ขนาดวัดพระศรีสรรเพชรที่มากมายไปด้วยนักท่องเที่ยว ยังคงมีความสงบแทรกอยู่ ในเมืองใหญ่ที่แสนจะวุ่นวายเช่น กรุงเทพมหานครแห่งนี้ อาจจะมีสถานที่อันสงบแทรกอยู่ท่ามกลางความวุ่นวาย...
อยุธยา...เมืองเก่าของเราแต่ก่อน...ข้าพเจ้ามีโอกาสไปเยือนมาแล้วสองครั้งสองครา...(และคาดว่าคงจะมีครั้งที่สามในอีกไม่ช้า อิอิ) ตั้งใจว่าจะเขียนบันทึกมาหลายวัน แต่ก็ยังไม่มีเวลาซักที วันนี้วันดี วันที่ได้หยุดพักผ่อน เลยขอทำสิ่งที่ตั้งใจว่าจะทำ แต่ยังค้างอยู่ให้เสร็จ ไม่งั้นเดี๋ยวกลายเป็นดินพอกหางหมู เอ้ย หางหงส์ไป (ไม่ยอมเป็นหมูหรอก 555)
สงสัยว่าข้าพเจ้าจะโดนมนต์เสน่ห์อะไรของอยุธยาก็ไม่ทราบ ทำให้ข้าพเจ้าต้องกลับไปเยือนซ้ำ...ครั้งนี้มีโอกาสอีกแค่ครึ่งวันเช่นเคย จึงได้ไปเพียงกราบพระมงคลบพิตรและเดินรอบๆ วัดพระศรีสรรเพชร
วันที่ไปนั้น วิหารพระมงคลบพิตรคลาคล่ำไปด้วยผู้คน เดินดูรอบๆ ภายนอกวิหารก่อนจะเข้าไปกราบพระมงคลบพิตร บริเวณรอบๆ มีร้านค้าขายของมากมาย ทั้งสินค้าที่ระลึกและวัตถุมงคลต่างๆ

ภายในวิหาร ประดิษฐานพระมงคลบพิตรซึ่งเป็นพระพุทธรูปอิฐ บุทองสำริด มีสีดำทั้งองค์เนื่องจากเคลือบรักไว้ (แต่ตอนนี้สีทองอร่ามทั้งองค์) สันนิษฐานว่าสร้างประมาณ พ.ศ 2081 ในสมัยสมเด็จพระไชยราชา ตอนแรกประดิษฐานอยู่กลางแจ้ง ต่อมาในสมัยของพระเจ้าทรงธรรม ได้ทรงโปรดเกล้าฯให้นำมาประดิษฐานยังทิศตะวันตกเฉียงใต้ของวัดพระศรีสรรเพชร และสร้างวิหารมณฑปครอบไว้ ในสมัยพระเจ้าเสือ เกิดฟ้าผ่า มนฑปพังพระศอหัก จึงโปรดเกล้าฯ ให้บูรณะซ่อมแซมใหม่ เมื่อครั้งเสียกรุงอยุธยาครั้งที่สอง วิหารพระมงคลบพิตรถูกเผาทำลาย พระกรขวาและพระเมาฬีหัก ในสมัยรัชกาลที่ห้า ได้โปรดเกล้าฯให้มีการบูรณะซ่อมแซมด้วยปูนปั้น
บรรยากาศภายในวิหารพระมงคลบพิตร และรูปพระมงคลบพิตรตรงหน้าทางเข้าวิหาร
หลังจากเดินชมรอบๆ วิหารพระมงคลบพิตรแล้ว ข้าพเจ้าก็เดินทางต่อไปยังวัดพระศรีสรรเพชรซึ่งอยู่ติดๆ กัน...เสียค่าเข้าชมในราคาคนไทย...เป็นค่าบำรุงสถานที่ ^v^
