บทเรียนการดำเนินงานของเครือข่ายผู้ติดเชื้อ

 

 

            เครือข่ายผู้ติดเชื้อมีต้นทุนเดิม  คือ มีโครงสร้างแกนนำทุกอำเภอ  16 อำเภอ ๆ ละ 1 คน  เพื่อเป็นตัวแทนของอำเภอในการประสานงาน  กระผมได้รับแต่งตั้งให้เป็นประธานเครือข่ายระดับจังหวัดและได้ถูกเชิญจาก สสจ.เพื่อร่วมเป็นคณะทำงาน  ศปอจ. 

 

            หลังจากนั้นมีบทบาทเกี่ยวกับโครงการ สวรส.  เข้ากระบวนการชี้แจงรายละเอียดการดำเนินงาน  คือ เป็นเครือข่ายในการขับเคลื่อนกลไกในการป้องกันเอดส์ในกลุ่มเยาวชน  สู่ท้องถิ่นเทศบาลตำบล ซึ่งเป็นพื้นที่นำร่องของโครงการ  และดำเนินการกับหลาย ๆ พื้นที่ในจังหวัดนัดพบกับเครือข่ายทุกอำเภอและให้อำเภอเลือกพื้นที่ที่จะทำงานและเข้าไปประสานด้วยวิธีเข้าถึงตัวนักพัฒนาชุมชน  หรือนายกองค์การบริหารส่วนตำบล  ในเรื่องการขอสนับสนุนงบประมาณ  เพื่อจัดกิจกรรมสร้างเครือข่ายในชุมชน   จังหวัดชัยภูมิเกิดผลงานแล้ว  5 อำเภอ 

 

           ประกอบด้วย  อำเภอต่างๆ  ซึ่งท้องถิ่นมีงบประมาณสนับสนุน  แต่ละตำบลจากเลือกผู้นำ  อบต.  อสม.  เยาวชน  เพื่อจะทำกิจกรรมสร้างเครือข่ายขับเคลื่อนงานป้องกันในแต่ละพื้นที่ของ อบต. นั้น ๆ ทางเครือข่ายเป็นวิทยากรเอง  โดยใช้หลักสูตรองค์กรแพ็ธ  ใช้เวลา 1วัน  เพื่อนำไปสู่การบรรจุแผนงบประมาณในปีต่อไป  และเพื่อให้องค์การบริหารส่วนตำบล  จะเป็นเจ้าของโครงการและงบประมาณด้วยตนเอง 

 

          หลังจากอบรมแล้วองค์การบริหารส่วนตำบลมีการจัดทำแผนเรื่องการป้องกันเอดส์ในท้องถิ่น  ชุมชนมีความรู้ในเรื่องการอยู่ร่วมกันกับผู้ติดเอดส์และผู้ติดเชื้อกล้าเปิดเผยตัวมากขึ้น  ผลลัพธ์จากการมาขอรับเบี้ยยังชีพจากองค์การบริหารส่วนตำบล เพิ่มมากขึ้นและเข้าสู่ระบบการรักษา  ผู้นำที่เกิดความเข้าใจผู้ติดเชื้อมากขึ้น  จากเดิมผู้นำจะประกาศตามหอกระจายข่าว  เดียวนี้จะใช้คำว่าผู้ที่ได้รับผลกระทบ  ไม่ใช่คำว่าผู้ติดเชื้อเอดส์  มีผู้บริหารในท้องถิ่น  ตั้งเบี้ยสงเคราะห์ใช้ล่วงหน้าทุกตำบลในพื้นที่  5   ตำบล

 

            แผนที่จะดำเนินงานต่อ  คือ  ขับเคลื่อนแผนงานป้องกันเอดส์ให้ได้ทุกอำเภอและมีการประชุมเครือข่ายอีกว่าจะให้แกนนำอำแภอขับเคลื่อนช่วยแกนนำตำบลเพื่อให้แกนนำตำบลมีทักษะในการประสานงานกับท้องถิ่นของตัวเองและสามารถให้คำปรึกษาได้  สามารถจัดทำโครงการเพื่อขอรับการสนับสนุนจากท้องถิ่นได้

 

