ดังนั้นผมอยากให้เราพูดถึงหลักคิดที่ถูกต้องแก่คนรุ่นหลัง จุดสำคัญของการกินเจ คือ การถือศีล ไม่ใช่เดินไปซื้ออาหารเจ นั่งกินอาหารเจในภัตรคา
ช่วงนี้ไปไหนมาไหนก็เห็นแต่ธงสัญลักษณ์ "กินเจ" พร้อมกับบอกว่า "สร้างบุญกุศลด้วยการกินเจ" หรือ "กินเจได้บุญ" ทำให้ผมเริ่มสงสัยว่าการไม่กินเนื้อสัตว์หันมากินผักแล้วจะได้บุญจริงหรือ หลายคนพยายามอธิบายว่าก็ละเว้นจากการทำลายชีวิตสัตว์ก็ได้บุญไง มันจะง่ายขนาดนี้เลยหรือ? ผมไม่ปฏิเสธว่าการกิจเจหรือมังสวิรัติเป็นเรื่องที่ดี เพราะช่วยให้ร่างกายมีสุขภาพที่ดี แต่ก็สำหรับช่วงวัยผู้ใหญ่ขึ้นไป แต่ที่ผมกังวลใจคือ การสร้างกระแสที่ีผมไม่แน่ใจว่าถูกต้องหรือไม่ คำที่พูดกันค่อนข้างคุ้นหูเมื่อก่อนคือ "ถือศีล กินเจ" ค่อยๆ หายไป สำหรับผมแล้วสิ่งที่สำคัญกว่าการกินเจคือการถือศีล ซึ่งปัจจุบันเราไม่ค่อยพูดกัน มักไปเน้นคำหลังมากกว่าคือ กินเจ และสุดท้ายก็กลายเป็นธุรกิจ หรือเชิงพานิชณ์ไป จนคนรุ่นใหม่ๆ อาจไม่เข้าใจ
ที่มาที่ไปของการกินเจก็เริ่มต้นจากประเทศจีน เมื่อประมาณ ๔๐๐ กว่าปีมานี่เอง ผมคงไม่เขียนถึงเพราะหาอ่านได้ในอินเตอร์เนต แต่วัตถุประสงค์เริ่มต้นไม่ได้เพื่อต้องการสร้างบุญแต่อย่างใด เมื่อคนจีนเข้ามาในประเทศไทยก็นำประเพณีนี้เข้ามาด้วย ผสมผสานกับศาสนาพุทธ ซึ่งพูดถึงศีลข้อที่ ๑ ก็เลยกลายเป็นเรื่องบาปบุญคุณโทษไป และกลายเป็นว่ากินเจแล้วจะได้บุญ จนอาจมองได้ว่าคนไม่กินเจทำบาป หากจะว่ากันไปจริงๆ การจะขาดศีลปาณาติบาตหรือไม่นั้น พระพุทธเจ้าก็ตรัสไว้ชัดเจนว่าอยู่ที่เจตนา คือมีความคิดที่จะฆ่า ก็มีคนถามอีกว่าแล้วถ้าเราไม่กินแล้วสัตว์จะถูกฆ่าหรือ ก็ถูกของคนถาม แต่สำหรับผมคิดว่าไม่เกี่ยวกับการสร้างบุญ แต่เป็นการไม่ให้คนอื่นสร้างบาป ก็กลับมาที่ตัวเรา คำถามคือเราอยากทานเนื้อสัตว์เหล่านั้นเพราะเราอยากทาน หรือเราทานเพื่อดำรงชีวิตอยู่ พระท่านสอนให้เราคิดแบบหลัง หากเราทำได้อย่างหลังเราก็ไม่มีเจตนา
ดังนั้นผมอยากให้เราพูดถึงหลักคิดที่ถูกต้องแก่คนรุ่นหลัง จุดสำคัญของการกินเจ คือ การถือศีล ไม่ใช่เดินไปซื้ออาหารเจ นั่งกินอาหารเจในภัตรคาร เดินกินอาหารเจในเทศกาลอาหารเจตามห้างสรรพสินค้าชื่อดัง แล้วบอกว่าได้บุญ ขณะที่กินเสร็จก็นั่งนินทาคนโน้นคนนี้ หรือผิดศีลข้ออื่นๆ ไปด้วย อย่าให้การกินเจกลายเป็นเทศกาลหรือแฟชั่นที่คนกินคิดว่าได้บุญ บุญต้องเกิดจาก "ทาน ศีล ภาวนา" ตามที่พระบรมศาสดาเราสอนครับ
ขอให้สุขภาพดีกับการกินเจครับ