วัดพระศรีสรรเพชรสร้างขึ้นในสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 ใช้เป็นที่ประทับ ต่อมาสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ทรงสร้างพระราชมณเฑียรขึ้นใหม่แล้วโปรดยกให้เป็นเขตพุทธาวาส เพื่อประกอบพิธีสำคัญต่าง ๆ ของบ้านเมือง จึงเป็นวัดในเขตพระราชวังที่ไม่มีพระสงฆ์จำพรรษา คงคล้ายๆ วัดพระแก้วมรกต ภายในบริเวณวัดพระศรีสรรเพชรมีเจดีย์สามองค์ พระสถูปเจดีย์องค์ตะวันออก บรรจุพระอัฐิของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ องค์กลางบรรจุพระอัฐิของสมเด็จพระบรมราชาที่ 3 ส่วนเจดีย์องค์ที่สามถัดมาจากด้านทิศตะวันตกเป็นเจดีย์บรรจุพระอัฐิ ของสมเด็จพระบรมราชาที่ 2 ซึ่งสมเด็จพระบรมราชาที่ 4 พระราชโอรสได้โปรดให้สร้างขึ้น
เดินไปเดินมา ชมสถานที่และผู้คน...นึกยังไงไม่ทราบ เกิดความสงสัยว่า...เอ พระปรางค์กับเจดีย์แตกต่างกันอย่างไร...กลับมาจากไปเที่ยวอยุธยาครั้งนี้คนช่างสงสัยแต่ความรู้และรอยหยักในสมองน้อยเช่นข้าพเจ้าจึงมาเปิดอินเตอร์เน็ตค้น (ใช้อินเตอร์เน็ตหาความรู้สักหน่อย ส่วนมากใช้แต่เพื่อความบันเทิง 555)
พระปรางค์ หรือ ปรางค์ เป็นสิ่งก่อสร้างประเภทหนึ่งในงานสถาปัตยกรรมไทยเป็นหลักประธานในวัดเช่นเดียวกับพระเจดีย์แต่เดิมถือว่าเป็นงานสถาปัตยกรรมที่มีรูปแบบลักษณะเฉพาะของขอมโดยมีคติความเชื่อในศาสนาฮินดู ว่าเป็นสัญลักษณ์ของ เขาพระสุเมรุ
พระปรางค์ในประเทศไทยได้รับอิทธิพลจากศิลปะสถาปัตยกรรมขอม มีลักษณะจำแนกเป็น 4 แบบ คือ
-
ทรงศิขร เป็นปรางค์รูปแบบดั้งเดิม สร้างขึ้นตามแบบแผนเดิมของขอม เน้นคติความเชื่อว่าเป็นการ จำลองภูเขา และ สวรรค์ชั้นฟ้า ตัวอย่างได้แก่ ปราสาทนครวัด ประเทศกัมพูชา ปราสาทหินพนมรุ้ง บุรีรัมย์ เป็นต้น

(ปราสาทหินพนมรุ้ง: ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต)
-
ทรงงาเนียม มีลักษณะคล้ายงาช้าง ลักษระใหญ่แต่สั้น ตอนปลายโค้งและค่อนข้างเรียวแหลม ถือเป็นประดิษฐกรรมของช่างไทย โดยมีการพัฒนาจากรูปแบบเดิมจนมีลักษณะเฉพาะของตนเองในสมัยอยุธยาตอนต้น ตัวอย่างได้แก่ ปรางค์เหนือปราสาทพระเทพบิดร วัดพระศรีรัตนศาสดาราม กรุงเทพฯ พระปรางค์วัดพระศรีมหาธาตุ เมืองเชลียง สุโขทัย เป็นต้น

(พระปรางค์วัดพระศรีมหาธาตุ: ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต)
