การเดินทางมาเวิร์คช้อปเรื่องการสื่อสารอย่างกรุณากับพี่หลิ่ง – กัญญา ลิขนสุทธิ์ และ ณัฐฬส วังวิญญู ที่บ้านสาธุประดิษฐ์เป็นเป้าหมายที่ตั้งไว้ แต่การเดินทางนั้นขึ้นอยู่กับจุดเริ่มต้นของแต่ละคน จากบ้านฉันซึ่งตั้งอยู่บนถนนกาญจนาภิเษกไปยังถนนสาธุประดิษฐ์นั้น ไปได้หลายเส้นทาง เมื่อถามถึงทางไปบางคนก็แนะนำอย่างนั้น บางคนก็แนะนำอย่างนี้ แต่ก็ล้วนเป็นเส้นทางที่ฉันไม่เคยไปมาก่อนทั้งสิ้น
เช้าวันแรกฉันมาถึงจุดจอดรถก่อนเวลานัด แต่กว่าจะเดินเท้าไปพบบ้านที่ตั้งอยู่ในซอยซึ่งคดเคี้ยวไปมาก็กินเวลากว่าครึ่งชั่วโมงทีเดียว เพราะบ้านไม่ได้หาง่ายอย่างที่คิด และไม่ได้ตั้งอยู่ในซอย ๔๔ อย่างที่ในเอกสารเขียนไว้ แต่วิธีเข้าไปถึงบ้านที่ง่ายที่สุด ต้องเดินเข้าไปทางตรอกซึ่งไม่มีเลขที่บอกเอาไว้
จากความตั้งใจดีๆ ที่ไม่มีใครตั้งใจให้เกิดความผิดพลาด แต่เมื่อถึงเวลานั้นจริงๆ เหตุการณ์มากมายที่เราไม่คาดคิดก็ถาโถมเข้ามาทำให้เราต้องแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า จนพาให้เป้าหมายแรกที่ตั้งไว้ต้องเคลื่อนไป แต่ในระหว่างเส้นทางที่ขรุขระนั้น ไม่มีอะไรจะดีไปกว่ามิตรภาพและคำพูดให้กำลังใจ และมือหลายมือที่ยื่นเข้ามาหาเพื่อให้ความช่วยเหลือ
การเดินทางในวันที่สองราบรื่นขึ้นมาก เพราะเราเห็นเป้าหมายชัดเจนขึ้นแล้ว และมองเห็นภาพอย่างรอบด้านแล้ว ฉันจึงจินตนาการเส้นทางในการมาถึงให้เข้ากับความต้องการและความคุ้นชินเดิมให้มากที่สุด วันแรกฉันมาทางถนนวงแหวนและทางด่วนพระรามเก้าที่แสนเวิ้งว้าง วันนี้ฉันเลือกมาตามเส้นทางของถนนราชพฤกษ์ที่แล่นได้สะดวกสบาย แต่ถึงกระนั้นเส้นทางที่เลือกใช้ก็ยังคงเป็นเส้นทาง “unseen” ของฉันอยู่เหมือนเดิม ต่างกันตรงที่วันนี้ในวันที่สองนี้ฉันเผื่อเวลาเหลือเฟือเอาไว้สำหรับการหลงทาง!
