มีอีเมลจากคุณรอน เขียนมาเพื่อชวนพูดคุย ระดมความคิดเป็นเบื้องต้นสำหรับกิจกรรมการขับเคลื่อนงานพัฒนาเมืองปาย โดยผ่านเวที "เสวนา" ที่คุณรอนมองว่า น่าจะเป็นพื้นที่ที่สร้างกระบวนการเรียนรู้ ในการมองภาพอนาคตของปายว่า เราจะอยู่รอดกันอย่างไร?
ที่ผมเขียนว่า เราจะอยู่รอดกันอย่างไร? ในตรงนี้ ผมมองว่า เราอาจต้องใช้ประโยคเเบบนี้ในการสื่อสารสังคมในขณะนี้ ด้วยความที่เราถูกลิดรอนสิทธิความเป็นเจ้าของบ้าน เจ้าของทรัพยากรที่กำลังถูกคุกคามจากหลายปัจจัย
เรียน อ.นพ.อุกฤษฎ์,อ.ผศ.ดวงใจ,อ.ผศ.จิตศักดิ์,อ.จตุพร,อ.นพ.สมาน,คุณณาตยา,อ.พรเทพ
ด้วยทางอำเภอปายจะจัดงาน 100 ปี อำเภอปาย ในปี 2554 นี้ โดยเริ่มงานตั้งแต่เดือนธันวาคม 2553 เป็นต้นไป และมอบหมายให้ผมจัดเวทีเสวนาในประเด็น "ย้อนรอยร้อยปีอำเภอปาย" โดยมีคณะกรรมการดำเนินการชุดหนึ่ง ซึ่งในความเห็นของผมไม่อยากให้คุยแค่เฉพาะในประเด็นประวัติศาสตร์ แต่อยากให้เข้าสู่ประเด็น การจะทำอย่างไร ให้อำเภอปายยังคงความเป็นปายด้วย ซึ่งเราเองคงปฏิเสธไม่ได้ว่าการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเป็นไปตามธรรมชาติ แต่คงต้องมาหารือในประเด็นว่าเราควรทำอย่างไรให้อำเภอปายยังคงเหลือความเป็นปายอยู่ ด้วยวัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิตจึงใคร่ขอความคิดเห็นท่านอาจารย์ทุกท่านให้ข้อเสนอแนะ ในการเตรียมการครับ
ขอบพระคุณครับรอน
----------------------------------------------------------------------------

"เมืองปายในอดีต(๑)"
จากมุมมองของผม ด้วยจิตสำนึกและจิตวิญญาณของคนปาย-คนบ้านเรานะครับ ที่เกิดที่นี่ ใช้ชีวิตตั้งแต่เล็กจนโต เราเฝ้ามองการเติบโตของปายมาโดยตลอด ถึงแม้ว่าปายจะโตแบบก้าวกระโดดมากไปกว่าที่คิดไว้และเป็นการเติบโตที่เราไม่มีแผนรองรับ หรือไม่มีวิธีคิดที่มอง Scenario ของปายว่าจะเป็นอย่างไร? แล้วชาวปายจะอยู่กันอย่างไร? ทำให้การเปลี่ยนแปลงของที่นี่เกิดผลกระทบต่อคนท้องถิ่นอย่างมากมาย

"เมืองปายในอดีต(๒)"
อาจต้องยอมรับกันว่า ภาคประชาสังคมเรา(หมายถึงปาย)ไม่เข้มแข็ง ทุนทางสังคมที่เรามีเราก็ไม่ได้ใช้ในการขับเคลื่อนการพัฒนาเท่าไหร่ เเละ กระแสทุน การเมือง รวมไปถึงธุรกิจส่วนตัวของคนนอก เป็นปัจจัยหลักๆที่ทำให้ปาย - ภาคประชาสังคมอ่อนแรงลงทุกวัน ผมไม่เห็นว่าจะมีใครลุกขึ้นมาเรียกร้องสิทธิโดยชอบธรรมของพวกเราจริงๆจังๆ
ผมมองว่า งาน ๑๐๐ ปีอำเภอปาย น่าจะเป็นเวทีสร้างกระบวนการเรียนรู้ ระดมพลังทางสังคมให้กับคนท้องถิ่น (หากเราสร้างกระบวนการเรียนรู้ที่ประณีต) และเวทีแบบนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นในการคิดกิจกรรมต่อเนื่องที่จะฟื้นฟูความเป็นเมืองปายได้บ้าง
โดยส่วนตัวหากมองเฉพาะ “เวทีการเสวนา” ก็คงคุยกันแล้วจบไปเป็นครั้งๆไปครับ อยากช่วยคิดในการออกแบบเวทีให้หลากหลาย มาระดมความคิด “การ-เป็น-อยู่ ของเมืองปาย” ว่าปายวันพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร? เราในฐานะประชาคมปายจะสร้างสรรค์พลังเพื่อบ้านเราได้อย่างไร?
