิดชอบระบบจ่ายน้ำ

          ข้อมูลเกี่ยวกับวิทยาเขตกาญจนบุรีอ่านได้ที่นี่  และกำหนดการเยี่ยมชื่นชมมีรายละเอียดดังนี้

 

วิจารณ์ พานิช
๑๖ ต.ค. ๕๓

 

บรรยากาศในห้องประชุมของศูนย์สัมมนาวิมานดิน

 

ถ่ายจากอีกมุมหนึ่ง

 

นศ. คณะสัตวแพทย์กำลังผ่าตัดกลับกระเพาะวัว

 

การผ่าตัดนี้ทำในท่ายืน ให้ยาชาเฉพาะที่ ไม่ต้องดมยาสลบ

 

โรงช้าง

 

ชมพิพิธภัณฑ์หินยุคโบราณ นำชมโดย อ. ดร. ปริญญา พุทธาภิบาล สาขาธรณีศาสตร์

 

 ทางเดินในพิพิธภัณฑ์หินล้านปี จัดตามความเก่า ที่เก่าที่สุดอายุเกือบ ๖๐๐ ล้านปี

 

ชมแปลงเกษตรของ นศ. เกษตร

 

ต้นกันภัยมหิดล ๒ ต้นที่เราช่วยกันปลูกที่ทางเข้าแปลงเกษตร

 

ดอกกันภัยมหิดล ภาพนี้ถ่ายจากหน้าสำนักงานอธิการบดีที่ศาลายา

 

ศูนย์แลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางธุรกิจ สาขาวิทยาการจัดการ

 

การแสดงรวมพลังแสงเทียนของนักศึกษา

 

ทะเลหมอก ถ่ายจากจุดชมวิว

 

ถ่ายร่วมกับนักศึกษาและ อ. ดร. อำนาจ หัวหน้าสำนักสหวิทยาการ ก่อนลากลับ

 

 เฟิร์นงามในท้องถิ่น