ฉันคุ้นๆ ว่าถนนจันทน์เป็นเส้นทางที่ต่อกับถนนสาธุประดิษฐ์ได้ เพราะเมื่อตอนเด็กคุณปู่เคยพามาวัดโพธิ์แมนฯ ที่เป็นวัดประจำครอบครัวเรา เมื่อเห็นป้ายบอกทางชี้ไปที่ถนนจันทน์ฉันจึงเลี้ยวมาอย่างมั่นใจว่าอย่างไรเสียเส้นทางนี้ก็พาฉันไปยังจุดหมายปลายทางที่หวังไว้ได้แน่ๆ แต่จะไปถึงได้อย่างไรนั้น ค่อยมาว่ากันในรายละเอียดต่อไปข้างหน้าก็แล้วกัน
คงเหมือนเรื่องอื่นๆ อีกหลายเรื่องที่เรารับรู้มาจากคำบอกเล่า การดำเนินชีวิตของเราก็เหมือนกับเส้นประ ที่บางตอนก็ชัดเจน บางตอนก็จางหาย หรือบางทีก็หลงไป แต่เมื่อเตรียมใจแล้วว่าคงต้องหลง คงต้องตั้งต้นใหม่หลายรอบ ใจเราก็พร้อมที่จะเผชิญด้วยความเบิกบาน
มิตรแท้ที่รู้แจ้งเรื่องถนนเห็นจะไม้พ้นคุณจราจร เมื่อขับเข้าไปในถนนจันทน์ได้พักใหญ่แล้ว ฉันยังมองไม่เห็นป้ายชี้ทางไปถนนสาธุประดิษฐ์ที่เป็นจุดหมาย เมื่อมองไปข้างหน้าฉันมองเห็นแนวทางด่วนขวางอยู่ไม่ไกล แต่ก็ไม่แน่ใจว่าเป็นทางด่วนตอนเดียวกันกับที่แยกสาธุประดิษฐ์ไหม คิดได้ดังนั้นจึงเปิดกระจกถามจราจรให้แน่ใจ แล้วก็เป็นจริงดังคาด จราจรบอกให้ฉันกลับรถไปยังทิศทางตรงข้าม และย้อนกลับไปอีกสองแยกจึงค่อยเลี้ยวรถไปทางขวา เมื่อเข้าถนนเส้นนี้ได้แล้วจุดหมายก็อยู่ข้างหน้าเรานี่เอง
ซอยเข้าบ้านที่วกเวียนไปมาเมื่อวานนี้ก็ไม่ใช่ปริศนาของฉันอีกต่อไปแล้ว เพราะเมื่อเย็นวานฉันได้เดินออกมาพร้อมกับกลุ่มเพื่อน ทำให้จำทิศทางได้ เพราะเตรียมตัวเอาไว้ก่อนแล้วว่าวันนี้เราต้องพึ่งพาตัวเอง วันนี้จึงไม่หลงทางเหมือนวันวาน และยังมีเวลาซื้อขนมจากพ่อค้ารถเข็นข้างทาง มีเวลายิ้มให้ผู้คนที่เดินสวนมา สามารถใช้ชีวิตช้าๆ ได้อย่างที่หวัง ทำให้มาถึงห้องเรียนก่อนเวลา และนั่งพิมพ์ต้นฉบับได้จนเกือบจบ
ความรักของฉันก็วกเวียนไม่ต่างอะไรกับเรื่องนี้ ทั้งๆ ที่เรามีความฝันเดียวกันว่าอยากจะมีความรักที่ดีต่อกัน แต่ก็มีหลายครั้งที่เราเผลอหลงทางไปเพราะไม่รู้ แต่ถ้าเรามีวิธีสื่อสาร บอกความรู้สึกและความต้องการของเราออกมาให้คนข้างๆ ได้รับรู้ และไม่ท้อที่จะเริ่มใหม่ ความเบิกบานที่เกิดกับใจก็จะไม่หนีหายไปไหนอย่างแน่นอน
สวัสดีค่ะอาจารย์วิรัตน์
ขอบคุณที่อาจารย์มาช่วยสร้างคุณค่าให้กับบันทึกนี้...อ่านแล้วชื่นใจจังค่ะ
ครูใหม่
ในขณะที่ค่อยๆ อ่านไปทีละตัวอักษร ทีละคำ ก็ได้สัมผัสกับคลื่นชีวิตที่ส่งสัญญาณออกมาจากระหว่างบรรทัด
ข้อความที่เรียบเรียงขึ้นจากอักษร ภาษาได้ทำหน้าที่ของมันอย่างสมบูรณ์ คือการสลัดตัวมันเองออก เพื่อเผยชีวิตของการเขียนออกมา งดงาม เรียบง่าย และจริงใจ
ขอบคุณจากใจที่ใหม่ได้แบ่งปันประสบการณ์ดีๆ ให้ได้รับรู้ครับ
ครูปาด
ขอบคุณมากค่ะ :)