เมื่อวันเสาร์ที่ ๙ ตุลาคม ๒๕๕๓ เพื่อนฝูงกลุ่มมหาวิทยาลัยเชียงใหม่แวะมาเที่ยวอยุธยาโดยปกติก็จะมาทานข้าวกลางวันอาหารฝีมือพี่น้อยที่บ้าน

แต่ครั้งนี้เป็นความบังเอิญที่พิเศษ เพราะพี่น้อยถูกเกณฑ์โดยคนข้างกายให้ไปช่วยทำอาหารข้าวแกงพื้นบ้านเลี้ยงแขกที่มาร่วมงาน พิธีเปิดหอศิลป์แห่งชาติอยุธยา ซึ่งเขาทำตัวเป็นกัลยาณมิตรช่วยเพื่อนซึ่งมารับตำแหน่งผู้อำนวยการหอศิลป์ฯนี้ โดยเป็นผู้จัดแจงในการจัดสิ่งแสดงทั้งภาพเขียน จิตรกรรม ประติมากรรมของศิลปินต่างๆรวมทั้งช่วยทำให้พิธีการงานเปิดมีความงดงามอย่างอยุธยา เรียกว่าหากสิ่งใดต้องใช้สุนทรียศาสตร์เขาเป็นต้องเข้าไปกำกับทุกอย่างเท่าที่จะเป็นไปได้ ระดมบริวารมาลงแรงกายแรงใจเต็มที่

ผู้เขียนจึงถือโอกาสไปร่วมงานบุญหลายประการในครั้งนี้ วันก็เป็นฤกษ์ดี บุญวัน คือ วันที่ ๙ เดือน ๙ ยังรับ บุญพระ หรือ บุญเกี่ยวกับพระ โดยผู้ไปร่วมงานจะได้ฟังการสวดอวยชัยให้พรจากพระวัดสำคัญๆ ๙ วัดของอยุธยา แถมยังเป็น บุญตาได้ชมผลงานจากศิลปินแขนงต่างๆ ได้ชมการแสดง และเป็น บุญท้อง มีอาหารการกินหลากหลายที่เขาพยายามทำให้เห็นวัฒนธรรมอาหารการกินของชาวบ้านอยุธยา อาหารฝีมือพี่น้อยเป็นเพียงหนึ่งในอีกนับสิบๆอย่างที่มีให้ลิ้มรส

ผู้เขียนเลยนัดหมายให้เหล่าเพื่อนไปรับบุญต่างๆที่ว่าด้วยกันเสียเลย

หอศิลป์แห่งชาติอยุธยา ตั้งอยู่ที่ ศาลากลางจังหวัดหลังเก่า ถนนศรีสรรเพชญ์

เริ่มที่พิธีบุญเป็นศิริมงคลกันก่อน พระพุทธรูปองค์ที่ตั้งอยู่นี้ คือ พระพุทธมหาปารมีนุภาพพิสุทธิ์อนุตรสังคามวิชัย (องค์จำลอง) ฝีมือการออกแบบของศิลปินแห่งชาติ อาจารย์จักรพันธุ์ โปษยกฤต

 

ผลงานของศิลปินหลายท่านที่มีชื่อเสียงระดับโลก เช่น ศิลปินอาวุโส อาจารย์ประพันธ์ ศรีสุตา คุณพันธุ์ศักดิ์ จักกะพาก(ศิลปินภาพเขียนสีน้ำ ในดวงใจของผู้เขียน) และ ศิลปินแห่งชาติ อาจารย์นนทิวรรธน์ จันทนะผะลิน รวมทั้งศิลปินอีกมากมาย ก็ยังคงตั้งแสดงอยู่ ไปชมกันได้

ผู้เขียนขอนำภาพบรรยากาศในวันงานซึ่งสวยงาม แปลกตา สนุกสนาน เบิกบานใจ และอิ่มเอมท้องมาฝากกัน

นางรำและนายรำแต่งกายประดับด้วยเครื่องทรงดอกไม้สด หาชมได้ยาก

การแสดงที่น่าประทับใจจากเยาวชนที่ยังมีวัฒนธรรมไทยในหัวใจ

ขอยกยอดภาพอาหารการกินไปบันทึกหน้านะคะ