ใช้ความรัก ใช้คำพูดที่สร้างสรรค์ สร้างการเปลี่ยนแปลงเถอะครับ
หลังจากที่ได้พูดคุยกับ Change Facilitator มีบางท่านมาถามผม (หลังไมค์) ว่า “ถ้ารู้ว่าสิ่งที่ผู้บริหารบอก (ออกนโยบาย) นั้นมันไม่ได้เรื่อง ถ้าเป็นผมๆ จะทำอย่างไร” ผมจำได้ว่าตอบไปในทำนองที่ว่า . . .
ผมเองคงต้อง “ดูจังหวะเวลา” สิ่งที่มักก่อให้เกิดปัญหาก็คือว่าบางครั้งสิ่งที่เราพูด (ทำ) กลับไปนั้น ทำให้ผู้บริหาร “เสียหน้า” จะโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม สำหรับผู้บริหารที่จิตใจคับแคบแล้ว หากเราทำให้เขาเสียหน้า วันหนึ่งความเสียหายก็ต้องย้อนกลับมาที่เราอย่างแน่นอน แต่ก่อนผมเองก็ติดนิสัยชอบตอบโต้แบบตรงๆ แรงๆ แต่ตอนนี้รู้แล้วว่า การที่เราแรงกลับไปนั้นส่วนใหญ่ "ให้ผลร้าย" มากกว่า "ได้ผลดี" สิ่งที่เป็นสัจธรรมในเรื่องนี้ก็คือ ไม่มีมนุษย์คนไหนพอใจเวลาที่ถูกโจมตีหรือถูกตอกกลับ
การอ่อนเข้าหาผมว่าเป็นวิธีการที่ "ได้ผลดีกว่า" อ่อนแบบที่ว่านี้ไม่ได้แปลว่าอ่อนแบบเหยาะแหยะไม่มีหลักการ คือต้องเป็นการอ่อนแบบ “อ่อนนอกแข็งใน” คือยังมี “หลักการ” เป็นใหญ่ แต่ “วิธีการ” ต้องพริ้วไหวไปตามสถานการณ์ ท่านเหล่าจื้อเคยสอนไว้ว่า “จงทำตัวให้เหมือนน้ำ” คือเปลี่ยนรูปได้ตามภาชนะที่บรรจุมันอยู่ ซึ่งภาชนะที่ว่านี้ก็เปรียบได้กับสถานการณ์ที่เรากำลังเผชิญอยู่นั่นเอง

ขอบคุณค่ะ
อ.ครับ ขออนุญาต ลปรร ครับ สำหรับกรณี
ถ้ารู้ว่าสิ่งที่ผู้บริหารบอก (ออกนโยบาย) นั้นมันไม่ได้เรื่อง ถ้าเป็นผมๆ จะทำอย่างไร”
ตอบตามประสบการณ์ของครับ ผมก็เคยเจอครับ ผู้บริหารออกนโยบาย ไม่ได้เรื่อง สำหรับผม ผมใช่เทคนิค "เลี่ยงบาลี" ครับ คือ นโยบาย จะเป็นคำกว้างๆ ครับ ผมก็ไปเจาะหาดูว่า ในคำกว้างๆ นั้น มีจุดตรงใหนบ้าง ที่จะนำมาทำให้ "ได้เรื่อง" ในมุมมองของเรา โดยที่ไม่ผิดนโยบายของผู้บริหาร
สรุปก็คือ นโยบาย เป็นของผู้บริหาร วิธีการ เป็นของเรา ครับ พบกันครึ่งทาง
จากบันทึกข้างบนนี้ เห็นไหมครับว่า ความรู้ที่ได้เป็นอะไรที่ General เกินไป คือพูดไว้เหมือนกับเตือนไม่ให้ “โต้กลับ” แนะนำให้ใช้ “ไม้อ่อน” อย่าใช้ “ไม่แข็ง”
KM ในแบบ สคส. นั้น การบันทึกแบบนี้ ไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่ เพราะทำให้ผู้อ่านไม่มีโอกาสได้เห็น “บริบท” เลย บริบทหรือ Context นั้นสำคัญมาก
“ชุดความรู้” ที่ได้มาในครั้งนี้ "ตัวละคอน" ที่สำคัญ คือผู้ที่กำลังคุยกับผม “หลังไมค์” นั้น ผมรู้สึกได้ว่าท่านเป็นคนที่เต็มไปด้วยพลังแห่งการเปลี่ยนแปลง ผมรู้ว่าท่านเป็นคนแรง ด้วยเหตุนี่้คำแนะนำที่ผมให้จึงออกมาสไตล์นี้
แต่ถ้า “ตัวละคอน” เปลี่ยนไป ผู้ที่ถามไม่ใช่ท่านเดิม ผมก็อาจเชียร์ให้ท่าน "รุกเข้าไว้" อย่าไป “นุ่มนิ่ม” อย่างที่ผ่านมา . .
เห็นไหมครับว่า คำถามเดียวกัน แต่คำตอบอาจไม่เหมือนกันก็ได้ ดังนั้นการบันทึกที่ดีควรจะต้องบันทึกส่วนที่เป็นบริบทด้วย ผู้ที่เข้ามาอ่านทีหลังจะได้รู้ว่าที่ใช้เทคนิคเช่นนี้เป็นเพราะอะไร เมื่อบริบทเปลี่ยนไป “ชุดความรู้” ที่ใช้ก็เปลี่ยนไปด้วยครับ
ความรู้ทุกอย่าง นัยสำคัญอยู่ตอน deploy นี่แหละนะครับ ทฤษฎีเจ๋งๆมาเจ๊งตอนทำเยอะแล้ว สอน communication skill นี่ก็เหมือนกัน บางคนเข้า ws เสร็จคิดว่าจบหลักสูตรแล้ว ฮึ ฮึ ฮึ
นึกถึงกำลังภายในเรื่องซิมเซ่งอี ตอนพยัคฆ์ลำพอง พระเอกแอบเป็นนักฆ่าอยู่หลายปี จนกระทั่งสลายกระบวนท่าที่เคยมีร่องรอย กลายเป็นใช้ทุกอย่าง ณ ขณะนั้นเป็นอาวุธได้หมด เรียกว่าอยู่กับปรัตยุบันกาล ลืมกระบวนท่าแข็งๆไปหมดเลย