ผมฉีกซองเสร็จเห็นเป็นเส้นๆก็คว้าใส่ปากเสียงคุณแอ๊ดร้องว่าอย่า...แต่ไม่ทันแล้ว อะจึ๋ย..มันเค็มมันเหม็น ฮ่าๆ คุณแอ๊ดอยู่ด้านขวามือที่ผมฉีกซองได้กลิ่นก่อนจึงร้องบอกผมว่าอย่าเพราะมันเหม็น แต่ไม่ทันซะแล้ว

      ไปเที่ยวเมืองจีนเพิ่งกลับมาครับ..แฮ่...เหนื่อยชะมัด แต่ก็มีอะไรสนุกๆเยอะแยะ ไปกับทัวร์คณะหนึ่ง ปรากฏว่าทัวร์ทั้งหมดที่เห็นมีถึง ๙ คณะ กลุ่มที่ผมกับคุณแอ๊ดไปมี ๓ รถบัส เครื่องบินใช้ที่นั่งไป ๑๔๙ ทีนั่ง ใช้รถบัสไปสามคัน ผมนั่งคันที่ ๑ มีทั้งคนหนุ่มคนสาวและบรรดา ส.ว.

      รถตู้มารับที่บ้านตั้งแต่สองทุ่ม เพื่อไปขึ้นเครื่องเที่ยงคืนเศษ ระหว่างการเดินทางสายการบินไชน่าแอร์ไลน์แจกขนม ๑ กล่อง ประเภทชอบของฟรีอย่างผมก็จัดการทีละอย่าง แต่พอมาถึงชนิดเป็นซอง คุณแอ๊ดนั่งขวามือผม ผมฉีกซองเสร็จเห็นเป็นเส้นๆก็คว้าใส่ปากเสียงคุณแอ๊ดร้องว่าอย่า...แต่ไม่ทันแล้ว อะจึ๋ย..มันเค็มมันเหม็น ฮ่าๆ คุณแอ๊ดอยู่ด้านขวามือที่ผมฉีกซองได้กลิ่นก่อนจึงร้องบอกผมว่าอย่าเพราะมันเหม็น แต่ไม่ทันซะแล้ว

      หลังจากนั้นก็เลิกกินเอาขนมแบบบิสกิตใส่กระเป๋าเอาไว้กินทีหลัง มาถึงเซี่ยงไฮ้ตอนเช้าตรู่ ล้างหน้าแปรงฟันกันที่สนามบิน แล้วไปทานอาหารเช้า กระเป๋ายังไม่ทันเข้าโรงแรม ระหว่างนั้นคุยกันเรื่องขนมปรากฎว่าขนมที่แจกทุกอย่างหมดอายุแล้ว จ๊าก....วันนี้โปรแกรมเปลี่ยนจากเดิมที่จะพาไปงานเอ็กซ์โปวันสุดท้าย เขากลับพาไปงานเวิร์ลเอ็กซ์โปก่อน คิดดูเถอะครับ บรรดา ส.ว.ทั้งหลายยังไม่ทันได้พักผ่อนก็ถูกพาไปงานแล้ว และอย่าลืมว่าเขาจัดบู้ทถึง ๒๔๒ ประเทศแค่เที่ยวในโซนเอเชียยังเที่ยวไม่หมด แล้วไกด์ก็พาพวกเราไปปล่อยที่อาคารประเทศไทย ใช้อภิสิทธิ์ความเป็นคนไทยเข้าไปโดยไม่ต้องไปเข้าคิวกับชาวจีนและชาวต่างชาติ

      พ่อแม่พี่น้องครับ วันที่เราไปตรงกับวันชาติจีน ดังนั้นชนชาวจีนก็ออกมาเที่ยวกันสนุกสนาน จะไปดูแต่ละแห่งเข้าคิวกันกันหน้าบูดเลยแหละครับ อิอิ ผมกับคุณแอ๊ดเดินกันสองคนชมของนิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย ระบบคมนาคมของจีน ข้างในอาคารมีรถไฟหัวกระสุนจำลอง รถไฟธรรมดา เดินลึกเข้าไปก็ไปเจอระบบท่อต่างๆใต้ดิน อลังการงานสร้างมาก เดินจนเมื่อยก็ไปนอนเล่น คุณแอ๊ดชวนขึ้นรถกอล์ฟคนละสิบหยวน นั่งชมไปตามข้างทางเรานั่งไปได้เรื่อยๆแต่เขาก็มีเส้นทางอยู่ จำได้ว่าเขาพาไปหยุดที่โซนยุโรป ความจริงเราเดินเที่ยวชมต่อได้ แต่นั่นแหละ เนื่องจากคนเยอะ อากาศก็เริ่มร้อน เราจึงขึ้นรถกอล์ฟสายต่อไปวนกลับไปที่เดิม หิวแล้วก็เลยไปหาของกินที่ร้านอาหารไทย ราคาแพงแต่ถือว่าช่วยชาติ...

