คุณพ่อวัย 91 ปี (บันทึกที่ยาวที่สุด : สองมือพ่อ)เป็นคนไข้ประจำของโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ (มอ.หาดใหญ่)เป็นเวลาหลายปีแล้ว ซึ่งในความเป็นจริงเรียกได้ว่า ครอบครัวของเรา ใช้บริการของโรงพยาบาลแห่งนี้เป็นหลัก  และก็ทราบดีว่าทุกครั้งที่ใช้บริการ  จะมีผู้ป่วยเยอะมาก แต่ก็มักได้รับความอนุเคราะห์และความมีน้ำใจของคุณหมอและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง   พอจะสามารถหาเตียงผู้ป่วย หรือห้องพิเศษให้คุณพ่อได้เสมอ

        หลังจากว่างเว้นจากการพาคุณพ่อเข้าโรงพยาบาลมาประมาณ 2 ปีกว่า ๆ เพราะคุณพ่อไม่มีอาการเจ็บป่วย  แต่เมื่อวานนี้  (7 ตุลาคม 2553)  พี่สาวคนโตพาคุณพ่อส่งโรงพยาบาล เพราะคุณพ่อเป็นลม มีอาการไม่ดี  เมื่อคุณหมอตรวจดูอาการพบว่า คุณพ่อมีลมในปอด และเส้นเลือดตีบ  คุณหมออธิบายถึงวิธีการรักษาให้พี่สาวฟัง หลังจากพี่สาวคนโต ได้พูดคุยกับพี่ ๆ น้อง ๆ ทั้ง 9 คนแล้ว พวกเราลงความเห็นว่า อนุญาตให้คุณหมอเจาะ  เพื่อใส่สายยางเอาลมออกจากปอดของคุณพ่อ และต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ แต่ไม่อนุญาตให้ทำอย่างอื่น เช่น ผ่าสมอง  เจาะคอ หรืออื่น ๆ อันจะทำให้คุณพ่อเจ็บปวดไปมากกว่านี้อีก  เพราะคุณพ่ออายุมากแล้ว พวกเราทำใจไม่ได้หากต้องเห็นคุณพ่ออยู่ในอาการเจ็บปวด ทรมาน อันเกิดจากการรักษา

        เวลาผ่านไปประมาณ  3 ชั่วโมง  ที่คุณพ่ออยู่กับคุณหมอ  เมื่อคุณพ่อจะเข้าห้องผู้ป่วย  ปรากฏว่า คุณหมอบอกว่า ไม่อนุญาตให้คุณพ่ออยู่ห้องพิเศษ เพราะคุณพ่อต้องอยู่ในความดูแลของคุณหมอและพยาบาลตลอดเวลา เรื่องการไม่ได้อยู่ห้องพิเศษไม่เป็นปัญหามากนัก แต่ที่เป็นปัญหาตรงที่โรงพยาบาลไม่มีเตียงว่าง สำหรับคุณพ่อวัย 91 ปี

           คุณหมอแนะนำให้ย้ายไปโรงพยาบาลใกล้บ้าน ซึ่งเป็นโรงพยาบาลประจำอำเภอ แต่พวกเราลูก ๆ เห็นว่า จะเพิ่มความลำบากในการย้ายผู้ป่วย และความลำบาก ในความไม่พร้อมของโรงพยาบาล จึงตัดสินใจขอคุณหมอย้ายไปโรงพยาบาลหาดใหญ่ โดยปรึกษาคุณหมอในเรื่องของการเบิกจ่าย  เพราะฉันทำเรื่อง "จ่ายตรง" ไว้ที่โรงพยาบาล มอ.หาดใหญ่ ซึ่งคุณหมอก็จัดการให้เป็นอย่างดีโดยการประสานงานกับโรงพยาบาลหาดใหญ่ สามารถเบิกจ่ายได้เสมือนอยู่โรงพยาบาล มอ.หาดใหญ่

          ขณะนี้(8 ตุลาคม 2553) คุณพ่อเป็นผู้ป่วยของโรงพยาบาลหาดใหญ่ ซึ่งต้องอยู่ในห้องผู้ป่วยรวม เนื่องจากคุณหมอไม่อนุญาตให้แยกไปอยู่ห้องพิเศษ ฉันรู้สึกสงสารคุณพ่อเหลือเกิน  และสงสารพี่สาวคนโตมากที่เฝ้าไข้คุณพ่อโดยมิได้หลับนอนเลยทั้งคืน เพราะโรงพยาบาลแออัดไปด้วยผู้ป่วย ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดา เนื่องจากโรงพยาบาลหาดใหญ่ก็เป็นโรงพยาบาลที่ได้คุณภาพไม่แตกต่างกับโรงพยาบาล มอ.หาดใหญ่  จึงมีผู้ใช้บริการเยอะมาก

           สำหรับฉัน เดิมมีกำหนดการที่จะพาลูก ๆ ทั้งสองคน เดินทางไปเยี่ยมคุณพ่อในวันที่ 14 ตุลาคม แต่เมื่อทราบข่าวว่าคุณพ่อต้องเข้าโรงพยาบาล ก็โทรศัพท์พูดคุยกับพี่สาวเป็นระยะ ๆ และตัดสินใจไปขอเลื่อนการเดินทางที่สถานีรถไฟ จากวันที่ 14 ต.ค.ได้อย่างเร็วที่สุด ก็วันที่ 12 ต.ค. จริง ๆ แล้วก็อยากจะเดินทางวันนี้ด้วยซ้ำ แต่ก็มีภารกิจสำคัญที่ส่งผลต่อหน้าที่การงาน ที่ต้องสะสาง

             ณ เวลานี้ ฉันทำใจ เตรียมใจที่จะยอมรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้น หากถึงเวลาจริง ๆ แล้ว ฉันก็ขอภาวนาเพียงอย่าให้พ่อต้องเจ็บปวด แต่ฉันก็หวังว่าคุณหมอคงจะช่วยให้คุณพ่อหายจากการเจ็บป่วย  อยู่กับฉันและลูก ๆ หลาน ไปอีกนาน ๆ  พวกเราคิดไว้ว่า คุณพ่อจะต้องอยู่จนถึงอายุ 100 ปีขึ้นไป ถึงวันนี้ฉันได้แต่หวังว่า "คุณหมอคงจะช่วยให้พวกเราลูก ๆ สมหวังดังที่ตั้งใจกันไว้"