เห็นปัจจุบัน แล้วระลึกถึงอดีตก็เป็นการทบทวนและเรียนรู้ ฯลฯ อย่างน้อยก็ทำให้เรามีความสุข และจะได้มองอนาคตอย่างเข้าใจ

          หลายวันก่อนมีแมลงกว่างบินมาตอมไฟที่บ้านสวน ลูกชายอยากเลี้ยงเลยผูกเขากว่างเลี้ยงด้วยกล้วยน้ำว้า   แล้วแขวนไว้ดู 3-4 วันก็ปล่อยเขาไปตามธรรมชาติ


  

         หลายท่านอาจจะรู้จักแมลงด้วงปีกแข็งชนิดนี้ แต่หลายท่านอาจจะยังไม่รู้จัก  ทำให้ผมนึกถึงตอนเป็นเด็ก  ปลายฝนอย่างนี้แมลงชนิดนี้จะมีมาก เด็กๆ จะตื่นแต่เช้าเพื่อหากว่างที่มีเกาะกินหน่อไม้ไผ่  ยอดไม้ ฯลฯ

          เมื่อได้มาแล้วก็จะนำมาเลี้ยงด้วยอ้อย แล้วยามว่างก็จะนำกว่างของแต่ละคนมาเปรียบและชนกันเป็นที่สนุกสนาน  ไม่แต่เฉพาะเด็กๆ ผู้ใหญ่ก็ชอบหลายจังหวัดทางภาพเหนือถึงกับมีการชนกว่างเหมือนชนไก่กันเลย  ผมคงอธิบายได้ไม่ละเอียดท่านลองอ่านจากเว็ปกว่างชน ก็แล้วกันนะครับ

          เดี๋ยวนี้สภาพทางธรรมชาติเปลี่ยนแปลงไป อีกหน่อย "กว่าง" การ "ชนกว่าง" คงจะเป็นเพียงเรื่องเล่า  ตำนาน  หรือมีรูปภาพอยู่ในตำราเท่านั้น

          เมื่อตอนเป็นเด็ก  ของเล่นส่วนมากของพวกเราก็จะขึ้นอยู่กับธรรมชาติ  หมุนเวียนกันไปตามฤดูกาล   เหมือนกับเราได้เรียนรู้ธรรมชาติ  ซึมซับบรรยากาศของผองเพื่อนเด็กๆด้วยกัน และจดจ่อกับการเปลี่ยนแปลงของฤดูกาล เมื่อสิ่งหนึ่งกำลังจะผ่านไป  สิ่งใหม่ก็จะหมุนกลับมาให้เราได้พบเจออีก อย่างน้อยเราก็รู้จักการรอคอย

         แต่..เดี๋ยวนี้  ยุคนี้  หลายคนบ่นว่าทุกสิ่งทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมาก คนเราไม่ค่อยสนใจ เคารพและรำลึกถึงบุญคุณของธรรมชาติ ทำลายและรบกวนธรรมชาติมากเกินพอดี  จนทุกวันนี้ผลกระทบที่คนคิดว่าเล็กน้อยกำลังวกกลับมาส่งผลกระทบถึงคนทั้งโลกในหลายสิ่งหลายอย่างกันบ้างแล้ว...

          เขียนเรื่องกว่าง...ก็อดไม่ได้ที่จะคิดต่อถึงการเปลี่ยนแปลงและผลกระทบต่อโลกเนื่องจากน้ำมือของมนุษย์พวกเราเองไม่ได้  คงจะเชื่อมโยงเหมือนที่เขาว่าผีเสื้อขยับปีกที่เมืองจีน...กระเทือนถึงอเมริกากระมังครับ

          เห็นปัจจุบัน  แล้วระลึกถึงอดีตก็เป็นการทบทวนและเรียนรู้ ฯลฯ อย่างน้อยก็ทำให้เรามีความสุข  และจะได้มองอนาคตอย่างเข้าใจนะครับ

 

บันทึกมาเพื่อการ ลปรร.

สิงห์ป่าสัก  20  ต.ค. 2553