ไปอุ้มผาง ๑. นั่งเครื่องบินลำน้อย


 

         เครื่องบิน Card Dornier 228-200 ของสายการบินโซลาร์แอร์บินเลาะแม่น้ำเจ้าพระยาขึ้นเหนือด้วยความสูงไม่มากนัก คือประมาณ ๒ - ๒.๕ ก.ม. (ดูจากนาฬิกา Casio Protek รุ่น Triple Sensor) ทำให้ผมได้ชมวิวและชื่นชมความงามของแผ่นดินไทย อย่างไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน   โชคดีที่ฝนไม่ตกและท้องฟ้าใส    ทำให้ได้ภาพงามๆ มาฝาก

 

          ภาพงามๆ นั้นคือแม่น้ำเจ้าพระยาที่คดเคี้ยว มีน้ำสีส้มขุ่นเต็มฝั่ง   ลำแม่น้ำขยายโตเป็นช่วงๆ    โดยรอบเป็นทุ่งนาสุดสายตา   ท้องฟ้ามีเมฆสีขาวเป็นก้อนเล็กๆ กระจายเป็นช่วงๆ ไม่เป็นอุปสรรคต่อการถ่ายรูป   กลับช่วยประดับสร้างความมีชีวิตชีวาให้แก่ภาพถ่าย

         เดิมเราคิดว่าจะต้องไปอุ้มผางโดยนั่งนกแอร์ไปพิษณุโลก แล้วต่อรถยนต์   ทีมอาจารย์แหววย้ำแล้วย้ำอีกว่าไหวนะ   เขาเป็นห่วงคนแก่   แต่เอาเข้าจริงผู้จัดการทริปคืออาจารย์ด๋าว ดรุณี ไพศาลพาณิชย์สกุล ก็จัดให้เราไปเครื่องบินจากดอนเมืองไปแม่สอด   สายการบินนี้เริ่มบินวันที่ ๒๐ ส.ค.   และเจ้าของสายการบินนี้คือคุณประจวบ ไชยสาส์น

          เครื่องบินขนาด ๒๐ ที่นั่ง เป็นเครื่องยนต์ใบพ้ด ๒ เครื่องยนต์ บินได้ไม่สูงและไม่เร็ว   ใช้เวลาบินไปแม่สอด ๑ ชั่วโมง ๓๐ นาที   ที่นั่งสบายพอสมควรแต่พนักพิงเอนไม่ได้้   และได้ยินเสียงเครื่องยนต์ดังมาก   หน้าต่างไม่มีม่านบังแสง   และพนักพิงเอนไม่ได้ ที่นั่งก็ไม่ค่อยสบายนัก  ไม่ปรับแรงดันอากาศ   ผู้โดยสารเต็ม ๒๐ คน โดยเป็นคณะของเราเสีย ๑๐ คน

          บินผ่านที่ราบประมาณ ๔๕ นาทีก็เริ่มมีภูเขาบ้าง แต่แปลกใจว่าไม่มึภูเขาสูงเป็นทิวอย่างที่เห็นตอนนั่ง ฮ. จากเชียงรายไปน่าน   แต่คุณหมอนิรันดร์ พิทักษ์วัชระ กรรมการสิทธิมนุษยชน และอดีตวุฒิสมาชิก หัวหน้าคณะเดินทาง บอกว่าเป็นเพราะผมนั่งที่นั่ง 1A ฝั่งซ้ายของเครื่องทำให้ไม่เห็นภูเขาที่อยู่ฝั่งขวา

         ที่สนามบินแม่สอด คุณหมอวรวิทย์ ตันติวัฒนทรัพย์ ผอ. รพ. อุุ้มผางและคณะเอารถตู้มารับ และพาไปกินขนมจีนที่ร้านที่ผมลืมชื่อเสียแล้ว   เป็นขนมจีนจับเล็กๆ พอคำ มีน้ำขนมจีน ๓ ชนิดตั้งไว้ให้ ได้แก่น้ำพริก น้ำยา และน้ำเงี้ยว อร่อยทุกอย่าง รวมทั้งไก่ทอด ลูกชิ้นทอดเสียบไม้ และส้มตำ