      สี่โมงเย็นได้เวลานัดพบที่ศาลาประเทศไทย จากนั้นพากันเดินไปขึ้นรถ แต่เดินเท่าไหร่ก็ไม่ถึงสักทีเพราะตำรวจปิดถนนไม่ให้รถเข้า รถจึงต้องไปจอดเสียไกล เดินไปขึ้นรถประมาณสักสองสามกิโลได้ คนจีนเดินกันมากมาย สงสารบรรดาส.ว.ทั้งหลายต้องเดินๆหยุดๆพักเหนื่อย ขึ้นรถได้พาไปกินอาหารเย็น     คราวนี้ล่อกันซะพุงกาง ไปจีนคราวนี้ผมดื่มเบียร์ทุกวันเพราะเบียร์จีนสุดยอด...แห่งความจืด ฮ่าๆ แล้วรีบไปชมกายกรรมเซี่ยงไฮ้  Era International of Time ไกด์บอกว่าห้ามถ่ายภาพเพราะแสงแฟลชจะไปรบกวนการแสดง แต่ไม่เห็นมีการขึ้นป้ายห้ามถ่ายภาพ ผมก็เลยถ่ายภาพโดยปิดแฟลช ก็ไม่เห็นเขาว่าอะไร ได้ภาพมาน่าสนใจมาก โดยเฉพาะการแสดงชุดสุดท้ายขี่จักรยานยนต์ผาดโผนในลูกโลก ซึ่งไกด์บอกว่าเป็นชุดชนะเลิศการแสดงกายกรรมโลก  มีการขับขี่จักรยานยนต์ตั้งแต่ ๑ คันถึง ๕ คัน คันสุดท้ายเป็นผู้หญิงเสียด้วยครับ บรรดาลูกทัวร์ประทับใจมาก ขากลับไกด์พาผ่านบ้านโบราณที่ถนนซีเทียนตี้ เขาทำเป็นสถานที่พักผ่อนอารมณ์ แต่เสียงส่วนใหญ่ไม่อยากลงเที่ยวก็เลยแค่นั่งรถผ่านจบแล้วพาเข้าที่พัก

      กลับถึงที่พักหลับเป็นตายเพราะพรุ่งนี้ต้องเดินทางแต่เช้าตามสูตร ๖๗๘ คือปลุก ๖ โมง อาหารเช้า ๗ โมง ล้อหมุน ๘ โมง แล้วเราก็เดินทางไปชมหอไข่มุก ซึ่งเป็นหอส่งสัญญาณโทรทัศน์ที่สูงที่สุดในเอเชียและเป็นอันดับ ๓ ของโลกรองจากแคนาดาและรัสเซีย สูง ๔๖๘ เมตร เขาว่าหนักถึง ๑๒๐,๐๐๐ ตัน งง....งงว่ามันชั่งยังไงถึงรู้ว่าหนัก ๑๒๐,๐๐๐ ตัน อิอิ...แต่ที่นี่ลิฟท์เร็วมากขอบอก...เร็ว ๗ เมตรต่อวินาที  แต่กว่าจะขึ้นลิฟท์ได้เข้าคิวกันเหมือนเดิม ตรงจุดนี้เรายังได้เห็นงานเอ็กซ์โปร์ในภาพกว้าง และยังได้เห็นย่านผู่ตงเมืองใหม่กับย่านผู่ซีเมืองเก่าที่ยังคงอนุรักษ์ตึกเก่าไว้ซึ่งอยู่คนละฟากแม่น้ำ แล้วไปนั่งรถชมอุโมงค์เลเซอร์ ตลาดเฉินหวังเมี่ยวหรือตลาดร้อยปี เวลากลางคืนอาคารต่างๆเริ่มเปิดไฟกันอย่างสวยงาม ลูกทัวร์กลุ่มที่สนใจการช้อปก็ไปช้อปกันอย่างถูกใจ...

 

      วันต่อมาแหกขี้ตาตื่นแต่เช้า เที่ยวกันต่อ นั่งรถไปวัดฉงหยวนดูเจ้าแม่กวนอิมองค์ใหญ่ ผมเอาเลนส์มุมกว้างตัวใหม่ไปด้วย ก็เลยได้ถ่ายมาเต็มองค์ แต่ว่าไปแล้วไปจีนคราวนี้ถ่ายรูปไม่สะใจเลยเพราะทุกแห่งเร่งรีบ ที่อยากอยู่นานๆเขาก็อยู่กันไม่นาน เพราะโปรแกรมที่ทัวร์จัดก็จะพาไปฟันค่าหัว ผมไม่โทษบริษัททัวร์ที่ผมไป แต่ผมโทษไกด์เมืองจีน(แม้ว่าเขาจะนิสัยดีก็ตาม) แต่ความที่เขาก็อยากมีรายได้ จุดไหนที่เขาขายของได้เขาก็ปล่อยเวลาให้อยู่นานๆ แล้วจุดที่เราอยากเที่ยวก็จะถูกหดเวลาให้สั้นลง เสียอารมณ์ไปพอสมควร แต่ทำใจไว้แล้วว่าไปกับทัวร์แบบนี้เราต้องยอมรับ เฮ้อ...(ยังมีต่อ)