สวัสดี ลูกศิษย์และชาว Blog ทุกท่าน
วันที่ 16 ตุลาคม 2553 ผมได้รับเกียรติจากธนาคารไทยเครดิตเพื่อรายย่อย ให้บรรยาย เรื่อง Effective Cross Functional Teamwork และ Entrepreneur Thinking for Leadership ซึ่งพูดให้กับระดับ N2 เพื่อได้ร่วมรับฟัง และระดมสมองภายใต้กรอบแนวทางความรู้ด้านการพัฒนาบุคลากรตามที่ท่านได้ให้แนวทางจากการบรรยายในครั้งที่แล้ว ในหลักสูตร หลอมความคิดพิชิตเป้าหมาย ให้แก่ผู้บริหารของธนาคาร
เพื่อให้การดำเนินงานภายหลังการเข้าอบรมมีความต่อเนื่องและเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินธุรกิจตามแผนที่งานที่กำหนดไว้
ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า Blog นี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้เข้ามาไม่มากก็น้อย ผมจึงร่วมแสดงคิดเห็นผ่าน blog นี้ครับ
จีระ หงส์ลดารมภ์
ภาพบรรยากาศการเรียนรู้












สรุป
ความต่อเนื่อง..ยุทธศาสตร์การสร้างมูลค่าเพิ่มในองค์กร
กรณีศึกษาเรื่อง Effective Cross Functional Teamwork และEntrepreneur Thinking for Leadership
ของ บมจ. ธนาคารไทยเครดิต เพื่อรายย่อย
1. การทำงานของผมที่ไทยเครดิตฯ ..ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 ผมขอขอบคุณที่ผู้บริหารเห็นความสำคัญ
เรื่องคน ไปสู่ Performance
ความยั่งยืน ไปสู่ ความสุข ของไทยเครดิตฯ
2. ทฤษฎี 3 ต. คือ
• ต่อเนื่อง
• ต่อเนื่อง
• ต่อเนื่อง
ได้เกิดขึ้นแล้ว
3. ครั้งแรก..เราพูดถึงเรื่อง HR for Non –HR Executives มีหลายเรื่องที่ได้จุดประกายให้ผู้บริหาร (ระดับ N1) ของไทยเครดิตฯเห็นความสำคัญของคน มีศรัทธา และความเชื่อ
4. หลังจากการเรียนรู้ในครั้งแรก.. CEO และ Smart HR ของธนาคารฯ ซึ่งมีความเชื่อในคุณค่าของทรัพยากรมนุษย์คล้าย ๆ กับผมก็ส่งทีมมาหารือกับผมอย่างใกล้ชิดและเกิดเป็นกิจกรรมการเรียนรู้ต่อเนื่อง (สำหรับ N1) ครั้งที่ 2 เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งเราได้คัดเลือกหัวข้อที่สำคัญและจำเป็นต่อการทำงานของไทยเครดิตฯ ในปัจจุบัน 3 หัวข้อใหญ่ คือ
Effective Cross Functional Teamwork
Entrepreneur Thinking และ
The 3 Laws of Performance
5. แต่การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์หรือการสร้างผู้นำในเราจะต้องทำในทุกระดับ (ตัวอย่างหนังสือที่น่าสนใจของ Ram Charan เป็นการสร้างผู้นำแบบมียุทธศาสตร์) จึงเกิดกิจกรรมการเรียนรู้สำหรับทุกท่านในวันนี้
6. หลังจากที่ผมได้หารือกับทีมของไทยเครดิตเพื่อวางแผนกิจกรรมของเราในวันนี้ ใน 1 วัน เราจะเน้น 2 เรื่องใหญ่และเป็นเรื่องเดียวกับที่จัดไปแล้วสำหรับ N1 คือ Effective Cross Functional Teamwork และEntrepreneur Thinking for Leadership เพื่อให้เกิด Aligning คือ การทำงานไปในทิศทางเดียวกันอย่างมีประสิทธิภาพ
7. แนวคิดและทฤษฎีเพื่อการเรียนรู้
เป็นเครื่องมือที่จะช่วยให้ทุกคนเกิดแรงบันดาลใจในการเรียนรู้และประสบความสำเร็จ
4 L’s
• Learning Methodology
• Learning Environment
• Learning Opportunities
• Learning Communities
2 R’s
• Reality
• Relevance
2 i’s
• Inspiration
• Imagination
Effective Cross Functional Teamwork กับการทำงานของไทยเครดิตฯ
