“เราจะไม่มีโอกาสเห็นความงดงามของเบื้องหลังเลย ถ้าหากไม่ได้หันกลับไปมอง ถึงแม้ชีวิตเราจะต้องเดินไปข้างหน้าก็จริง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าชีวิตจะเดินต่อไปโดยไม่หันหลังมองเบื้องหลังที่เดินจากมา”

       สายลมพัดผ่านแตะผิวกาย ฉันรู้สึกได้ถึงความสดชื่น อากาศยามเช้า เย็นสบาย มองเห็นต้นหญ้าไหวเอนเล่นล้อกับสายลมเบา ๆ  ให้ความรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก สูดหายใจเข้าปอดเพื่อเพิ่มความสดชื่นให้เต็มปอด พร้อมรับกับงานที่รออยู่ตรงหน้า อาชีพชาวสวนอย่างเรา ๆ อาทิตย์หนึ่งทำงาน  ๗ วัน  มีบางครั้งที่ลืมวันก็มี  “แต่ก็รู้สึกดีไปอีกแบบ เป็นเจ้านายตัวเอง” พอใจก็ทำ ไม่พอใจก็ไม่ทำ   เวลาช่างผ่านไปรวดเร็วเสียเหลือเกิน  นี่ก็เข้าฤดูเก็บเกี่ยวกาแฟอีกแล้วหรือ.....

       ชื่นชมกับบรรยาศดี ๆ ได้ไม่นานนัก ท้องฟ้าที่สดใสเริ่มมีก้อนเมฆมาบดบัง ท้องฟ้าครึ้มไปถนัดตา เป็นที่รู้กันว่าอีกไม่นานฝนก็จะตกแน่ ๆ แปลกมาก ๆ ธรรมชาติเปลี่ยนแปลงแทบตั้งตัวไม่ทัน สักครูใหญ่ ๆ สายฝนได้กระหน่ำลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา น้ำเริ่มล้นร่องคูบริเวณหน้าบ้าน เสียงกบ เสียงเขียด ร้องแข่งกันท่ามกลางสายฝน ดังขึ้นลงเป็นระยะ ๆ ธรรมชาติช่างสรรค์สร้างแต่สิ่งที่ดี ดี ให้กับมนุษย์…..

      เสียงปิดประตูรถหน้าบ้าน... ผู้เขียนคิดในใจว่าวันนี้มีแขกมาบ้านตั้งแต่เช้าเลย  

       ขอโทษนะค่ะไม่ทราบว่า บุษราอยู่บ้านหรือเปล่าค่ะ?

     “อยู่ครับ” อยู่หลังบ้าน คุณพ่อเป็นฝ่ายบอก เสียงสนทนาแว่วผ่านมาเป็นระยะ ๆ...

      ลูก มีใครมาหาลูกแน่ะ คุณแม่เดินมาบอก  “ใครมาหานะนึกสงสัยในใจ” พร้อมกับก้าวเดินออกไปหน้าที่บ้าน สิ่งที่เห็นอยู่เบื้องหน้าคืออาจารย์ทัศนีย์ และอาจารย์อัจฉรา  บุนนาค ผู้เขียนยกมือไหว้.....หลังจากพูดคุยกันได้สักพักใหญ่  ๆ อาจารย์ทัศนีย์ก็เริ่มคลายปมความสงสัยแก่ผู้เขียนกับการมาพบกันในวันนี้......

    “พอดีที่โรงเรียนบุนนาคคอมพิเตอร์จะขยายสาขา อยากให้บุษราไปสอนพิมพ์ดีด” ประโยคนี้ทำเอาผู้เขียนอึ้งไปนานทีเดียว หลังจากตั้งสติได้หันไปมองคนนั้นที คนนี้ที... สายตาทุกคู่ที่จับจ้องมาที่ตัวผู้เขียนเพื่อรอคำตอบ

       “หนูไม่มั่นใจในตัวเองว่าจะทำได้หรือเปล่าค่ะอาจารย์ เพราะหนูไม่ใช่เป็นคนเก่ง.... “

       ภาพความทรงจำยังคงติดตามมาทุกวันนี้ กว่าผู้เขียนจะผ่านการทดสอบ ต้องใช้เวลาในการสอบนานกว่าคนอื่น ๆ ใครจะเชื่อ ๓ ครั้งถึงจะผ่าน แล้วจะให้ผู้เขียนไปสอนคนอื่นได้อย่างไร?  

