เมื่อพบลองทบทวนความผิดพลาดของกระบวนการทำงานที่ผ่านมาในหลายๆระดับ และหลายๆกรณีของการทำงาน
ผมได้พบว่าประเด็นผิดพลาดที่สำคัญก็คือ
- ผมมีความรู้ไม่ครบถ้วนพอ แม้ได้พยายามพึ่งพาคนอื่นที่มีความรู้มากที่สุดแล้ว ก็ยังไม่พอ ทำให้การทำงานไม่บรรลุเป้าหมายที่วางไว้ และ
- การทำงานกับคนที่ความรู้ไม่พอ แต่กลับมีความคิดว่าตัวเองมีความรู้ความสามารถพอ
ที่สรุปโดยรวมว่า “ความรู้ไม่พอใช้” นั่นเอง
ในส่วนของผมทีพยายามแก้ไขพัฒนาตัวเอง ผมก็พยายามคบคนที่แสดงตัวว่า มีความรู้ความสามารถ เพื่อ “เติมเต็ม” ให้กับความเข้มแข็งของทีมงาน
แต่สิ่งที่ผมพบประจำ และบ่อยมากก็คือ
คนที่อ้างว่ามีความรู้ และความสามารถนั้น ไล่เลียงไปมาแล้วก็
- รู้บ้าง รู้ไม่พอ รู้ไม่ตรง รู้ไม่จริง และ
- แม้จะรู้แต่ทำไม่ได้ ทำไม่เป็น หรือไม่อยากทำ
- มีวัตถุประสงค์ซ่อนเร้นอื่นๆที่จะไม่ใช้ความรู้ และความสามารถ ที่มีอยู่ของตนเอง
ลักษณะเช่นนี้ ผมเทียบเคียงไปแล้วก็พบว่าใกล้เคียงกับสำนวนไทย
“อย่าคบเด็กสร้างบ้าน”
ที่ผมได้ยินมานาน แต่ก่อนผมก็คิดว่า “ใครจะโง่ขนาดไปทำเช่นนั้น”
แต่เมื่อมาทำงานแล้วไม่ประสพผลตามที่คาดไว้ จึงพบว่าเป็นการ “คบเด็ก” จริงๆ
เพราะคนเหล่านั้น มีพฤติกรรมคล้าย “เด็ก” มากๆ ทั้งที่อายุก็ไม่ใช่เด็ก
หรือที่เขาว่า “อายุเป็นเพียงตัวเลข” และ “คนเสมอต้นเสมอปลาย” ก็นำมาใช้ในกรณีนี้ได้ด้วย
โดย ตีความหมายได้ว่า
- “อายุเป็นเพียงตัวเลข” คือ อายุเท่าไหร่ก็ไม่สำคัญ ก็ยังมีพฤติกรรมแบบ "เด็ก" ที่ไม่ค่อยรู้จักตัวเอง
- “คนเสมอต้นเสมอปลาย” คือ เกิดมานานเท่าไหร่ ระดับความรู้ความสามารถก็ยังเหมือนตอนเด็กๆ
ผมจึงลองพยายามเขียนชี้นำให้คนที่สนใจในการพัฒนาตัวเอง ได้มีเกณฑ์ในการพิจารณาสถานะและแนวทางการพัฒนาความรู้ความสามารถของตนเองให้พร้อมที่จะเพิ่ม “คุณค่า” ให้กับชีวิตของตนเอง ด้วยการ “ทำงาน” ที่มีประโยชน์ ทั้งต่อตนเอง ต่อครอบครัว และต่อสังคม
ในส่วนของผมเอง ผมมักใช้หลักการนี้ในการระมัดระวังการทำงานของตัวเอง การหาทีมงานและมอบหมายงาน ตามระดับความรับผิดชอบให้กับคนที่มีความรู้ ความสามารถให้ตรงกับกรอบงาน
โดยระมัดระวังที่จะไม่ “คบเด็กสร้างบ้าน”
แม้จะต้องคบบ้าง ก็จะระวังมากขึ้น
ไม่งั้นการทำงานก็จะ “ไม่ได้งาน” สักที
หวังว่าแนวคิดนี้จะช่วยให้ทุกท่านได้พัฒนาการทำงานต่างๆ ให้มีข้อผิดพลาดและอุปสรรคน้อยลง
ขอให้ทุกท่านโชคดี ไม่ต้อง “คบเด็ก” สร้างบ้าน ครับ
สวัสดีครับ...
