ผมตื่นมาตีสามกว่าๆ กะว่าจะเข้าไปสำรวจ ดูแลงานขีดเขียนของนักศึกษาที่ไปสอนมาเมื่อสัปดาห์ก่อน และเข้าไปทักทาย บอกกล่าวเรื่องที่น่าจะเติมเต็มให้กัน ก่อนที่จะขับรถออกจากบ้านในระยะทางประมาณ 70 กม. เพื่อไปสอนนักศึกษาอีกกลุ่มหนึ่งในวันนี้ แต่แล้วก็มีอันให้ต้องสะดุดหยุดลง ไม่ได้ทำตามที่ตั้งใจเนื่องจากไปเจอบันทึกใน Blog ของนักศึกษาท่านหนึ่งซึ่ง มีอาชีพเป็นครู และเรียนจบจากสถาบันชื่อดังจาก กทม.เสียด้วย เขากระทำการอันกระทบกระเทือนจิตใจผมค่อนข้างมากทีเดียวครับ ที่รู้สึกมากกว่าปกตินั้นเพราะเขาไม่ใช่นักศึกษาธรรมดา แต่เป็น ครู ที่มาเรียนต่อในหลักสูตร ป.บัณฑิตวิชาชีพครู ครับ
ผมไม่มีเจตนาร้ายต่อตัวลูกศิษย์ มีความรัก เมตตา ปรารถนาดีให้เต็มเปี่ยมเสมอครับ ไม่เช่นนั้นคงไม่ทรมานสังขารตัวเองขับรถและเดินทางไกลๆไปสอนทั้งที่สุราษฎร์ ชุมพร และกระบี่โดยไม่เคยถามถึงค่าตอบแทนหรอกครับ
สิ่งที่จะบอกกล่าวในบันทึกนี้ที่จะว่ากันต่อไปนั้น ผมทำไปด้วยเจตนา ชี้ทางสว่าง หรืออีกนัยหนึ่งคือการพยายามดึงคนที่ผมรักออกมาเสียให้ไกลๆจากปากเหวแห่งความเสื่อมเท่านั้นครับ จึงจะไม่อ้างอิงชื่อบุคคล หรือนำเสนอสาระละเอียดของสิ่งที่พบ แม้จะบันทึกหลักฐานทั้งหมดไว้แล้วก็ตาม เพราะเราอยากสร้าง ไม่ได้อยากทำลายครับ
ทุกตัวอักษรในบันทึกที่ผมพบ เมื่อตรวจสอบดูแล้วปรากฏว่า เป็นการไป Copy เอาสิ่งที่บุคคลอื่นเขียนแสดงความรู้และประสบการณ์ไว้ใน Web board แห่งหนึ่งครับ โดยเอามาลงเสมือนว่าเป็นเรื่องของตัวเอง และไม่มีการอ้างอิงใดๆ และเมื่อติดตามต่อไปก็ได้พบอาการเดียวกันอีกในบันทึกอื่นของเขา ที่ผมผิดหวังก็เพราะเราได้ใช้เวลาพูดคุยกันไม่น้อยถึงสิ่งพึงปฏิบัติ และละเว้น ใน "การประยุกต์ใช้ ICT เพื่อสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ และจัดการความรู้" ตามหัวข้อที่ผมเสนอไว้ ผมได้ชี้เหตุแห่งความเจริญและความเสื่อมไว้อย่างชัดเจน แต่แล้วมันก็ยังไม่มีพลังพอที่จะเอาชนะอะไรบางอย่างได้
อะไรบางอย่างได้แก่อะไรบ้าง ผมมานึกๆดูแล้วน่าจะมีหลายรายการ
- ความมักง่าย อยากได้รับผล แต่ไม่อยากออกแรงสร้างเหตุเพื่อผลอันนั้น จึงหาทางลัด และกลโกงเท่าที่จะทำได้เพื่อให้เกิดความสำเร็จ
- ความเคยชินกับความสำเร็จปลอมๆ ที่ระบบการศึกษามอบให้ อันนี้หมายถึงระบบการประเมินที่หละหลวม ที่ทำให้คนลอกเก่ง เลียนเก่ง Copy เก่ง กลายเป็นคนได้เกรดดีๆ แถมมีเกียรตินิยมมาอวดชาวบ้านได้อีกด้วย
- การหลงผิดคิดว่าคะแนนคือเป้าหมายสูงสุดของการเรียน ข้อนี้นับว่าเป็นโรคร้ายที่ไม่ค่อยเห็นใครคิดเยียวยารักษา