         หลังจากนั้นเราไปคุยเรียนรู้สถานการณ์สถานะบุคคลที่ชายแดนที่มีแรงงานต่างด้าวเข้ามาอยู่เป็นจำนวนมากว่าคนไทยเจ้าของถิ่นเสียอีก (คนไทยที่แม่สอด ๑๓๐,๐๐๐ คน)   ที่โรงพยาบาลแม่สอด และที่แม่ตาวคลินิกของหมอซินเธียผู้ได้รับรางวัลแมกไซไซเมื่อปีที่แล้ว

         ผมได้เรียนรู้หนังสือรับรองการเกิด ทร. ๑/๑ ที่โรงพยาบาลสถานทำคลอดออกให้ สำหรับนำไปขอสูติบัตรจากเทศบาล   ที่จะเป็นหลักฐานสถานะบุคคล   ผมได้เรียนรู้ความรู้สึกขมขื่นของรอง ผอ. ฝ่ายการแพทย์ของ รพ. แม่สอดต่อระบบการจัดสรรงบประมาณให้แก่ รพ. ต่างๆ ทั่วประเทศที่เขาคิดว่าไม่ยุติธรรม

          คลินิกแม่ตาวรับทั้งผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน มีอาสาสมัครมาทำงานถึง ๖๐ คน   ทีมงานรวมทั้งหมอซินเธีย ไม่เป็นที่ชื่นชอบของรัฐบาลพม่า   เพราะคนเหล่านี้เป็นกะเหรี่ยง ที่รัฐบาลพม่าระแวงว่าต้องการแยกเป็นรัฐอิสระ   ระหว่างคุยซักถามกันผมสังเกตว่าหมอซินเธียอยู่ในเมืองไทยอย่างไม่เป็นสุขนัก เพราะสถานะก้ำกึ่งผิดกฎหมาย   ดังนั้นเมื่ออาจารย์แหววแจ้งข่าวดี ว่าเมื่อวันที่ ๑๘ ส.ค. ๕๓ สมช. ได้มีมติให้ผู้เข้ามาอยู่ในประเทศเป็นเวลานานและได้ทำคุณประโยชน์แก่ประเทศ สามารถขอสัญชาติไทยได้    และหมอซินเธียน่าจะอยู่ในข่ายนี้   สีหน้าของหมอซินเธียแช่มชื่นขึ้นทันที   ยิ่งเมื่อ นพ. นิรันดร์ พูดย้ำว่ายินดีช่วยอำนวยความสะดวกโดยน่าจะหาโอกาสคุยกันเป็นส่วนตัว สีหน้าของเธอยิ่งแช่มชื่นขึ้น

         ขณะนั่งพิมพ์บันทึกอยู่นี้ผมกำลังนั่งรถตู้ฝ่าความมืดและฝน เดินทางจากแม่สอดไปอุ้มผาง   สภาพของรถบอกว่ากำลังขึ้นเขา ที่หักคดเคึ้ยว มองนาฬิกาที่ iPad บอกเวลา ๒๐.๐๘ น.   เราออกเดินทางจากแม่สอดเวลา ๑๙.๑๕ น.  กะว่าจะถึงอุ้มผางเวลา ๕ ทุ่ม   ระยะทางจากแม่สอดไปอุ้มผาง ๑๗๐ ก.ม. เป็นทางขึ้นลงเขาคดเคี้ยวการเดินทางจึงใช้เวลามาก   ระหว่างทางมีฝูงวัวบนถนนเป็นระยะๆ

        ผมทดลองเดินทางกับ iPad ใช้ทั้งอ่านหนังสือและจดบันทึก   หลังจากซื้อ Thai keyboard จาก iappdev.com แล้วผมมีความสุขกับการใช้ iPad ในการจดบันทึกเป็นอย่างยิ่ง   แบตเตอรี่ที่ใช้ได้นานถึง ๑๐ ช.ม. ทำให้ iPad มีเสน่ห์อย่างยิ่ง