ผมเห็นด้วยนะครับอาจารย์ว่า อายุก็ไม่ได้บอกความคิดที่มีพลัง เข้มข้นมากขึ้นตามอายุ ดังนั้นเมื่อตรวจสอบความคิดเเล้ว เราก็ต้องหยุดคิดสักครู่ว่าจะเข้าถึงเข้าอย่างไร?
หากคิดแบบเต็มแก้ว ไม่มีที่เหลือพอให้น้ำใหม่ไหลเข้า ก็ยากอยู่
เเต่คิดเเล้วยังเปิดใจรับความรู้ใหม่ๆได้ ผมว่ายังมีกำลังใจที่จะเรียนรู้ร่วมกันต่อ
------------------------------------------------------------------------
หากคบเด็กสร้างบ้าน งานไม่ไปถึงไหน กระบวนการก็ซวนเซ เสียใจ เสียเพื่อน เสียอารมณ์ครับ
แก้ไข :
เราต้องหยุดคิดสักครู่ว่าจะเข้าถึงเข้าได้อย่างไร?
เราต้องอยุดคิดสักครู่ว่าจะเข้าถึงเขาได้อย่างไร?
สวัสดีครับอาจารย์
แหะ แหะ สงสัยต้องเลิกสร้างบ้านแล้วครับ
ด้วยไม่มีใครคบด้วย...
อ้าว... ผมต้องสร้างบ้านคนเดียวหรือครับ
แต่...เอ๊ะ หรือว่าผมเป็นเด็กจนไม่มีใครคบ อิอิ
ขอบคุณมากค่ะ ดร.แสวง สำหรับสำนวนคบเด็กสร้างบ้าน แต่ดิฉันว่ายังดีกว่า คบพวกหน้าไหว้หลังหลอกในปัจจุบันนี้ที่มีอยู่เยอะแยะมากมายในสังคมเดี่ยวนี้นะค่ะ
ผมว่าแย่พอๆกันครับ แต่เด็กดูหลอกแบบบริสุทธิ์กว่าเท่านั้นครับ
แต่ผลก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่ครับ
มุมมองของผมเห็นแง่บวกของคำว่า "คบเด็กสร้างบ้าน" ครับ ขึ้นอยู่กับว่า เราจะเอาอะไรเป็นตัวตั้ง
ในมุมมองนี้ "เด็ก" ก็จะหมายถึง คนที่ความรู้ไม่พอ (แต่กลับมีความคิดว่าตัวเองมีความรู้ความสามารถพอ) / คนที่เกิดมานานแล้ว (แต่ระดับความรู้ความสามารถยังเหมือนตอนเด็ก ๆ) และเด็กที่อ่อนเยาว์ ขาดทั้งความรู้และประสบการณ์
การ "คบเด็กสร้างบ้าน" จึงเป็นเรื่องที่สวยงาม มีคุณค่าและความหมาย โดยเฉพาะคุณค่าของความเป็น "ครูเพื่อศิษย์"
ผมว่าถ้าใช้การเรียนรู้เป็นบ้าน
คนที่สนใจเรียนก็ไม่ใช่ "เด็ก"
แต่ "เด็ก" กลับเป็นคนที่ไม่สนใจเรียนแทนครับ
ก็ไม่ควรคบเหมือนกันครับ
เพราะจะเหนื่อยมาก ได้ไม่คุ้มเสียครับ