Cross Functional Team คือ การที่เราหลุดจากระบบ คือ Silo คือ ต่างฝ่ายต่างทำ อาจจะมีความพยายามทำ Team within Silo แต่แค่นั้นก็ไม่พอ เพราะงานในยุคใหม่ ยิ่งในยุคการเงินการธนาคาร อย่างไทยเครดิตฯ ซึ่งจะต้องมีการทำงานข้ามสายงานอย่างตลอดเวลาเป็นงานที่ยากและท้าทาย การทลาย Silo ให้หายไปจึงเป็นเรื่องที่ยากที่สุด
ผมได้เห็น Organizational Chart ของไทยเครดิตฯ แล้ว พบว่าความสำเร็จก็คือ คงต้องให้ผู้นำของแต่ละฝ่าย (Silo) เห็นความสำคัญและวางแผนสำหรับการทำงานข้ามสายงานมากขึ้น
ซึ่งจากการ Workshop ครั้งที่แล้วซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการหาทางที่จะทำให้สำเร็จ..ผู้นำในระดับ N1 ของเราต่างเห็นตรงกัน และวันนี้จึงพยายามจะสร้างความเข้าใจและการมีส่วนร่วมจาก N2 ทุกท่านที่นี่
เป็นการเริ่มต้นที่จะเข้าสู่ Performance และต้องสร้างองค์กรแห่งการเรียนรู้
10. Why? ความจำเป็นคืออะไร? – ยุคใหม่..
• การแข่งขันสูง
• ความอยู่รอด
• ความสุข/ความพอใจของพนักงาน
• ความสมดุลของชีวิตกับงาน
• การทำงานที่มีคุณค่า
• การใช้ Diversity ไปสู่ Excellence เช่น Synergy
• การมี Creativity กับ Innovation
• การมี Purpose กับ Meaning
• การมี Growth และการลดต้นทุน
Cross Functional Team จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
11. ผมเข้าไปในการไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ มากว่า 6 ปี พบว่า Silo ทลายลำบาก เพราะ Structure แข็งแรงมาก วัฒนธรรมองค์กรก็เป็นอุปสรรค แต่การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันหรือที่เรียกว่า Informal Team อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นที่สลายการทำงานแบบ Silo ได้บ้าง
12. หนังสือเรื่อง Leading outside the lines เขียนโดย Jon R. Katzenbach/ Zin Khan เป็นหนังสือเล่มล่าสุดที่มองว่า Team ยุคใหม่แบบ Cross Function อาจจะต้องเริ่มมองหา Formal team มากขึ้น ซึ่งเป็น Idea ที่ผมได้แสดงความเห็นไว้ในการวิเคราะห์ เรื่องทีมมานานแล้ว ยิ่งได้รับการ Confirmed จากหนังสือเล่มนี้ยิ่งทำให้ ผมอยากทดลองทฤษฎี Internal ในไทยเครดิตฯ
13. หนังสือเล่มนี้เขียนโดยตะวันตก แต่มองทีมยุคใหม่เป็นเรื่องเกี่ยวกับ Eastern Culture และเน้นอะไรที่วัดไม่ได้ หรือที่เรียกว่า intangible แต่ถ้าสำเร็จก็คงจะเป็นประโยชน์ต่อไทยเครดิตฯ มาก
14. ในหนังสือเล่มนี้ ลักษณะของ Formal Team ประกอบไปด้วย
• Strategy
• Structure
• Process and Procedures
• Program and initiative
• Performance and KPI
ผมเสริมเรื่อง Budgeting ด้วย
เราจะมีกิจกรรมหรือวิธีการอะไรที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ
มีการ Share Value อะไรคือ Value ของเรา เราต้องสร้างขึ้นมา สำหรับ N2
มีการสร้างเครือข่าย Networking
มีการสร้าง Community ชุมชนของไทยเครดิตฯ คืออะไรที่ให้เรามาร่วมมือกัน
มีการความภาคภูมิใจและมีศักดิ์ศรี มีความยั่งยืน ซึ่งคล้ายๆ กันกับทฤษฎี HRDS ของผม คือ Happiness Respect Dignity Sustainability
มี 3 กลุ่ม ที่ต้องมาทำงานร่วมกัน คือ CEO , Smart Hr , Non HR
ส่วน Informal Approach ประกอบไปด้วย
• Shared Value
• Networking
• Communities (including Learning Community)