         ครูไม่ได้ต้องการคนเก่ง แต่ครูต้องการคนขยัน....และครูก็เชื่อว่าเธอต้องทำได้แน่ ๆ อาจารย์ทัศนีย์ กล่าวเสริม บรรยากาศยิ่งเงียบเข้าไปอีก แทบได้ยินเสียงลมหายใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะ...รอการตัดสินใจของตัวผู้เขียนเพียงคนเดียวเท่านั้น  

         “แล้วอาจารย์จะให้เริ่มสอนเมื่อไหร่ค่ะ” ผู้เขียนถามเบา ๆ ไม่กล้าสู้กับสายตาของอาจารย์ด้วยความที่   ไม่มั่นใจในตัวเอง.....

       “วันจันทร์หน้าค่ะ”   “ถ้าบุษราพร้อมเราจะไปกันเลย วันนี้ก็วันศุกร์แล้ว มีเวลาเตรียมตัว  ๒ วัน

        “โอกาสแบบนี้ไม่ได้มีบ่อย ๆ ใคร ๆ ก็ใฝ่ฝันอยากเป็นครูด้วยกันทั้งนั้น ลูกจะรู้ได้อย่างไรว่าลูกทำไม่ได้ ในเมื่อลูกยังไม่ได้ทดลองทำเลย ลูกคือคนที่อาจารย์เลือกแล้วน่าจะให้โอกาสตัวเองลองดูนะ” มือข้างขวาของคุณพ่อลูบที่ศีรษะเบา ๆ พร้อมสายตาที่ทอดมองมาเป็นการให้กำลังใจ คุณพ่อสนับสนุนเต็มที่สำหรับเรื่องนี้   ในเมื่อทุกคนลงความเห็นเป็นเสียงเอกฉันฑ์แล้ว...งานนี้ต้องยอมจำนนอย่างเดียวเท่านั้น

     อากาศยามเช้าบวกกับฝนที่ตกลงมาทำให้รู้สึกถึงความเย็นระเยือกแตะผิวกายจนรู้สึกได้ หากแต่ภายในใจนั้นรุ่มร้อน วิตกกังวลไปต่าง ๆ นา ๆ เสียงฟ้าร้อง ฟ้าแลบแปล๊บๆๆ เป็นระยะ ๆ สายฝนยังคงเทกระหน่ำลงมาอย่างไม่ขาดสาย เหมือนกับจะร่วมเป็นสักขีพยานและแสดงความยินดีในการไปปฏิบัติหน้าที่อันทรงเกียรติ....ในครั้งนี้ก็ว่าได้

         ๒ วันสำหรับการเตรียมความพร้อม โดยอาจารย์ทั้ง ๒ ท่าน ได้สอนเทคนิค และวิธีการสอนให้ กลางคืนผู้เขียนก็จะซ้อมมืออย่างหนัก พยายามสร้างความเชื่อมั่นให้ตัวเอง ก่อนที่จะสอนคนอื่น….ครั้งแรกสำหรับการสอนเริ่มต้นตั้งแต่วิธีการใช้เครื่อง , การดูแลรักษา และการเรียนรู้ตัวอักษรบนแป้นพิมพ์ การพิมพ์ดีดที่ถูกวิธี ท่านั่งที่สง่า เวลาพิมพ์นาน ๆ ก็จะไม่ปวดเมื่อย สายตาต้องจดจ้องที่ตัวหนังสือเท่านั้น ห้ามมองแป้นพิมพ์ แรก ๆ อาจจะทำใจยากสักหน่อย แต่ถ้าได้ซ้อมบ่อย ๆ จะเกิดเป็นความคุ้นชิน...และแล้วทุกอย่างก็ผ่านไปได้ด้วยดี เริ่มสนุกกับหน้าที่จำเป็น....จนลืมความกลัวว่าจะทำไม่ได้ไปเลยทีเดียว

