กลไกของการรับรู้
การรู้สึกกับการรับรู้
- เมื่อเราเกิดความรู้สึกจากการสัมผัส จะมีการรับรู้คู่กันไปด้วย
- เมื่อเราสัมผัสสิ่งที่เราเคยพบมาก่อน เราจะทราบความหมายของมันคู่กันไปด้วย
- ถ้าเราพบสิ่งเร้าซึ่งเราไม่เคยรู้จัก ไม่เคยมีประสบการณ์ ไม่เคยเรียนรู้มาก่อน เราก็จะบอกไม่ได้ว่าสิ่งที่รับสัมผัสนั้นคืออะไร
การรับรู้ (Perception)
- แปลความหมายของสิ่งเร้าที่เข้ามาสัมผัส โดยอาศัยการเรียนรู้หรือประสบการณ์เดิม
- เมื่ออวัยวะรับสัมผัสจากสิ่งเร้าแล้วส่งไปที่สมอง สมองจะเกิดการคิด การเข้าใจ เกิดการรับรู้ สมองจึงส่งคำสั่งไปยังอวัยวะมอเตอร์ให้แสดงปฏิกิริยาตอบสนอง
กลไกของการรับรู้
- เกิดจากทั้งสิ่งเร้าภายนอกและภายในอินทรีย์
- มีอิทธิพลต่อพฤติกรรม อวัยวะรับสัมผัส (Sensory organ)
- เชื่อมอวัยวะรับสัมผัสกับเขตแดนการรับสัมผัสต่าง ๆ ที่สมอง และส่งผ่านประสาทมอเตอร์ (Motor nerve) ไปสู่อวัยวะมอเตอร์ (Motor organ)
ปัจจัยกำหนดการรับรู้
1. ลักษณะของผู้รับรู้
- ด้านกายภาพ หมายถึง อวัยวะสัมผัส เช่น หู ตา จมูก และอวัยวะสัมผัสอื่น ๆ ปกติหรือไม่ สมบูรณ์เพียงใด
- ขอบเขตความสามารถโดยธรรมชาติในการรับรู้ของคน
- การเปลี่ยนแปลงความเข้มหรือขนาดของสิ่งเร้าเพื่อให้บุคคลสามารถรับรู้ได้ เรียกว่า The differential threshold
2 ด้านจิตวิทยา
- ความรู้เดิม และประสบการณ์ (Experience) ของแต่ละบุคคล
- ความต้องการ ความปรารถนา (need) หรือแรงขับ
- สภาพของจิตใจหรือภาวะของอารมณ์
- เจตคติ
- อิทธิพลของสังคม (Social Factor) สภาพความเป็นอยู่ของสังคม และลักษณะของวัฒนธรรม
- ความตั้งใจ (Attention) ที่จะรับรู้ และความสนใจสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่รอบ ๆ ตัว
- ความสนุกสนานเพลิดเพลิน
- แรงจูงใจ (Motivation)
- การให้คุณค่า (Value)
- ความดึงดูดในทางสังคม
- สติปัญญา
- การคาดหวัง ( Expectancy )
ลักษณะของสิ่งเร้า
1. สิ่งเร้าภายนอกที่ดึงดูดความสนใจและความตั้งใจ
- ขนาดความเข้มข้นหรือความหนักเบาของสิ่งเร้า
- ความเปลี่ยนแปลงหรือความเคลื่อนไหวของสิ่งเร้า
- การกระทำซ้ำ ๆ ของสิ่งเร้า
- ความกว้างขวางหรือขนาดของสิ่งเร้า
- ความแปลกใหม่
- ความคงทน จะรับสัมผัสได้ถ้าสิ่งเร้านั้นเร้าอยู่คงนานพอควร
- ระยะทาง
- ลักษณะการตัดกัน (Contrast) ของสิ่งเร้า ภาพ (Figure) ควรให้สีเด่นขึ้นจากพื้น (Ground)
- สีมีประสิทธิภาพในการดึงดูสายตาได้ต่างกัน
การจัดลักษณะหมวดหมู่ของวัตถุที่เป็นสิ่งเร้า
- กฎแห่งความคล้ายคลึง (the law of Similarity)
- กฎแห่งความใกล้ชิด (The law of Proximity)
- กฎแห่งความสมบูรณ์ (The law of Closure)
- กฎแห่งความต่อเนื่อง (The law of Good Continuation)
- การรับรู้เกี่ยวกับระยะทางหรือความลึก (Distance of Depth perception)
- ตำแหน่งที่เหลื่อมกัน Super position of the objects
- ภาพทิวทัศน์ที่เห็นไกล (Perspective)
- แสงและเงา (Light and Shadow)
- การเคลื่อนที่ (Movement)
ความผิดพลาดของการรับรู้