และ Pride และ Happiness เข้าไป ซึ่งมีอะไรคล้ายๆกับทฤษฎี HRDS ที่เราได้เรียนมากับผมครั้งที่แล้ว ซึ่งทางผู้เขียนยังได้เน้นคุณลักษณะของทีมแบบ Functional และ Informal ไว้ดังนี้
สำหรับวันนี้
How พอเข้าใจ
Why ก็เห็นได้ชัด
Execution คือ อุปสรรคไปสู่ความสำเร็จ ยากที่สุด
ซึ่งต้องมาเรียนรู้ร่วมกัน มา Share กันว่าจะแก้ไขอุปสรรคอย่างไร? ไม่ใช่แก้ได้ด้วยการมีหนังสือดีๆ 1 เล่ม อุปสรรคต้องมาจากเถียงให้เกิด Learning Community ซึ่งต้องใช้เวลาหารือในเรื่อง 2R’s ปรับ Content ให้ถูกกับไทยเครดิตฯ
สรุป การบรรยาย ของ อ.กิตติพัฒน์ ดารากร ณ อยุธยา
What it is ?
A Cross-Functional Team is composed people with varied levels of skills and experience brought together to accomplish a task. Cross-Functional Team members come from different organizational units. Cross-Functional Team may be permanent or ad hoc.
When to use it ?
To solve a problem that impacts on multiple part of the organization.
* To improve a work process that crosses organization lines.
* To accomplish tasks that require a breadth and dept of
knowledge, skills and experience.
* Select team members who have the optimal mix of skills
and expertise.
* Clarify the objectives and outcomes of the team.
* Identify the roles and responsibilities of team member.
* Use the knowledge of entire team to determine strategies and solutions to accomplish objectives.
* Determine timelines and actions to accomplish objectives.
* Provide team members with access to training.
* Periodically evaluate the functioning of the team.
ประโยชน์ของทีมข้ามสายงาน คือเครื่องมือทำ KM แบบไม่รู้ตัวชนิดหนึ่ง
* ทำให้ความรู้ไหลเวียนข้ามพรมแดนหน่วยงานย่อยภายในองค์กร
ลดสภาพการทำงานแบบมีอาณาจักรย่อย
* ทำให้คนต่างหน่วยงานได้มีความคุ้นเคย ร้จักนิสัยใจคอ
สร้างมิตรภาพ และประสบการณ์ร่วมในอุปสรรคและความสำเร็จ
* การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ภายในทีมทำให้เกิดการบูรณาการความรู้
หรือเกิดนวัตกรรม
* เป็นเครื่องมือในการพัฒนาบุคลากร และ Career Development
* นำไปสู่การเป็น Learning Organization (LO)
ปัจจัยที่มีผลต่อการประสานงานของทีมข้ามหน่วยงาน
คน
งาน
การจัดการ
เครื่องมือ
องค์ประกอบของทีมงาน
สมาชิกในทีม
ผู้นำทีม
รูปแบบ ระบบวิธีการทำงานของทีม
สรุป การบรรยาย
Entrepreneur Thinking for Leadership กรณีศึกษา “คิดแบบผู้ประกอบการ และวิเคราะห์บทเรียนจากหนังสือ The Entrepreneur” กับการทำงานของ บมจ. ธนาคารไทยเครดิต เพื่อรายย่อย
จากการที่ครั้งที่แล้ว เราได้พูดถึง Competencies 5 เรื่องที่สำคัญ ในการทำงานยุคใหม่ ประกอบด้วย
1. Functional Competency
2. Organizational Competency
3. Leadership Competency
4. Entrepreneurial Competency
5. Macro and Global Competency
หรือ การมีมุมมองหรือจิตวิญญาณแบบผู้ประกอบการเป็นเรื่องที่สำคัญมาก แต่ดูเหมือนว่าจะยังเป็นจุดอ่อนสำหรับหลาย ๆ คน
ในวันนี้ผมจึงขอเสนอมุมมองเรื่องจิตวิญญาณผู้ประกอบการเป็น 4 โมเดล ดังต่อไปนี้
จากหนังสือ The Entrepreneur ซึ่งพูดถึงกฎทอง 25 ข้อ เพื่อสร้างจิตวิญญาณผู้ประกอบการสำหรับการเป็นผู้บริหารธุรกิจยุคโลกาภิวัตน์