-
ทรงฝักข้าวโพด มีลักษณะ ผอมบางและตรงยาวคล้ายฝักข้าวโพด ส่วนยอดนั้นจะค่อยๆเรียวเล็กลง ก่อนรวบเป็นเส้นโค้งที่ปลาย เป็นลักษณะเฉพาะของพระปรางค์สมัยต้นรัตนโกสินทร์ ตัวอย่างเช่น วัดเทพธิดาราม กรุงเทพฯ วัดมหาธาตุฯ กรุงเทพฯ เป็นต้น
(พระปรางค์วัดเทพธิดาราม: ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต)
-
ทรงจอมแห มีลักษณะคล้ายแหที่ถูกยกขึ้น ตัวอย่างได้แก่ วัดอรุณราชวรารามธนบุรี
พระปรางค์วัดอรุณฯ
ปรางค์คือรูปแบบหนึ่งของเจดีย์ เช่นเจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ (เจดีย์ยอดทรงดอกบัวตูม) ของสมัยสุโขทัย เช่นเจดีย์ทรงระฆัง ของสมัยสุโขทัยก็มี ของสมัยกรุงศรีอยุธยา หรือสมัยรัตนโกสินทร์ก็มี
(ข้อมูลเรื่องพระปรางค์จากวิกิพีเดีย)

ภายในบริเวณวัดพระศรีสรรเพชร มีต้นพุทราเยอะมากๆ ตอนแรกข้าพเจ้าคิดว่าปลูกในภายหลัง แต่คิดไปคิดมาก็ไม่มีเหตุผลที่จะปลุกต้นพุทรานี่นา...เลยกลับมาค้นดูข้อมูลสักหน่อย ได้ความว่า มีคติความเชื่อว่า พุทราเป็นไม้มงคลที่ปลูกไว้ทางทิศตะวันตก (ประจิม) ส่วนใหญ่นิยมปลูกคู่กับมะยม เพื่อที่ว่าผู้คนจะได้นิยมไม่สร่างซา
ต้นพุทราเก่าแก่...ยังคงให้ร่มเงาเสมอมา
นอกจากนี้ที่เห็นว่าจังหวัดพระนครศรีอยุธยามีต้นพุทรามากก็เพราะว่าในสมัยอยุธยา สมเด็จพระนเรศวรได้ทรงยุทธหัตถีกับพระมหาอุปราชของประเทศพม่า แต่ช้างของพระนเรศวรเกิดเสียหลักช้างของพระมหาอุปราชจนพระนเรศวรเกือบพ่ายแต่โชคดีที่เท้าช้างของพระนเรศวรได้ไปยันไว้กับต้นพุทราและมีแรงสู้กับพระมหาอุปราชจนชนะศึก จากเหตุการณ์ในครั้งนั้นพระนเรศวรจึงให้ปลูกต้นพุทราไว้ทั่วเมืองอยุธยา และห้ามไม่ให้ตัดต้นพุทราทิ้งเพราะถือว่าต้นพุทรามีบุญคุณต่อพระองค์
(ขอบคุณข้อมูลเรื่องต้นพุทราจาก http://www.2how.com/board/43965.html )
ข้าพเจ้าชอบบรรยากาศอันร่มรื่น รอบๆ วัดพระศรีสรรเพชร นอกจากต้นพุทราแล้ว ยังมีต้นลีลาวดีมากมาย... แต่ละต้นให้ร่มเงา ออกดอกขาวพราวเต็มต้น ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ ยามเมื่อไปนั่งพักหลบแดดคลายร้อน กลิ่นหอมอ่อนๆ เช่นนี้ชวนให้ผ่อนคลาย ยามร่วงหล่นก็ประดับให้พื้นดินดูงดงาม....