            จากการที่ดำเนินงานในพื้นที่แล้วไม่เข้าใจแกนนำผู้ติดเชื้อในตำบลพบปัญหาพื้นที่ไม่เข้าใจเรื่องการอยู่ร่วมกันของชุมชนกับผู้ติดเชื้อซึ่งเกิดเหตุการณ์กีดกันไม่ยอมให้เด็กเข้าโรงเรียนแกนนำผู้ติดเชื้อระดับตำบลได้กันหาปัญหาก่อนว่าเกิดจากตัวเด็ก  ผู้ปกครอง  ครู  หรือชุมชน  และไม่เจอปัญาว่าผู้ปกครองในระดับชั้นอนุบาลคิดว่าถ้าเด็กเรียนอยู่ร่วมกัน  แล้วเด็กคนอื่น ๆ ก็จะติดเชื้อไปด้วยจึงอยากให้ทางโรงเรียนออกจากโรงเรียนไปใช้ที่วัดพระบาทน้ำพุ 

 

            แกนนำจึงหาทางแก้ไขปัญหาด้วยการประสานเครือข่ายระดับอำเภอ  และระดับจังหวัด  เพื่อหาทางแก้ไขจากนั้นเครือข่ายจังหวัดร่วมกับโรงพยาบาลในพื้นที่  ศูนย์คุ้มครองสิทธิ์  สื่อมวลชน  และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชัยภูมิร่วมกันลงพื้นที่โดยมีบุคคลในพื้นที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประกอบด้วย  กำนัน  ผู้ใหญ่บ้าน  อสม.  อบต.  ครู  ผู้ปกครอง  สอ.  สสอ.  รวมประมาณ  60  คน  รวมถึงเด็กที่ได้รับผลกระทบโดยทีมงานด้วยการเชิญนายอำเภอนั้นไปเป็นประธานในพิธีเปิดและทีมงานใช้กระบวนการให้ความรู้หลักสูตรแพ็ธ  และใช้วิธีการแบ่งห้องแยกห้องละ 30 คนในระดับชั้นอนุบาล 1 และ อนุบาล 2  ใช้กระบวนการเกมแรกน้ำ  และ คิวคิวอาร์  มีความเข้าใจในระดับหนึ่ง  และยังมีผู้ที่ขาดความเข้าใจอยู่ประมาณ  14  คนที่ยังยืนยันจะย้ายลูกของตัวเองออกจากโรงเรียน 

 

          ทีมงานจึงขอความร่วมมือกับหน่วยงานราชการคือ  สอ.  ผู้ใหญ่บ้านที่กลุ่ม  14  คนที่ยังไม่เข้าใจมาเพื่อพูดคุยทำความเข้าใจต่อ  และมูลนิธิศูนย์คุ้มครองสิทธิ์ได้เชิญวิทยากรจาก กทม. เรื่องสิทธิ์เฉพาะ  ใช้วิธีการนั่งคุยกันเป็นวงกลม  เปิดอกคุยกันประมาณครึ่งวัน  ทีมงานได้แลกเปลี่ยนประเด็นว่าทำไมถึงกลัว  เขาตอบว่ากลัวแบบไม่มีเหตุผล  ครูก็เข้ามาแลกเปลี่ยนเรื่องการย้ายเด็กที่ติดเชื้อครูก็จะอ้างเหตุผลว่าถ้าหนีปัญหาเฉพาะเรื่องการติดเชื้อเอดส์  ครูบอกว่าเหตุผลนั้นไม่สมเหตุสมผลเพราะว่าถ้าเด็กคนในโรงเรียนนั้นมีผู้ติดเชื้ออีก  คุณก็จะย้ายไปเรื่อย ๆ ทำให้โรงเรียนเสียชื่อเสียง  ครู ก็จะถูกประเมิน  ผู้ปกครองจึงได้ข้อมติ  ว่าจะให้เด็กคนนั้นเข้าเรียนในวันจันทร์ที่ 23 สิงหาคม  2553

 

            เครือข่ายมีข้อต่อรองว่าการเรียนต้องได้รับสิทธิ์เท่าเทียมในด้านการศึกษาเท่าเทียมกับคนอื่น  และเด็กก็จะต้องไม่ถูกแบ่งแยกการอยู่ร่วมกัน  การรับประทานอาหาร  และไม่ให้เกิดการล่อเลียน  และให้ผู้ปกครองไปปรับทัศนคติบอกลูกหลานตัวเองไม่ให้พูดกระทบการแบ่งแยกและการล้อเลียน  และผู้ปกครองกลุ่มนั้นก็รับปากว่าจะไปปรับพฤติกรรมตัวเองและครอบครัว  ตามที่กลุ่มแกนนำได้ขอร้อง

 

ข้อเสนอแนะ  บทเรียนนี้จะเอาไปขับเคลื่อนต่อไปเพื่อให้เกิดการให้เป็นเครือข่ายมากขึ้น

 

 

 

 

**************