       ช่วงที่สอนพิมพ์ดีด ผู้เขียนก็เรียน กศน.ม.ปลาย ที่วัดประสาทนิกรไปด้วย ระยะแรก ๆ ก็มีบ้างที่ใคร ๆ จะไม่ยอมรับ เพราะทุกคนจะทราบว่าผู้เขียนไม่ได้จบวิชาชีพครูมา แค่มีโอกาสได้เรียนพิมพ์ดีดและคอมพิวเตอร์เพื่อเทียบโอน ถ้าวันนั้นมีแต่คำยกย่อง คำชมเชย และคำชื่นชม พร้อมกับสายตาที่มองมาด้วยความเชื่อมั่น เชื่อเหลือเกินว่าผู้เขียนก็จะไม่คิดทำอะไรเพื่อเป็นการพัฒนาตัวเองอีกเลย เพราะคิดว่าสิ่งที่ตัวเองทำนั้นดีที่สุดแล้ว แต่สำหรับวันนี้แล้วยังนึกขอบคุณสำหรับคำดูหมิ่นดูแคลน...ขอบคุณสำหรับสายตาที่ถูกมองมาด้วยความไม่เชื่อมั่น ฯลฯ เพราะนั่นคือที่มาของแรงฮึดขึ้นสู้.... สักวันหนึ่งทุกคนจะต้องยอมรับ แต่ทั้งนี้ต้องอาศัยเวลาและความอดทนกว่าใคร ๆ ใบปริญญาไม่ใช่เป็นเครื่องการันตีว่าจะเป็นครูที่ดีได้ และจะสอนพิมพ์ดีดได้ดีที่สุด ผลลัพธ์ของความสำเร็จอยู่ที่เราจะถ่ายทอดอย่างไรให้นักศึกษารู้ เข้าใจ และสามารถนำไปปฏิบัติได้  ก็น่าจะเพียงพอแล้ว

        เกือบสองปีที่สั่งสมประสบการณ์ได้อะไรมากกว่าที่คิด เดินไปทางไหนมีแต่คนยกมือไหว้ คำนำหน้าสรรพนามก็ถูกเปลี่ยน “อาจารย์” ทุกครั้งที่ได้ยินหัวใจกลับพองโตมีความสุขกับการเป็นผู้ให้อย่างบอกไม่ถูก กับบททดสอบบทนี้ เด็ก กศน.คนนี้ทำสำเร็จแล้ว สมกับที่ได้อุทิศแรงกาย แรงใจ ที่มีทั้งหมด นักศึกษาที่เดินเข้ามาเรียนที่นี่ด้วยท่าทีไม่มั่นใจ แต่ตอนจบต้องเดินกลับออกไปอย่างสง่างาม...     

        โรงเรียนบุนนาคคอมพิวเตอร์เริ่มมีชื่อเสียงขึ้นเรื่อย ๆ จากปากต่อปากของนักศึกษานั่นเอง มีอยู่วันหนึ่งอาจารย์เรียกผู้เขียนไปพบ ถามสาระทุกข์สุขดิบทั่ว ๆ ไป แต่มีความอยู่ตอนหนึ่งที่ทำให้ผู้เขียนต้องเป็นกังวลขึ้นมาอีก ยุคนี้เป็นยุคโลกาภิวัตน์ คอมพิวเตอร์ เริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้น แทบทุกหน่วยงานได้นำคอมพิวเตอร์มาใช้ก็ว่าได้  “แล้วบุษราสนใจที่จะสอนคอมพิวเตอร์บ้างมั๊ย?   งานเข้าโดยไม่ได้ตั้งตัวอีกแล้ว.....

