ย่างเข้าสู่เดือนตุลาฯ ถ้าเป็นสมัยก่อนผมต้องไปเดินที่ธรรมศาสตร์แล้วละครับ เพื่อไปซึมซับบรรยากาศแห่งการต่อสู้ของวีรชนคนเดือนตุลา คำว่าวีรชนนั้นสมัยก่อนเป็นคำที่ศักดิ์สิทธิ์ มีนัยยะมีความหมายกินใจ ถึงเดือนตุลาที่ไร ใบหน้าของนักต่อสู้เดือนตุลาฯลอยมาให้เราได้หวนรำลึก โอ่..คนเดือนตุลาฯท่านช่างทำให้คำว่าประชาธิปไตยมีความหมายยิ่งนัก

          แต่เมื่อคนเดือนตุลาฯออกมารับผิดชอบบ้านเมืองเอง ชั่วระยะไม่กี่ปี คุณคือคนที่ได้ทำร้ายประเทศไทยอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน อุดมการณ์ อุดมคติ ที่เคยมีมาไปไหนหมด คุณเล่นกับประเทศชาติประชาชนจนแหลกเหลวไม่มีชิ้นดี ไม่ว่าคนเดือนตุลาฯที่อยู่ฟากฟั่งไหนก็ตาม คุณต้องรับผิดชอบต่อประเทศชาติและประชาชน

           วันที่ประเทศชาติแทบล่มจม เราไม่เคยได้เห็นสปิริตของคนเดือนตุลาฯแม้แต่น้อย

          เริ่มต้นจากคนเดือนตุลาฯที่ละทิ้งอุดมการณ์ ออกมากอบโกยความสุขส่วนตัว จนร่ำรวย แล้วกระโดดเข้าสู่ถนนการเมือง แอบอิงทุนนิยม กอบโกยผลประโยชน์ของชาติ นี่คือต้นต่อของปัญหา

          เริ่มต้นจากคนเดือนตุลาฯที่ทนเห็นคนเดือนตุลาฯด้วยกัน ทำร้ายประเทศชาติไม่ได้ จึงออกมาต่อต้าน แต่แล้วรูปแบบการต่อต้าน ที่เกิดขึ้นกลับกลายเป็นการทำร้ายชาติอย่างมากมาย เป็นแบบที่ไม่ดี ให้กับการต่อต้านของกลุ่มอื่นๆที่ตามมาที่หลัง

          จากนั้นเราจึงได้เห็นคนเดือนตุลาฯอีกกลุ่มหนึ่งออกมาต่อต้าน ในรูปแบบเดียวกันกับคนเดือนตุลาฯกลุ่มแรก การเผาบ้านเผาเมือง แม้ว่าคนเดือนตุลาฯจะบอกว่าไม่ได้ทำ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า คุณ(คนเดือนตุลาฯ)ก็อิงแอบอยู่เบื้องหลังตลอดเวลา

          คนเดือนตุลาฯจะยอมรับได้หรือยัง ว่าก็พวกคุณนั้นแหละ เป็นต้นเหตุให้เกิดความเลวร้ายขึ้นในบ้านเมือง พวกคุณต้องรับผิดชอบ ไม่ว่าคนเดือนตุลาฯเหลือง หรือแดง ล้วนมีส่วนทำร้ายชาติทั้งสิ้น เพราะคุณไม่เคยทำหน้าที่ตามอุดมการณ์ของคุณเลย แต่คุณกลับเข้าไปสมรู้ร่วมคิดกับนักการเมือง....คุณทำเพื่อตัวเองใช่ไหม คุณไม่ได้รักชาติเลยใช่ไหม?แล้ววันนี้คุณจะรับผิดชอบอย่างไรต่อสังคม..ช่วยตอบที...???