แม้ว่าบรรยากาศรอบๆ วัดพระศรีสรรเพชรจะเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยว แต่ทว่ายังมีบางมุมที่ยังคงไว้ซึ่งความสงบ....มีความสงบเล็กๆ แทรกอยู่ท่ามกลางความวุ่นวาย ณ ขณะนั้น เหมือนเวลาหยุดหมุน อดีตและปัจจุบันได้มารวมเป็นหนึ่งเดียว

จริงสินะ...ขนาดวัดพระศรีสรรเพชรที่มากมายไปด้วยนักท่องเที่ยว ยังคงมีความสงบแทรกอยู่ ในเมืองใหญ่ที่แสนจะวุ่นวายเช่น กรุงเทพมหานครแห่งนี้ อาจจะมีสถานที่อันสงบแทรกอยู่ท่ามกลางความวุ่นวาย...ที่นั้นอาจจะไม่ไกล เพียงแต่ข้าพเจ้ามองข้ามไป... “ความสงบภายในใจ” นั่นเอง









คำและความดีมาก ภาพก็สวย แต่มีปริศนาธรรมสำหรับดอกลีลาวดีคลุกดินที่เห็นอยู่นั่น คิดดีๆ อาจได้บทกวีเพราะๆ สักหนึ่งบท "ดอกไม้เปื้อนดิน"
ปริศนาธรรมมีซุกซ่อนอยู่ในทุกหนแห่ง....
ขึ้นกับว่าจะไขปริศนานั้นออกหรือไม่
สำหรับภาพดอกลีลาวดีคลุกดินนี้...
รอบทกวี "ดอกไม้เปื้อนดิน"จากท่านอาจารย์อยู่ค่ะ ^o^
สวัสดีครับคุณหมอดาวสีฟ้า
ไม่ได้แวะมานานมากแล้ว เห็นภาพถ่าย 1/2 วันในอยุธยา....ตลึงเลยครับ
ฝีมือถ่ายภาพสุดยอดครับ....ไปแอบซุ่มพัฒนาฝีมือมาจากสำนักไหน...เก่งจัง
สวยทุกภาพครับ....ชอบ...ชอบ...
ได้ทั้งความรู้...บวกความสวยของภาพและคนหลังกล้องครับ
ขอบคุณที่แบ่งปันครับ
สวัสดีครับคุณ หมอดาว วัดนี้ได้เข้าไปชมแล้วครับ มาอยุธยาต้องฟังเพลงนี้ "อยุธยาน่ายล"
เพลง อยุธยาน่ายล
คำร้อง สมคิด สุขเสียงศรี ทำนองไทยเดิม
จินตนา สุขสถิตย์/สุวัจชัย สุทธิมา ขับร้อง
น่ายลหนักหนาอยุธยาเมืองเก่า เมืองหลวงของปวงไทยเราแต่ก่อนเก่าที่ผ่านมา
อำเภอสิบหกแห่งมีภาชี บ้านแพรก เสนา
พระนครศรีอยุธยา แล้วมาบางซ้าย บางไทร นคร
ผักไห่ใคร่ถวิลบางปะอินแสนวิลาศ วังน้อยจำอย่าขาด มหาราชไม่ไกลกัน
อุทัยเคยได้มาเยือน จิตเตือนเกินกว่าจำนรรจ์
ท่าเรือพร้อมกันสมดังโจษจรรย์น่าชม สุดแสนภิรมย์ในอุรา
โอ้อยุธยาชื่อดังก้องหล้ามาหลายร้อยปี (ซ้ำ)
หายหน้าหายตาไปนานเลยนะคะ...มาเยี่ยมเยียนกันอย่างนี้แสดงว่าสบายดี อิอิ
เรื่องถ่ายภาพ ดาวก็ถ่ายไปเรื่อยๆ ล่ะค่ะ...ถ่ายเพราะชอบถ่าย
อยากเก็บภาพและเรื่องราวไว้ ตอนนี้ยังไม่มีตังค์ซื้อกล้องใหม่ ยังคงใช้กล้องคอมแพ็คต่อไป 555
ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมเยียนและชมเมืองอยุธยาด้วยกันนะคะ
อ่านเนื้อเพลงแล้ว ถ้อยคำที่ใช้ไพเราะดีจัง
สงสัยดาวต้องไปหาฟังเพลง original ซะแล้วล่ะค่ะ
ขอบคุณนะคะที่นำบทเพลงเพราะๆ มาฝาก ^v^
น้องดาวชอบภาพประตูภาพที่สาม ภาพอื่นๆก็สวยมาก จำได้ว่าที่เกาะเกร็ดมีเจีย์รูปทรงแปลกอยู่อันหนึ่งที่วัดเสาธงทอง วัดที่มีต้นยางใหญ่คงจำได้ เลยหาข้อมูลดู ปรากฎว่าชื่อ พระธุตังคเจดีย์ ชาวบ้านเรียกว่าเจดีย์ทรงมะเฟือง (เข้าใจเรียก เห็นภาพเลย ฮ่า)
ขอบคุณค่ะ..น้องดาวถ่ายภาพได้งดงามมากๆและเล่าเรื่องได้น่าสนใจจริงๆ..พี่ไปเที่ยวมาหลายครั้งแล้ว..แต่ยังอยากไปอีกค่ะ..
-สวัสดีครับคุณblue_star
-แวะมาเที่ยวเมืองเก่าของเราแต่ก่อนครับ.....เคยไปนานแล้วครับ..
-ภาพสวย...ครับ...
-ขอบคุณครับ..
ดาวว่าดูแปลกๆ แต่ก็สวยไปอีกแบบ...
คนที่ออกแบบเนี่ย มีความคิดสร้างสรรค์ ไอเดียบรรเจิดมาก คิดได้ไงให้เจดีย์ออกมาคล้ายผลมะเฟือง
เอ...หรือว่าตอนเค้าคิดแบบเจดีย์เค้ากำลังนั่งกินมะเฟืองก็ไม่รู้นะคะ 555
สงสัยดาวได้พรรคพวกที่หลงเสน่ห์เมืองอยุธยาแล้วล่ะค่ะ อิอิ
ขอบคุณที่แวะมาทักทายนะคะ ไว้พี่ใหญ่ไปอยุธยาเมื่อไหร่ อย่าลืมถ่ายรูปมาฝากกันบ้างนะคะ ^v^
สวัสดีครับ
ถ่ายภาพได้งดงามมากๆ ครับ ขอชื่นชมจริงๆ
ได้ความรู้ดีมากๆ ครับ กลับไปคงมีโอกาสไปเที่ยวบ้างดีกว่า
ขอบคุณมากๆ ครับ
ภาพสวยมากค่ะ ชอบๆๆๆๆๆๆๆๆ ..^___^..
เมื่อก่อนปิดภาคเรียนก็ได้พาเด็กๆไปทัศนศึกษามาค่ะ แต่ไม่ค่อยได้ดูอะไรมากนักมัวแต่จ้องจับลูกลิง(เด็กนักเรียน)อยู่ค่ะ กลัวคลาดสายตาแล้วจะหลงกัน(ป.1 -ป.3ซนได้ใจมากๆๆๆๆๆ) อิ..อิ..
วันนั้นแสงสวย สถานที่ก็สวย ภาพเลยออกมาดูดีค่ะ ^v^
เด็กซน เค้าว่าเป็นเด็กฉลาดนะคะ...แต่ไม่ว่าจะซนยังไง ดาวว่าคุณครูตุ๊กแกปราบอยู่หมัดแน่นอน อิอิ
ขอบคุณค่ะ...แวะมาเที่ยวแล้วยังเอาเห็ดโคนต้นขาวๆ อวบๆ มาฝากเยอะแยะเลย
ถ้าเอาไปแกงคงทานได้เลยมื้อ 555
สวัสดีค่ะ
ขอบคุณน่ะค่ะที่พาเที่ยว...ยังไม่เคยไปค่ะ
ตอนนี้แม่ดูละคร "หัวใจรักข้ามภพ"เข้าบรรยากาศกรุงศรีอยุธยาพอดี
ภาพสวยทั้งหมดเลย ชอบค่ะ และก้อภาพนี้
ก็เพราะดาวเห็นว่าหน้าตาหล่อเหลาแหล่ะค่ะ...
เลยขอให้มาเป็นนายแบบซะเลย ดีนะที่เค้าไม่เรียกค่าตัว 555