โดย..Mr. William E. Heinecke
1. Find a Vacuum and Fill it.
2. Do Your Homework.
3. You Won't be Committed if You're not Having Fun.
4. Work Hard, Play Hard.
5. Work with Other People's Brains.
6. Set Goals (but go easy on the "Vision" thing).
7. Trust Your Intuition.
8. Reach for the Sky (at least once).
9. Learn to Sell.
10. Become a Leader.
11. Recognize a Failure and Move on.
12. Make the Most of Lucky Breaks.
13. Embrace Change as a Way of Life.
14. Develop Your Contacts.
15. Use Your Time Wisely.
16. Measure for Measure.
17. Don't Put up with Mediocrity.
18. Chase Quality, Not Dollars.
19. Act Quickly in a Crisis.
20. After a Fall, Get Back in the Saddle Quickly.
21. Fight the Good Fight (especially those that you can win): Pizza Wars
22. People Build Brands, Brands do not Build People: Pizza Wars - Act II.
23. Be Prepared for Anything: The September 11 Rule.
24. Reinvent Yourself: Onwards and Upwards.
25. Be Content.
Model ที่ 2 : Chira Hongladarom’s Model
1. Pain is Gain
2. If there is limit, you overcome.
3. ถึงไม่ได้เป็นเจ้าของก็มีพฤติกรรมคล้ายเจ้าของ
4. คิด Projects ใหม่ และยากเสมอ
5. Plan big and ambitious
6. Try to be number 1 ในงานที่ทำ
7. ยกย่องลูกน้อง
8. พัฒนาลูกน้องให้เก่ง ไม่ใช่เก่งคนเดียว
9. สร้าง network ตลอดเวลา
10. Work skill+ Social Skill
11. Failure is lesson
12. บริหาร Cash flow ให้ได้ ถ้าไม่มีต้องหามา
13. Down and up again
14. Get things done
15. Customer’s focus
16. Think big picture
17. Creativity and Innovation
18. Enjoy you work
The 10 Ds Key Attributes of Entrepreneur
ที่มา : Bygrave, W.D. The Portable MBA in Entrepreneurship, P5.