รูปแบบเวทีเสวนา อาจใช้เป็นเวทีเรียนรู้ ทั้งนั่งเสวนา ระดมความคิด รวมไปถึงการออกแบบกระบวนการพัฒนาเพื่อตอบสนองปรากฏการณ์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้น
ผู้เข้าร่วมหลากหลาย สถานะ อาชีพ บทบาททางสังคม แต่จัดกลุ่มคนให้ดี เพื่อระดมความคิด เช่น กลุ่มหนุ่มสาวก็อาจมีเวทีเล็กๆระดมความคิดกัน ในขณะที่กลุ่มภาคการเมือง กลุ่มแม่บ้าน กลุ่มผู้สูงวัย แต่ละกลุ่มจะมีมุมมองที่แตกต่างกันและน่าสนใจโดยการมองปรากฏการณ์ผ่านประสบการณ์ของแต่ละกลุ่ม แต่มีจุดมุ่งว่า “เราจะช่วยกันอย่างไรให้ปายยังเป็นปาย” ในการระดมความคิดลักษณะนี้ต้องอาศัย ผู้อำนวยกระบวนการ(Facilitators) ที่มีทักษะทางด้านการจัดกระบวนการเรียนรู้ และต้องมีการเตรียมตัวกันเป็นทีมงานที่ดี ในการทำความเข้าใจภาพรวมของงานเสวนาว่า สุดท้ายเราต้องการผลลัพธ์อะไร? และเพื่อเคลื่อนงานอะไร?
เพื่อไขว้ประสบการณ์ และความคิดและ นำเสนอผลการระดมความคิดแต่ละกลุ่ม มีการนำเสนอต่อสาธารณะ โดยตัวแทนของกลุ่ม ตรงนี้อาจใช้รูปแบบของเวทีเสวนาได้...แต่ผู้ดำเนินรายการต้องช่วยคลี่คลายประเด็นให้เห็นในรายละเอียด “จากวิธีคิด สู่ การปฏิบัติการทางสังคม” และที่สำคัญเวทีนี้ผู้ใหญ่ และภาครัฐต้องมาร่วมกันรับฟังประเด็นเหล่านี้พร้อมกันไปด้วยครับ
และที่สำคัญต่อจากเวทีการเสวนาก็คือ “คณะทำงานเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองปาย” คงต้องรับสานต่องานนี้ รวมไปถึงการจัดเวทีเรียนรู้อย่างสม่ำเสมอ เพื่อกระตุ้นให้เกิดกิจกรรมการพัฒนาที่หลากหลายและเป็นกระบวนการพัฒนาที่เป็นนวัตกรรมใหม่ๆบูรณาการ สอดคล้องกับบริบทของคนปาย...คำตอบสุดท้ายอีกเรื่องก็คือ ต้องมี “เจ้าภาพ” ครับ
จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร
ศาลายา,มหิดล
๒๙/๐๙/๕๓
รูปภาพจาก : http://pai.sadoodta.com/travel.php?subaction=showfull&id=1224440648&archive=&start_from=&ucat=5
มาติดตามอ่านค่ะ ประเด็นนี้น่าสนใจ เพราะไปปายมาหลายครั้ง เห็นภาพบางอย่างที่ทำให้ปายเสื่อม ขอเอาใจช่วยและเป็นแนวร่วมในการรักษา วัฒนธรรมเมืองปายเจ้า
แหม..คำว่าปายเสื่อม กระทบใจผมมากๆครับ
ต้องขอโทษด้วยค่ะ คุณเอก
สนใจวิถีชีวิตของคนเมืองปายในอดีตคะ ชอบเมืองปายม๊ากมากคะ
ตามรูปที่แสดงถ่ายเมื่อ พ.ศ. ไหนคะ
