การคิดเชิงบวก (Positive Thinking)
การคิดเชิงบวก (Positive Thinking)"
ความหมายของการคิดในเชิงบวก หมายถึง การพยายามหามุมมองที่แตกต่างออกไปจากมุมมองปกติที่เราเคยมองให้เป็นบวก ให้เป็นประโยชน์กับชีวิตของเราเองและเป็นประโยชน์กับชีวิตของคนอื่นด้วย เนื่องจากปัจจุบันสภาพเศรษฐกิจ สังคม จะสังเกตได้ว่ามีสิ่งที่สับสนวุ่นวายเกิดขึ้นกับในชีวิตของเรามากมาย ไม่ว่าจะเป็นชีวิตส่วนตัว ชีวิตการทำงาน ชีวิตในการอยู่ร่วมกันในสังคม ตลอดจนชีวิตที่อยู่รอบ ๆ ข้างล้วนทำให้ตัวเราขาดความสุข เกิดความเครียด แล้วเราจะคิดอย่างไรที่จะทำให้ตัวเราเองมีความสุขเพิ่มขึ้น หรือทำให้ไม่ทุกข์มากขึ้นไปกว่านี้...คือจะทำอย่างไรให้ทุกข์ลดน้อยลง...
เราเคยคิดว่า...ทำไมตัวเราทำงานแทบทุกวัน เรียกว่า ชีวิตนี้มีแต่การทำงานเมื่อเปรียบเทียบกับคนอื่น...เขาช่างแสนสบาย เหลือเกิน...ไม่เห็นทำงานหนักเหมือนตัวเราเลย...เพียงคิดในลักษณะนี้ เราก็จะเกิดการท้อแท้เพราะเรานำตัวเราไปเปรียบเทียบกับคนอื่น...แต่ในทางกลับกัน ถ้าเราเปลี่ยนมุมมองใหม่ว่า...ถ้าตัวเราทำงานได้ทุกวัน โดยทำงานหนักกว่าคนอื่น ก็แปลว่า...เรามีความสามารถ...เป็นคนที่มีคุณค่าและการทำงานมาก...ทำงานหนักนี้เองจะช่วยให้เรามีความรู้ ความสามารถและประสบการณ์มากกว่าคนอื่น งานที่จะทำให้เกิดผลงานและงานนั้นก็จะช่วยให้เรามีค่าตอบแทนตามมา...คือ มีงานทำมากดีกว่าไม่มีงานทำ...ถ้าหากเราคิดได้เช่นนี้ เราก็จะนำมาจัดระบบงานของตัวเราให้ดีขึ้น...คือ มีงานทำมากก็จริง...เราก็นำมาจัดวางระบบว่า เราจะทำงานไหนก่อนดี งานใดเป็นงานที่จำเป็นจะต้องทำก่อน งานใดเป็นงานที่จะต้องทำภายหลัง แล้วค่อย ๆ ทำไปทีละงาน ๆ ในที่สุดงานนั้นก็จะสำเร็จทีละงาน จนสำเร็จหมดทุกงาน...เมื่อเราจัดระบบงานได้เช่นนี้ เราก็สามารถไปรับงานเพิ่มขึ้นอีกได้...นี่คือ มุมมองหนึ่งของการคิดเชิงบวก...
ถ้าเมื่อไรเราคิดเชิงบวก...เราจะมีความสุข ชีวิตมีคุณภาพ เพราะว่าถ้ามีสุขภาพจิดดีแล้วก็สามารถมีพลังต่อสู้กับชีวิตได้ดีขึ้น...ซึ่งสิ่งอื่นใดที่มีอยู่หรือได้มา ไม่สำคัญเท่ากับชีวิตเราที่มีแต่ความสุข...สุขใดเล่าจะเท่ากับความสุขใจ...แม้แต่ถ้าเมื่อใดร่างกายเราเจ็บป่วย...แต่ใจเราสู้...ไม่ท้อแท้...ไม่ถอดใจ...เรามีความสุขใจ...การที่เราเจ็บป่วยก็เป็นเรื่องเล็ก...เพราะทำให้ตัวเรามีชัยไปเกือบครึ่ง...ดังคำที่แพทย์เคยถามคนไข้ว่า...กำลังใจดีหรือไม่...ถ้ากำลังใจดี ...รักษาโรคด้วยยาประกอบด้วยเดี๋ยวก็หาย...