Dream : ผู้ประกอบการต้องมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล ประกอบด้วยความคิดสร้างสรรค์ใหม่ที่จะนำ พาไปสู่การพัฒนาในธุรกิจต่อไป
Decisiveness : ผู้ประกอบการต้องมีความกล้าตัดสินใจ รวมถึงมีจิตวิญญาณที่แม่นยำ
Deors :มีการตัดสินใจอย่างเฉียบขาดแม่นยำ และมีความสามารถในการสั่งการและนำ แผนงานไปปฏิบัติได้อย่างฉับไว
Determination : มีความมุ่งมั่นในการทำ งานให้สำเร็จ ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคต่างๆ ที่เกิดขึ้นในการดำเนินงาน
Dedication : สามารถทุ่มเทให้กับธุรกิจของตนได้อย่างเต็มที่ บ่อยครั้งผู้ประกอบการจะต้องสละความสุขสบายส่วนตัวเพื่อมาทุ่มเทเวลาและความพยายามให้กับการพัฒนาธุรกิจของตน
Devotion : ผู้ประกอบการต้องมีความรักชอบธุรกิจของตนเป็นการเฉพาะตัวในอันที่จะฟูมฟัก และทุ่มเทกายใจลงไปเพื่อสร้างผลงานของตนให้ประสบความสำเร็จตามที่มุ่งหวังและฝันไว้
Details : ผู้ประกอบการต้องเป็นผู้ช่างสังเกต และใส่ใจในรายละเอียดต่างๆ ที่มีอิทธิพลต่อการประกอบธุรกิจของตน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขั้นตอนของการจัดตั้งธุรกิจใหม่
Destiny : ผู้ประกอบการเป็นผู้ที่ไม่ย่อท้อหรือยอมแพ้ต่อโชคชะตา มีความคิดว่าตนเองเป็นผู้กุมชะตาชีวิตและธุรกิจของตนไว้ในมือ
Dollars : ผู้ประกอบการโดยทั่วไปมิได้คาดหวังในเรื่องผลตอบแทนที่เป็นตัวเงินว่าจะเป็นปัจจัยสำคัญในการกระตุ้นจูงใจในการจัดตั้งธุรกิจของตนมองเพียงแค่ผลพลอยได้จากความสำเร็จของธุรกิจของตนมากกว่า
Distribute : ผู้ประกอบการควรต้องมีการกระจายความรับผิดชอบ และสร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของร่วมให้กับพนักงานที่มีความสามารถและความสำคัญกับธุรกิจของตน
Workshop
- วงเงินสินเชื่อจำนวน 100 ล้านบาท ภายในระยะเวลา 3 เดือน
- จำนวนพนักงานเข้าร่วมโครงการไม่น้อยกว่า 1,000 ราย
- มีบริษัทเข้าร่วมโครงการไม่น้อยกว่า 10 บริษัท
- มีหนี้เสียไม่เกิน ร้อยละ 1 ของวงเงินโครงการ
กลุ่มที่ 1
คุณสัมฤทธิ์
กลุ่มที่ 2
– จากกลุ่มลูกค้าเดิม ใช้ Cross sale
– ฐานลูกค้าใหม่ บริษัทจดทะเบียน หรือ บริษัทแนะนำบริษัท
คุณสัมฤทธิ์
กลุ่มที่ 3
- Product programs จะต้องวิเคราะห์ผลิตต่าง ๆ
- เรื่อง Entrepreneur เราควรจะยึด CORE VALUE ของเรามาเป็นหลักในการปฏิบัติก็น่าจะสามารถสร้างจิตวิญญาณผู้ประกอบการให้แก่ทุกคนได้
คุณสัมฤทธิ์
- IT ต้องมีมุมมอง Innovation ในเรื่องระบบงานที่ง่าย ๆ แต่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้
- Think Big .. Start Small ก็จะไปสู่เป้าหมายได้
กลุ่มที่ 4
- นำข้อมูลที่ได้หารือแนวทางในการทำงานกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง
- ใช้วิธีการ Plan Do Check and Act คือ
- Plan - กำหนดผู้รับผิดชอบ, วางแผนผลิตภัณฑ์, กำหนดกลุ่มเป้าหมาย เช่น SMEs หรือ จาก Connection ลูกค้าเดิม, ขั้นตอนในการปฏิบัติงาน
- Do – PR,ขาย, ระบบงาน, Process, การประสานงานระหว่างแผนกต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เน้น 2 S คือ Speed + Simple
- Check – ประเมินผลงานเพื่อเปรียบเทียบกับเป้าหมาย, ทบทวนปัญหาและอุปสรรคที่ต้องรีบแก้ไข
- Act - แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากการทำงานและปรับปรุง
- ใช้การบริหารผลประกอบการของธนาคารกับความเสี่ยง
ขอบพระคุณครับ ท่านอาจารย์