พอมีบันทึกเขียนเรื่องเมืองปายในอดีตไหมคะ การเดินทางไปเมืองปายยากลำบากแค่ไหนคะ
ขอบคุณคะ
ไม่เป็นไรครับ ครูเอ ผมว่า คำว่า "เสื่อม" มันดูรุนเเรงไปหน่อยครับ
ก็ไม่ถึงกับเสื่อมหรอกครับ เพียงเเต่มีการเปลี่ยนแปลงที่เราควบคุมค่อนข้างยาก
เเละทางประชาสังคมเราก็ไม่เข้มเเข็งพอ
สวัสดีค่ะ
ขอบคุณครับ อ.ขจิต ครับ ใช่เลยครับ ผู้ที่จะช่วยกันก็คือ คนบ้านเรา หมายถึง "คนปาย" ที่จะช่วยกัน
คุณกิ่ง สามารถหาอ่านได้จาก internet ได้ครับ เพียงเเค่ search ก็เจอข้อมูลอย่างมหาศาลครับ
ขอบคุณครับ พี่ครูคิม
เพื่อเมืองไทยด้วยครับ เพราะเราเกิดมาในเมืองไทย... :)
ครูธนิตย์ครับ
ก็น่าจะเป็นเวทีที่สร้างเเรงบันดาลใจเวทีหนึ่ง เเต่ผมอยากให้เป็นเวทีที่ประณีตมากกว่าครับ มากกว่าคุยกันเเล้วจบ
หากไม่มีการสร้างกระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน ผมว่าน่าเสียดายครับ
ดูการเปลี่ยนแปลงของปายจากสื่อ..ก็คิดถึงเมืองอุดรเมื่อก่อนเหมือนกัน..มันเปลี่ยนแปลงไปมากเหลือเกิน..น่าเสียดาย..
คนปายไม่เข้มแข็งถูกยึดครองทั้งความคิด วัฒนธรรม ประเพณี
รวมไปถึงอำนาจในการจัดการหรือนำพา ตกไปอยู่ในมือของคนที่ไม่เข้าใจ
ตกอยู่ในมือของคนเห็นแก่ได้ เห็นแก่เงิน
คนที่คิดต่างคือคนแปลก
คนที่คิดไม่เหมือนกลายเป็นศัตรู
คนคิด คนทำ เหนื่อยจนบางครั้งท้อ
ถูกกล่าวหา ถูกโจมตี
การบูรณาการเข้ากับงานประจำ... หาคนเข้าใจน้อย
หลายคนมาร่วมเวทีบอกว่ามาก็ไม่เห็นเกิดอะไรขึ้น
ปล่อยตามยะถากรรมดีกว่า
ถือว่าเป็นเวรกรรมของ"ปาย"ก็แล้วกัน ครับ
บันทึกจากนักเดินทาง ผมเป็นคนหนึ่งที่เคยหยุดงาน ขับรถจาก กทม.เดินทางไปสัมผัสลมหนาวและสายหมอกของเมืองปายครั้งแรกของชีวิตเมื่อต้นเดือนมกราคมปี2552 แม้การเดินทางขับรถคนเดียวระยะทางไกลขึ้นลงเขาจะแสนลำบากมากต้องจอดรถนอนหลายปั๊มกว่าจะถึง แต่เวลานั้นก็มีความสุขมากเมื่อได้อยู่กับคนที่เรารักและบรรยากาศที่แสนสวยงามริมแม่น้ำปาย ยามเช้ามีสายหมอกลอยมาใกล้ๆ ยามค่ำคืนเดินชมตลาดนัดแวะกินอาหารร้านริมทาง ถึงจะมีคนบอกว่าไปทำไมปายเขาไม่ฮิตไปกันแล้ว แม้กาลเวลาจะทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างเปลี่ยนไป ภาพบรรยากาศสวยๆเก่าๆยังคงจำจดติดสายตามาจนทุกวันนี้แต่ผมก็จะกลับไปรำลึกความทรงจำดีๆอีกสักครั้ง