ย้อนอดีต

จากจุดเริ่มต้นในปี 2545 ที่ทีมเราเริ่มให้ยาแก่เด็กมีเชื้อ HIV 8 คนแรก จนปัจจุบันที่ได้เริ่มยาต้านให้ผู้ป่วยเด็ก มากกว่า 300 คนแล้ว    2 ปีที่ผ่านมาทีมได้ขยายความรู้ประสบการณ์ที่มีค่านี้  สร้างและสนับสนุนทีมใหม่ให้เกิดขึ้นที่รพ ชุมชนปีละ 8 ทีม โดยการช่วยเหลือจาก ศูนย์ความร่วมมือ ไทย สหรํฐ สสจ เชียงราย รพ เชียงราย มูลนิธิแอกเซสและเครือข่ายผู้มีเชื้อเอดส์

ปัจจุบัน

ตอนนี้เด็กๆ ของเราที่กินยาเกิน 6 เดือนมีสิทธิที่จะไปรับยาต้านที่รพใกล้บ้าน ใกล้ใจแล้วทั้ง 16 โรง (ไชโย) เด็กๆ ขอเลือกรับยาที่ใกล้บ้าน ประมาณ 80 คนแล้ว (ไชโยอีกครั้ง-เสียงเด็กและผู้ดูแลค่ะ)

 สิ่งที่จะต้องช่วยให้งานรักษาเด็กที่ทีมรพชุมชน 16 แห่งได้ผลและคนปฏิบัติเป็นสุข ทั้ง เด็ก ผู้ดูแล ทีมรพและทีมเยี่ยมบ้าน(เครือข่ายผู้มีเชื้อ ) ข้อหนึ่งคือ ต้องพยายามให้ทีมเกิดความรู้และทักษะให้เร็วที่สุด ให้เพียงพอกับการดูแลโรคใหม่ที่ความรู้ส่วนมากยังอยู่ในงานวิจัย คือจัดประชุม ลปรรในระหว่างทีมผู้ดูแลรักษาอีกครั้ง(ครั้งแรก กค 48)

ทีมจัดประชุมวางแผนกันคุยกันมาเป็นเดือน เตรียมการกันเข้มข้น 2 อาทิตย์ และทำงานหัวฟู  2-3 วันก่อนวันจริง แต่ผลงานที่ออกมาคุ้มหายเหนื่อยเลยค่ะ

ผู้เข้าประชุมของเรามาจาก 16 รพชุมชน และ 1 รพศุนย์ โดยมีทั้งแพทย์ พยาบาล เภสัชกร องค์กรเอกชน และเครือข่ายผู้ติดเชื้อ แห่งละ 4 คน

มีปัญหาชุลมุนมากมายที่เราต้องแก้ด่วนแต่เช้า แต่ที่มันที่สุดคือการจัดโต๊ะ ใหม่หมด จัดให้ทุกคนได้หันหน้าเข้ากล่ม และเวที่ในเวลาเดียวกัน ที่ทำเอากรรมการและวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิต้องมาช่วยยกโต๊ะยกเก้าอี้กับเราด้วย

วันแรก ครึ่งเช้าเราขอตัวอย่างผู้ป่วยจากรพ ชุมชนที่เราส่งผู้ป่วยไปในปีก่อน 5 ราย มาทบทวนด้วยกันเน้นปัญหาทางคลินิก โดยทุกคนในห้องช่วยกันมองให้คลุมประเด็นให้กว้างทั้งเชิงวิชาการ เชิงความสำเร็จและเชิงคุณภาพ   วิทยากรมี อ พญเยาวลักษณ์ อนพจุลพงศ์จาก รพศ เชียงราย และอ ธันยวีร์จาก เชียงใหม่ โดยมีหมอ รวิวรรณ เป็นคุณอำนวย(moderator  and faclilitator)

 ขอบคุณผู้คนที่ตอนแรกดูงงๆและแปลกหน้า  พอโดนกระตุ้นก็เริ่มตอบ เริ่มถาม ร่วมมือ เริ่ม พูด และให้ความเห็นมากขึ้น เกิดความมันและต่อเนื่องในการเรียนรู้ผู้ป่วย จนเราเสนอได้เพียง 3 รายไม่สามารถเสนอครบทั้ง 5 รายที่เตรียมไว้ได้  ผู้ป่วยเรา 3 คน ปัญหา เพียบ

ตัวอย่างปัญหา

ปัญหาการเลือกสูตรยาในเด็กแต่ละคน

1 เด็กวัยรุ่นที่อยากรักษาหลังทุบกระปุกออมสินเพื่อไปเจาะเลือดเมื่อพบว่ามีเชื้อก็ตั้งใจเริ่มยาต้านไวรัสเต็มที่  เมื่อมีการเปลี่ยนผู้ดูแล เกิดปัญหาการกินยาไม่สม่ำเสมอทันที

2 ปัญหาโรคแทรกซ้อน 4-5 โรคที่รุนแรงมากในช่วงเริ่มจากเด็กรพแม่สาย ซึ่งคุณหมอภาวิณีผู้ดูแลได้รับคำชมมาก ว่าเธออึด และมีกำลังใจดี อดทนจริงๆ

3 ปัญหาแฝดน้อง ที่ซับซ้อนมากมาย ทั้งติดวัณโรค เป็นปอดบวม เลี้ยงไม่โต นอนรพซ้ำๆ คุณแม่ป่วยหนัก คุณพ่อเริ่มป่วย คุณแม่หมดหวังในชีวิตไม่อยากเริ่มยาต้านเพราะแฝดพี่ก็ตายไปแล้ว     แต่พอคุณแม่คุณพ่อได้เตรียมความพร้อม และตัดสินใจรักษา เอาไงเอากันวะ น้องก็ดีมากขึ้นเรื่อยๆ หลังให้ยาต้าน11 เดือน แข็งแรงขึ้นมากคุณแม่อยากไปรับยารพแม่ลาว ตอนนี้รับยาที่แม่ลาวได้ 1 ปี 3เดือนแล้ว น้องกุ้งพยาบาลแม่ลาวซึ่งขมวดคิ้วแสดงความกังวลใจมากตอนมารับเด็ก ตอนนี้ยิ้มแย้มและบอกเราว่าไม่มีปัญหาค่ะ ผู้ป่วยเป็นเหมือนครูอาจารย์ที่ทำให้เราได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆตลอดเวลา

ครึ่งบ่ายยกประเด็นเด็กที่มีปัญหาทางใจ 3 ราย

1 ปัญหาการไม่ไว้วางใจกัน ,การปิดบังข้อมูลในครอบครัว และเพื่อนๆไม่ชอบ ใน น้องเอ 15 ปี

2 น้องบี เด็กวัยรุ่นและวิถีชีวิตทางเพศ ที่มี crisis ของชีวิตเป็นระยะๆ

3ด.ญ. เก๋  Non Adherence  ในเด็กหญิง 9  ปี  เปลี่ยนผู้ดูแล    ผู้ดูแล ยายอายุมาก  ผู้ดูแล ลุงเมาเหล้า น้องเก๋รักลุง ไม่นอนกับยาย ไปนอนกับลุง และอยู่ในวงเหล้ากับลุง 

  
    มหัศจรรย์มีจริงก็ตอนนี้ละค่ะ หมดเวลาเสียแล้ว โปรดติดตามตอนต่อไปค่ะ