- ภาพมายา หรือภาพลวงตา (illusion) การเติมสิ่งหนึ่งสิ่งใด ขนาดสัมพันธ์ (Relative size) การเกิดมุมหรือการตัดกันของเส้นตรง (Angle of Interesting Lines)
- ความเชื่อที่ผิด ๆ (Delusions)
- ความไม่สมบูรณ์ของประสาทและอวัยวะสัมผัส
- อุปทานของตนเอง
- การแปลสัมผัสผิด
- บุคลิกภาพอุปนิสัย และเจตคติ (Attitude)
- ความต้องการ
- อารมณ์
- ความใส่ใจ (Attention)
- วัฒนธรรมที่เป็นกรอบของการอ้างอิง (Frames of Reference)
- มองในแง่มุม ทิศทาง บรรยากาศต่างกันจะเห็นต่างกัน
การรับรู้ด้วยสัมผัสพิเศษ (Extra Sensory Perception)
1. โทรจิต (Telepathy) เป็นความสามารถในการรับรู้ความคิดของผู้อื่น โดยไม่ต้องใช้ประสาทสัมผัสปกติ
2. ประสาททิพย์ (Clairvoyance) เป็นการรับรู้เหตุการณ์ปัจจุบันที่นอกเหนือระบบรับสัมผัสปกติ
3. ลางสังหรณ์ (Precognition) เป็นการรับรู้เหตุการณ์ในอนาคต โดยไม่ต้องใช้อวัยวะสัมผัสทั้งห้า
การรับรู้ กับ การอนุรักษ์ธรรมชาติ
ในปัจจุบันสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นรอบตัวมีการเปลี่ยนแปลงไปบ้างหรือไม่ มากหรือน้อยเพียงไร
ประเด็นน่าสนใจ
- เหตุใดคนทั่วไปจึงไม่สนใจสัญญานของการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในโลกเท่าที่ควร
- การทำให้คนรับรู้ถึงปัญหาของโลก ควรเสนอให้คนรับรู้ในการเปลี่ยนของโลกในส่วนย่อย หรือภาพรวม
- ความสามารถของการรับรู้การเปลี่ยนแปลงของโลก ขึ้นอยู่กับความสามารถของแต่ละบุคคลจริงหรือ
- ท่านคิดว่าขีดจำกัดของสิ่งเร้าที่จะทำให้คนรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงของโลกใบนี้ ควรจะอยู่ในขั้นใด
- ท่านคิดว่าอะไรที่เป็นสาเหตุทำให้คนทั่วไปไม่ตระหนักในการดูแลโลกใบนี้
ตอบประเด็นน่าสนใจ (ขอลองตอบคำถามดูนะคับ หากผิดพลาดหรือไม่เหมาะสมอย่างไร ขอช่วยแนะนำด้วยนะคับ)
1.เหตุใดคนทั่วไปจึงไม่สนใจสัญญานของการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในโลกเท่าที่ควร
อย่าว่าแต่สัญญาณการเปลี่ยนของโลกเลยคับ สัญญาณไฟแดงบนถนนหลายคนยังทำเป็นมองไม่เห็น.. คงเพราะคนเราสนใจในสิ่งอื่นมากกว่า เช่น การงาน ธุระปะปัง ไม่ค่อยมีเวลาสนใจในสิ่งที่ควรใส่ใจ
2.การทำให้คนรับรู้ถึงปัญหาของโลก ควรเสนอให้คนรับรู้ในการเปลี่ยนของโลกในส่วนย่อย หรือภาพรวม
น่าจะเสนอภาพรวมก่อนให้พอเข้าใจผลกระทบวงกว้าง แล้วค่อยลงไปถึงเรื่องใกล้ตัวที่เห็นภาพได้ชัดเจนขึั้น (หรือเปล่าคับ)
3.ความสามารถของการรับรู้การเปลี่ยนแปลงของโลก ขึ้นอยู่กับความสามารถของแต่ละบุคคลจริงหรือ
น่าจะจริง เพราะแต่ละคนรับรู้ไม่เท่ากัน อาจขึ้นกับความสนใจ หรือประสบการณ์ของแต่ละบุคคล
4.ท่านคิดว่าขีดจำกัดของสิ่งเร้าที่จะทำให้คนรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงของโลกใบนี้ ควรจะอยู่ในขั้นใด
ขั้นร้ายแรงแล้ว คนถึงจะค่อยตระหนักในปัญหาส่วนรวม
5.ท่านคิดว่าอะไรที่เป็นสาเหตุทำให้คนทั่วไปไม่ตระหนักในการดูแลโลกใบนี้
น่าจะคิดทำนองว่า "คนอื่นไม่ทำ ทำไมฉันต้องทำด้วย" หรือ "ธุระไม่ใช่ เป็นงานของคนอื่น/รัฐบาล/เทศบาลมีหน้าที่ก็ทำไปสิ"