เราเคยได้ยินคนอื่นเวลาพูดกับตัวเราจะใช้คำพูดไม่สุภาพ...เมื่อเราคิดได้ดังนั้น เราจะไม่พูดโดยใช้คำพูดแบบนั้นเป็นอันขาด เพราะเราทราบว่าคำพูดนั้นไม่ดี ขนาดตัวเราได้ยิน เรายังสรุปว่าเป็นคำพูดที่ไม่ดี ไม่สุภาพ...ไฉนเลยถ้าเราใช้คำพูดแบบนั้นกับคนอื่นแล้ว...เขาจะว่าเป็นคำพูดที่ดีได้ สู้เราได้ยิน ได้รู้ แล้วหยุดไม่ใช้คำพูดแบบนั้นกับคนอื่นก็พอ...การที่จะใช้คำพูดจากที่ไม่ดี ในความคิดของผู้เขียน การจะพูดอะไรออกไปหรือแม้แต่การแสดงสีหน้า แววตา ท่าทาง... บางครั้งต้องระมัดระวังเป็นอย่างมาก เพราะการที่ตัวเราแสดงกิริยาอะไรออกไป รวมทั้งคำพูดที่ไม่ดี...จะสังเกตได้ว่าคนอื่นก็ไม่ต้องการรับฟัง รับรู้ หรือต้องการเห็น...ถ้ามองในมุมกลับเราก็ไม่ต้องการเห็น รับรู้หรือได้ยินในสิ่งที่ไม่ดี...เพราะสิ่งเหล่านี้จะเป็นกระจกเงาที่สะท้อนให้เราเห็นก่อน...
การคิดในเชิงบวก สิ่งที่สำคัญไม่ได้อยู่ที่โลกมีแง่มุมมากมายให้มอง...แต่อยู่ที่เราจะเลือกมองมุมไหน...โลกใบนี้ มีมุมดี ๆ ให้เรามอง...เราแค่มองให้เห็น...
คนทุกคนมีเหตุผลในการทำสิ่งต่าง ๆ เสมอ
ความผิดพลาดเกิดขึ้นได้...แต่ทุกปัญหาแก้ไขได้
สิ่งร้าย ๆ จะมาพร้อมกับสิ่งดี ๆ เสมอ
ความมืดในเวลากลางคืนมีแต่ 12 ชั่วโมงและความสว่างในเวลากลางวันก็มี 12 ชั่วโมงเช่นกัน
หลังฝนตกหนักแล้วฟ้าจะปลอดโปร่ง
ของบางอย่างไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นของเรา
ชีวิตเป็นของเรา
ถนนบางสายไกลหน่อย แต่ก็ยังมีวันถึง
ฝันร้ายเป็นแค่ความฝัน ความจริงก็คือความจริง
อุปสรรคทำให้ชีวิตมีสีสันและความอดทน
ความเจ็บปวดทำให้หัวใจแข็งแกร่ง
ทุก ๆ อย่างมีระยะเวลาของมัน
การร้องไห้ทำให้ดวงตาใสขึ้น
ตัวเรายังไม่ได้อย่างใจเรา...แล้วคนอื่นจะเป็นได้อย่างไร
เมื่อมาถึงจุดที่หนักที่สุดแล้ว...หลังจากนั้นทุกอย่างจะผ่อนคลายลงเรื่อย ๆ
มีไม่มาก...แต่ก็มีพอ
ไม่มีเงิน...แต่ยังมีแรง
ความอ้วนทำให้ให้ใบหน้าอิ่มเอิบ
ความผอมทำให้เสื้อผ้าดูดี
ถ้าวิ่งก็ถึงที่เร็วขึ้น
ถ้าค่อย ๆ เดิน จะไม่เหนื่อย
จากที่กล่าวมาข้างต้น การคิดในเชิงบวกจะคล้าย ๆ กับการใช้หลักของความเป็นจริงเกี่ยวกับการดำรงชีวิต...
สรุป : การคิดเชิงบวกเป็นเรื่องของการมองมุมที่เราไม่เคยมองโดยปกติประจำวัน...โดยมุมที่เรามองนั้นจะเป็นมุมที่จะช่วยให้เราสบายใจขึ้น โดยเริ่มจากตัวเราเองก่อน แล้วค่อย ๆ ขยายผลไปยังคนรอบข้าง เช่น ครอบครัว เพื่อนร่วมงาน แล้วก็แผ่ขยายไปยังสังคมและประเทศชาติ...ถ้าทุกคนคิดในเชิงบวกได้ก็จะทำให้สังคมมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นด้วย...