       “ลองดูก็ได้ค่ะอาจารย์” คราวนี้ไม่คิดจะปฏิเสธอีกแล้ว อยากจะพัฒนาตัวเองขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง สำหรับโปรแกรมที่สอน คือ โปรแกรมจุฬา, โปรแกรมเวิร์ดซึ่งเป็นโปรแกรมเบื้องต้น ส่วนโปรแกรมระดับสูงขึ้นไปอาจารย์จะสอนเอง กลางวันผู้เขียนก็จะสอน ส่วนกลางคืนผู้เขียนจะเป็นผู้เรียน ซึ่งอาจารย์ก็จะช่วยติวให้ผู้เขียนได้เรียนรู้ถึงวิธี และเทคนิคการสอนให้ทั้งหมด มีอะไรที่เป็นเทคนิคเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็จะบอกกล่าวกับผู้เขียนทั้งหมดเลยก็ว่าได้ ทำให้ผู้เขียนรู้สึกซาบซึ้งกับบุญคุณในครั้งนั้นอย่างไม่มีวันลืมเลือนได้เลย ช่วงแรก ๆ อาจารย์จะคอยติดตามความก้าวหน้าของการสอนทุก ๆ วัน พอช่วงหลัง ๆ ก็เริ่มปล่อยให้ผู้เขียนแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยตัวเอง

          มีอยู่วันหนึ่งเป็นวันที่อยู่ในความทรงจำของผู้เขียนมาโดยตลอด ได้มีหนังสือมาถึงอาจารย์ว่าที่โรงเรียนวัดประสาทนิกรที่ผู้เขียนเรียนอยู่ ณ.ขณะนั้น ประสงค์จะเรียนคอมพิวเตอร์เบื้องต้น ด้วยกัน ๒ รุ่น พอผู้เขียนทราบข่าวเท่านั้น ก็รีบไปปรึกษากับอาจารย์ว่าขออนุญาตไม่สอนคอร์ดนี้  เพราะผู้เขียนไม่มั่นใจที่จะต้องสอนอาจารย์ตัวเอง...แล้วลางสังหรณ์ก็เป็นจริง อาจารย์ที่จะมาเรียนขอให้อาจารย์ใหญ่สอนแทน ซึ่งผู้เขียนก็ทราบตั้งแต่ต้น  ไม่ได้นึกน้อยใจอะไร.... และแอบดีใจได้ไม่นาน......

        “บุษราเตรียมตัวสอนอาจารย์รุ่นที่ ๒” เพราะอาจารย์ท่านขอให้บุษราสอนเอง แล้ววันนั้นก็มาถึงจนได้ นึกถึงทีไรทุกวันนี้ยังคงตื่นเต้นอยู่เลยค่ะ กับประโยคแรกที่อาจารย์พูดกับลูกศิษย์คนนี้ ทำหน้าที่ของตัวเองที่ให้ดีที่สุด ไม่ต้องสนใจกับสายตาของใคร ๆ  ครูจะให้โอกาสลูกศิษย์ของตัวเองผิดด้วยหรือ...รู้มั๊ย...ครูกลับภูมิใจในตัวเธอมากกว่าและสิ่งสำคัญครูไม่เคยผิดหวังในตัวเธอเลยนะ....บุษรา เริ่มเหมือนมีก้อนอะไรมาจุกที่คอ ดวงตาทั้งสองข้างของผู้เขียนเริ่มร้อนผ่าวน้ำใส ๆ  ไหลรินออกจากดวงตาทั้งสองข้าง น้ำตาเจ้ากรรมไหลออกมาเพราะความปลื้มปิติ...กับสิ่งที่ผู้เขียนไม่เคยคาดหวังว่าจะได้ยินจากปากของอาจารย์ที่ผู้เขียนนับถือมาก ๆ ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาผู้เขียนมีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น บุษราขอสัญญาว่าจะทำหน้าที่ “ครูจำเป็น” ให้ดีที่สุดค่ะ

        ...๙๑๓ วัน กับการเป็น ครู...“เราจะไม่มีโอกาสเห็นความงดงามของเบื้องหลังเลย ถ้าหากไม่ได้หันกลับไปมอง ถึงแม้ชีวิตเราจะต้องเดินไปข้างหน้าก็จริง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าชีวิตจะเดินต่อไปโดยไม่หันหลังมองเบื้องหลังที่เดินจากมา” ณ.โอกาสนี้ ขอขอบพระคุณอาจารย์ที่โรงเรียนบุนนาคคอมพิวเตอร์ และอาจารย์อีกหลาย ๆ ท่านที่ได้สั่งสอน ชี้แนะ ให้โอกาส และคอยหยิบยื่นสิ่งดี ๆ ให้ ถ้าไม่มีวันนั้น บุษราคงไม่มีวันนี้เช่นกัน