         ขากลับ เที่ยวบิน ๑๓.๐๐ น. วันที่ ๖ ก.ย. ผมไ ด้ข้อมูลจากแผ่นพับประชาสัมพันธ์บริษัทว่าค่าตั๋วเครื่องบิน ๒,๘๐๐ บาท ลดเหลือ ๒,๕๙๐ บาทต่อขา รวมไป-กลับค่าโดยสาร ๕,๑๘๐ บาท

          ผมได้ที่นั่ง 1A อย่างเดิม ทำให้ได้เห็นวิวที่ไม่ซ้ำขามา    ได้เห็นวิวเมืองแม่สอด และประจักษ์ว่าเราบินผ่านเขาเป็นทิวด่อกันไป   โดยที่ภูเขาเหล่านี้ไม่สูงมากนัก เดาว่าสูงไม่ถึง ๑,๐๐๐ เมตร

          ขากลับนี้เครื่องบินบินสูง ๓,๐๐๐ เมตร ทำให้เห็นทิวทัศน์ข้างล่างเล็กกว่าขาไป   ตามแนวแม่น้ำเห็นวัดเรียงราย สะท้อนสภาพสังคมไทยที่นิยมทำบุญสร้างวัด   มีอยู่ที่หนึ่งมีวัดอยู่ ๒ ฟากแม่น้ำใกล้ๆ กันถึง ๔ วัด

        เครื่องบินบินผ่านวัดธรรมกายซึ่งบริเวณใหญ่โตกว้างขวางมาก   เป็นวัดที่ไม่มีต้นไม้ มีแต่สิ่งก่อสร้างและลานใหญ่มหึมา

          แม้ขากลับจะสะบักสะบอมจากการนั่งรถตู้ไต่เขา ๔ ชั่วโมง ผมก็หลับไม่ลงจากภาพภูมิทัศน์เบื้องล่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน และฟ้าเป็นใจให้มองเห็นโดยไม่มีเมฆบดบัง

ผมได้เขียนบันทึกเรื่องการไปอุ้มผางไว้แล้ว ๒ บันทึก ที่นี่ และ ที่นี่  

 

 

วิจารณ์ พานิช

๕ ก.ย. ๕๓

 

        

ไม่เคยคิดมาก่อนว่าภูมิทัศน์ของเมืองไทยจะมีระบบถนนเช่นนี้

 

วัดชื่ออะไร ที่ไหน ไม่ทราบ มีพระพุทธรูปองค์ใหญ่มหึมา

 

แม่น้ำแยกเป็น ๒ สาย ไม่ทราบว่าเจ้าพระยา ท่าจีนหรือเปล่า

 

พื้นที่กลางน้ำสีมรกตสะดุดตา บ้านที่สร้างกลางน้ำเช่นนี้น่าจะอากาศดี

 

เหนืออำเภอแม่สอด

 

ที่ราบมีแม่น้ำคดเคี้ยว

 

สี่วัดสองฟากฝั่งแม่น้ำ

 

 เข้าใจว่าเป็นคลองรังสิต

หมายเลขบันทึก: 399806เขียนเมื่อ 30 กันยายน 2010 04:40 น. ()แก้ไขเมื่อ 6 กันยายน 2013 16:34 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (2)

อาจารย์ต้องลองนั่ง เครื่องบินนกแอร์เล็กๆจาก เชียงใหม่ไปปายบ้างครับ :)

  • โอ! ภาพสวย น่าตื่นตาตื่นใจครับ ตั้งแต่เกิดมา ไม่เคยนั่งเครื่องบินครับ(ฮาๆ)
  • ขอบคุณความรู้และภาพสวยๆครับท่านอ.หมอวิจารณ์
สงวนลิขสิทธิ์ © 2005-2021 บจก. ปิยะวัฒนา และผู้เขียนเนื้อหาทุกท่าน
ขอแนะนำ ClassStart ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี