คืนส่วนเกินให้สังคม เป็นศิลปในการอยู่ร่วมกัน

          

หมู่บ้านบางพัฒน์

      บ้านบางลิงตำบลบางบางเตย  อำเภอเมือง จังหวัดพังงา เป็นที่อาศัยหากินของผู้เขียน สมัยเด็กๆ ทั้งวางอวน ตกปู หากุ้งเคย  สมัย ปูดำกิโลละ 4 บาทซึ่งในตอนนั้นพวกเราเด็กๆมีคำพูดคล้องจองกันว่า"ปูหินหะหรำ ปูดำหะหลาย ปูนากินได้แต่อย่าให้คนเห็น*"มีนัยบ่งบอกถึงความอุดมสมบูรณ์ให้เลือกบริโภคที่น่ารับประทาน เมื่อ50 ปีที่ผ่านมา

         ปัจจุบัน ปูดำ ปูม้า กิโลละ 300บาท เมื่อการพัฒนาเข้ามา ชื่อบางลิงเปลี่ยนมาเป็นบางพัฒน์(เหมือนอีกลอยจากบ้านนามาเมืองกรุงเปลี่ยนชื่อมาเป็นแรมใจในเพลงพุ่มพวง) อะไรๆ ก็ดีขึ้น มีการพัฒนาทั้งสาธารณนูปโภค และคุณภาพชีวิต หลายสิบปีที่ไม่ได้แวะเวียน แต่ฟังข่าวการพัฒนาว่ามีนักท่องเที่ยวทั้งฝรั่งไทย จีนจาม มาเที่ยวกันหามรุ่งหามค่ำ 

 

        เมื่อมีโอกาสกลับบ้านเกิด จึงหาเวลา ไปเยือนบางลิงอีกครั้ง  ได้พบกับหลานๆที่ยังทำมาหากินอยู่ที่นี้หลายคน พวกเขาเล่าว่า ความเป็นอยู่ดีขึ้น หาสัตว์น้ำก็ได้ไม่ต้องไปส่งตลาด  มีร้านค้าชุมชน รับซื้อเพื่อทำอาหารให้แก่ผู้มาท่องเที่ยว

แขบๆปลดต๊ะน้องเดียวได้ลงเลหล่าว

        ปีนี้น้ำทะเลขึ้นมากผิดปกติ ในรอบห้าสิบปีที่ผ่านมา น้ำขึ้นท่วมบ้านเรือนจนต้นไม้ประดับเสียหายหลายบ้าน   ชาวบ้านคนเก่าคนแก่เขาเรียกว่าน้ำ "กะเหระ*"คือน้ำที่ขึ้นมากผิดปกติ เยี่ยมชมรำลึกถึงความหลัง หลายอย่างเปลี่ยนไป ผู้คนก็เปลี่ยน แต่น้ำใจยังไม่เปลี่ยน เดินถามหาคนรู้จักครั้งอดีต  หลายคนจากไปอย่างไม่หวนคืน

ลอยอวนทั้งคืนได้ปูแค่นี้

       เดินมาถึงร้านอาหาร มะฉ๊ะ* โฮมเสตย์  บ้านบางพัฒน์ ที่บริการอาหารทะเลสดๆเป็นรายหัว ๆละ 250 บาท มีแกงส้มปลากะพง กุ้งอบเกลือ  กุ้งผัดมะขามเปียก   ปูม้าผัดผงกะหรี่  ปูม้าทอดกระเทียมพริกไทย หอย และหอยนางรม  กั้งหรือกุ้งเข็บ  ต้ม  แถมน้ำพริกกุ้งสดและผัก อีกต่างหาก  ซึ่งมีอยู่ร้านเดียวในชุมชน รายได้แบ่งเป็นสามส่วน แบ่งให้ มัสยิดหนึ่งส่วน ให้กับอบต.หนึ่งส่วน  ที่เหลือ มะฉ๊ะ เก็บเอง

เอ้าพวกเราลุย อิ่มละ 250 บาทเอง

     อาหารทะเล 6 อย่างจะให้ปรุงอย่างไรสั่งได้แบบกันเอง ผู้เขียนแวะสอบถามถึงเพื่อนเก่า ปรากฎว่าเป็นญาติกัน มะฉ๊ะเยี่ยน*(คะยั่นคะยอ)อยากให้ชิมฝีมือ แต่ด้วยผู้เขียน กินบุญดูรี(งานเลี้ยง)น้องสาวที่ไปทำพิธีฮัจย์ในปีนี้  ทั้งๆที่ปฎิเสธ มะฉ๊ะยังให้ลูกยกอาหารมาให้ผู้เขียนมาชิม บอกว่าพี่น้องกันมาถึงเรือนชานต้องต้องรับ  ร้านนี้อยู่ได้อย่างยั่งยืนด้วยขาย กินแบ่งปัน  คืนส่วนเกินให้สังคม เป็นศิลปในการอยู่ร่วมกัน เหมือนที่มีคำกล่าวว่า"ศิลปปรุงแต่งคน  กุศลปรุงแต่งกรรม"

 

สดๆทั้งนั้น

*ปูหิน   =รูปร่างไม่สวยงาม ตัวมีขนคนรังเกียจเพิ่งมารู้จักกินกันสักสามสิบปีที่ผ่านมาพร้อมๆกับปูจั๋กจั๋น

*หะหรำ   =หรือฮะรอมคือสิ่งต้องห้ามตามหลักศาสนาอิสลาม

*หะหลาย  =ฮาล้าลคือ ไม่มีโทษทางศาสนา

* ปูนากินได้อย่าให้คนเห็น=ยุคนั้น ถ้าใครกินปูนา จะถูกเหยียดหยามดูถูกว่าว่าขี้เกียจหากิน จับปูนามากิน

*น้ำกะเหระ    =คือน้ำทะเลหนุนมากเป็นน้ำหลากมักเกิดข้ำในคืน 15 ค่ำ

*มะฉ๊ะ    = คุณแม่ฉ๊ะ

*เยี่ยน   =อ้อนวอน

กุ้งเคยทำกะปิชั้นดีของบ้านบางพัฒน์

 

หรือจะสั่งปลาจากกะชังก็มีให้เลือกทุกขนาด

ปูหินเนื้อหวานอร่อยกว่าปูม้าปูดำ

คนญาติเยอะไปไหนๆก็ไม่อด

มะฉ๊ะแม่ครัวหัวเลย์ (ป่าก์)