ชอบทุกข้อเลยค่ะ
ขอบคุณนะคะอาจารย์
สวัสดีค่ะ...ครูปู...
เราต้องไม่ลืมที่จะคิดด้วยว่า องค์ประกอบที่จะทำให้คนมีความคิด บวก หรือ ลบ นั้นมีมากมาย มีเงื่อนไขมีปัจจัยต่างๆ มากมาย
การทำให้คนมีความคิดบวกก็คงต้องกำจัดอุปสรรคต่างๆ เหล่านั้น
เป็นหน้าที่ของทุกคนในสังคม คงต้องมีการให้ความรู้แก่คนไทย เกี่ยวกับเรื่อง การสร้างความคิดบวก เช่นเดียวกับการมอมเมาชาวบ้านด้วยละครน้ำเน่าในทีวี หรือ การโฆษณาชวนเชื่อในวิทยุชุมชนหลายๆ สถานี
สังคมไทยเป้นสังคมที่คนที่มีความเห็นต่างไม่ใช่พวก ซึ่งเราจะเห็นได้จากเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองของเราตลอดเวลาที่ผ่านมา มันขัดแย้งกับสภาพที่เรามีคนส่วนใหญ่นับถือศานาพุทธ สิ่งที่เกิดขึ้นมันขัดแย้งกันโดยสิ้นเชิงกับหลักธรรมคำสอนของศาสนาที่เรานับถือ
สังคมเรามีคนที่คิดวิเคราะห์ แยกแยะดี/เลวน้อยลงทุกวัน ถูกมอมเมาด้วยวัตถุ เงินตรา และคนเหล่านั้นไม่ฟังคนที่คิดถูก คิดดี ทำสิ่งดี สิ่งที่ถูกต้องมีประโยชน์ต่อบ้านเมือง
ขอพื้นที่สื่อให้มีการเผยแพร่สิ่งดีๆ แทนที่....ที่มีอยู่เต็มไปหมดในปัจจุบันได้ไหม
ขอให้ทุกคนมองที่ประโยชน์โดยรวมของสังคมไทยได้ไหม
ลดอคติที่มีต่อกันได้ไหม
ผู้ใหญ่ทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดีให้เด็กดู ทีวี สื่ออย่าเอาอันธพาลขึ้นจอ ได้ไหม
ฯลฯ
ฯลฯ
สวัสดีค่ะ...คุณ suan...
เรียนท่าน
สวัสดีค่ะ...คุณยาย...
สวัสดีค่ะ
สวัสดีค่ะ...พี่คิม...
สวัสดีค่ะ
แวะมาเยี่ยมบันทึกที่ดีมีสาระในเชิงบวก
สังคมปัจจุบันทำให้คนเรามองคนในเชิงลบไว้ก่อน แต่หากเราเปลี่ยนความคิดเสียใหม่ว่า...หากอยากให้เขาทำกับเราแบบไหน เราควรทำแบบนั้นกับเขาก่อน
รับรองว่ามุมมองในด้านบวกของเราจะเพิ่มมากขึ้น
แล้วความสบายใจและความสุขจะเกิดขึ้นกับตัวเรา...
สวัสดีค่ะ...พี่ krugui...
หากทุกคนคิดได้แบบนี้คงทำให้สังคมเรามีความสุขอย่างมาก ..ทั้งนี้ทั้งนั้นอยู่ที่ใจของเราเอง ตรงนี้แหละครับ ยากที่ซู้ดดด
สวัสดีค่ะ...ครูจิตอาสา...
-สวัสดีครับอาจารย์...
-วันนี้ฝนตก...อากาศหนาว....ครับ...
-แวะเข้ามาอ่านการคิดเชิงบวก....
-ขอบคุณสำหรับข้อคิดีดี นะครับ...
สวัสดีค่ะ...คุณเพชรน้ำหนึ่ง...
...
การคิดเชิงบวก ทำให้เราหายเหนื่อย ,พบทางออกของปัญหาต่างๆ ได้ตามความคิดที่เป็นธรรมชาติของมนุนย์
ใส
ใช่แล้ว ครับ ผ๋ม