ในวันที่ 8 ตค.53 ที่ผ่านมา มีการจัดการแข่งขันทางวิชาการของเด็กนักเรียนแต่ละช่วงชั้นขึ้นเพื่อคัดเลือกเข้าสู่การแข่งขันในระดับประเทศ น้องหยกได้ร่วมแข่งกับเขาด้วย โดยเป็นตัวแทนแข่งพูดภาษาอังกฤษ (ช่วงชั้นที่ 2 ) สิ่งที่อยากจะเล่าให้ฟังก็คือเด็กๆที่แข่งทุกคน คุณครูพี่เลี้ยงมีความตั้งใจมาก และความคาดหวังก็สูงด้วย ในการแข่งก็เริ่มจากการที่จับสลากว่าใครจะได้ลำดับก่อนหลังกันอย่างไร จากนั้นก็มีเวลาให้เตรียมตัว 5 นาที ก่อนการแข่ง ช่วงนี้แหละที่เป็นช่วงกดดันมากๆ นักเรียนที่เข้าแข่งจะทำการท่องบทสนทนาการเต็มที่ คุณครูก็เกร็งไปหมด ทำให้ผู้เขียนนึกถึงตอนเป็นเด็กเหมือนกันบรรยากาศอย่างนี้ เครียดสุดสุด และทุกคนก็เป็นเช่นนั้น เมื่อถึงเวลาแข่งทุกคนก็จะเดินจากห้องพักมายังเวที และก็ทักทายกรรมการ จากนั้นก็พยายามทำหน้าที่ของตน บางคนก็ติด ยืนอยู่จนหมดเวลา บางคนก็ท่องเป็นสูตรคูณ ทำเสร็จก็ออกมาด้วยความโล่งใจ บางคนก็ทำได้ดี แต่จากการสังเกตดูจะเห็นได้ว่าผู้แข่งขันทุกคนไม่ได้ทำได้ดีกว่าตนซ้อมเลย อย่างมากก็ทำได้เท่ากับตอนซ้อมเท่านั้น สาเหตุที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะ ความกดดัน ความเครียด อ่อนด้วยประสบการณ์ หากเค้าสามารถขจัดสิ่งที่กล่าวมาออกไป การแข่งก็จะสูสีกันมากขึ้น คำพูดที่ได้ยินเป็นประจำก็คือ
ทำให้ดีที่สุดนะลูก ให้เต็มที่ได้เท่าไรก็ไม่เป็นไร แต่ผลที่ได้ด้วยความมุ่งหวังอยากชนะเลิศ ก็ทำให้ตัวผู้แข่งเกิดการเร้าตนเอง และควบคุมตนเองได้น้อยลง ผมเองก็เหมือนกับคนอื่นๆ แต่สิ่งหนึ่งที่พยายามทำก็คือการถอยออกจากสิ่งมุ่งหวังออกไป ให้มีระยะห่างพอที่จะได้เห็นปัญหาค้นหาสาเหตุได้ และก็ใช้ความเป็นธรรมชาติ ความที่เรารู้จักนิสัยใจคอของลูกเรา ค้นหาวิธีการและคำพูดเพื่อช่วยเป็นพลังความหนักแน่นให้แก่ผู้แข่ง ผมเลือกการพูดกับลูกก็คือ หนูพยายามทำคะแนนให้น้อยที่สุดนะลูก ...อึมม ทำให้ได้ก็แล้วกัน จากนั้นเค้าก็แข่งขัน ปรากฏว่าเค้าไม่สั่น ไม่ประหม่า และทำได้ประทับใจผมมาก ...แบบนี้น่าจะใช้ได้กับทุกท่านนะครับ
ในวันนั้นหยกเค้าก็ได้คะแนนในส่วนของท่าทางประกอบบทสนทนา , การสบตากับ คคก.ตัดสิน ,และเสียงปรบมือ ดีทีเดียว คะแนนรวมก็เลยสูงไปตามระเบียบ
ไม่มีใครเก่งกว่าใครเลย แต่ใครจะพลาดมากกว่าเท่านั้นเอง ...ผมคิดอย่างนี้
สวัสดีคะน้องเพชร คิดถึงจังเลย ไม่ได้เห็นพูดคุยกันนานแล้วนะคะ พี่สุก็เลี้ยงหลาน จนไม่มีเวลาทำอะไรที่เคยทำ ในยามว่าง เวลาทั้งหมด ทุ่มเทไปอยู่กับหลานหมดคะ
น้องหยกเก่งจังเลยนะคะ คงจะเป็นเพราะคุณพ่อคนเก่งที่ มีจิตวิทยาสอนลูก ในการพยายามทำให้ดีที่สุด ไม่ต้องชนะก็ได้ เพื่อเป็นการ ไม่บังคับจิตใจลูก ในการพะวงที่จะทุ่มเทบีบคั้นเขา จนตั้งใจ แล้วให้ผิดปกติไป เขาเลยธรรมดา จนสามารถตั้งสติได้ ธรรมชาติที่สุด ที่ได้ฝึกอบอรมมา และอาจจะทำได้ดีกว่าตอนฝึกเสียอีก
และในที่สุดก็ได้คะแนนตามธรรมชาติ ซึ่งแสดงถึงความตั้งใจ ที่เก่ง ที่มีอยู่แล้ว ในที่สุดก็ได้คะแนนรวมนั่นคือได้ใจ คคก.ทุกๆๆคน
ขอแสดงความยินดีด้วยนะคะ น้องหยก เก่งเหมือนคุณพ่อ ปา ปาเพชรเลย มีความสุข ที่ได้เห็นความสามารถของลูก แม้ยามวิกฤติ ลูกสามารถตั้งสติได้
และขอสนับสนุน คำพูดที่ว่า ในวิกฤติการนั้น ไม่มีใครเก่งกว่าใคร อยู่ที่ท่านจะพลาดไป พลาดมากหรือพลาดน้อย ฉะนั้นจะทำอะไร สำคัญคือการตั้งสติ เพื่อให้เกิดการผืดพลาด น้อยที่สุดคะ
สวัสดีค่ะ
มีวิธีให้กำลังใจลูกที่ดีมากนะคะ รู้เข้าใจจิตวิทยาและนำไปใช้ได้ผล
เยี่ยมเลยค่ะ เตรียมตัวฝึกซ้อมมาอย่างดี แต่ถึงเวลาแข่งขันจริงๆก็หักมุมเลย
บอกลูกว่าเอาคะแนนน้อยๆ แถมหยอดว่า ทำให้ได้ก็แล้วกัน...โห...สุดยอดคุณ
พ่อ....กำลังใจมาเพียบ ลูกเลยไม่กดดัน พูดไปตามสบายทำให้ได้คะแนนลอยลำ
ไปเลย งานนี้ต้องปรบมือให้คุณพ่อด้วยค่ะ ผู้จัดการส่วนตัวที่เยี่ยมมาก
มอบดอกกล้วยไม้เป็นกำลังใจทั้งคุณพ่อและลูกสาวค่ะ