จากสิ่งที่พบทำให้ผมรู้สึกว่าจะต้องปรับปรุงคำบอกกล่าวที่ไปทักทายนักศึกษาในบันทึกแรกๆของพวกเขาเสียแล้ว และผมก็ได้ปรุงขึ้นมาชุดหนึ่งดังนี้
"
สวัสดีครับ
■ มายินดีต้อนรับสู่โลกแห่งการเรียนรู้ นามย่อว่า G2K ครับ
■ พื้นที่ตรงนี้จะมีพลัง บันดาลอะไรได้มากมาย หากเราตั้งใจและใช้มันอย่างถูกต้อง ไม่เชื่อให้ลองติดตามอ่านเรื่องที่ชอบ ตามแนวทางที่สนใจของใครต่อใครดูได้ครับ
■ การไปทักทาย ต่อยอดความรู้ความคิดกับ "ญาติๆ" เหล่านั้นด้วย มิตรภาพอยู่สม่ำเสมอ ก็จะยิ่งทำให้เครือข่ายเหนียวแน่นและขยายวงกว้างยิ่งขึ้น
■ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ก็จะยิ่งขยายวงกว้างออกไปไม่สิ้นสุดครับ
■ สิ่งสำคัญที่สุดคือ ความสุจริต ความจริงใจและให้เกียรติผู้อื่น เช่นมีการอ้างอิงเสมอเมื่อนำข้อมูลจากแหล่งใดมาเผยแพร่
■ เราต้องจะไม่ "ชุบมือเปิบ" เช่นไปยกข้อความอันเป็นความคิดเห็นหรือข้อเขียนของผู้อื่นมาเป็นของเราเป็นอันขาด เพราะตัวอย่างของความเสื่อมเพราะเรื่องแบบนี้มีมาหลายรายแล้วครับ
■ พึงระลึกไว้เสมอว่า ในโลกอินเตอร์เน็ต เก็บความลับได้ยากครับ "
เมื่อพูดถึงเรื่องคะแนน ผมรู้สึกไม่สบายใจทุกครั้งที่นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา มาถามว่าทำอย่างไรถึงจะได้คะแนนดีๆ และบ่อยครั้งมากที่เห็นเขากุลีกุจอกันทำงานเพื่อส่งอาจารย์แบบทุ่มเทกำลังกายใจและทุนทรัพย์ชนิดไม่อั้น เพียงเพื่อ เข็นอะไรบางอย่างที่จะต้องดูดี เข้าตากรรมการ และให้เสร็จทันเวลาที่กำหนด แล้วความสุขสูงสุดก็คือการได้รู้ว่าได้คะแนนมากๆหรือ ได้เกรดดีๆ .. ส่วนได้เรียนรู้อะไร มีประโยชน์ มีคุณค่าต่อชีวิตอย่างไรนั้น มักไม่มีใครถามถึง เพราะได้ถึงเป้าหมายสูงสุดของการเรียนไปแล้ว คือ คะแนน หรือ เกรด นั่นเอง
ช่วยกันหน่อยเถอะครับ คนละไม้คนละมือ อย่าให้ "คะแนน" ต้องกลายเป็น "มารร้ายของการเรียนรู้" เลย สักวันหนึ่งเราอาจช่วยให้นักศึกษาเขาปลดแอกอันหนักอึ้ง และสร้างทุกข์มาให้เขายาวนานได้เสียที เขาจะได้เรียนเพื่อเข้าถึงความรู้และจัดการอย่างเหมาะสมจนเป็นความรู้ที่สามารถใช้แก้ปัญหาในชีวิตและการงานได้ ไม่ใช่ไล่คว้าความว่างเปล่าแห่งตัวเลขคือคะแนนอย่างเช่นที่เป็นมา
สวัสดีค่ะ
ขออภัยค่ะ
การแอบลอกเลียนโยเจ้าของเขาไม่อนุญาต การแอบลอกเลียนโดยเจ้าของเขาไม่อนุญาต
อาจเป็นเพราะเดี๋ยวนี้คนเราชอบบริโภคความรู้สำเร็จรูป
ประเภท Canned Knowledge !
อะไรคว้ามาได้ง่ายๆ ก็รีบฉวยไม่ต้องคำนึงถึงเรื่องอื่น
ไม่ต้องดูไกลหรอกครับ..ใน G2K นี่ก็ทำเป็น Case study ได้..
G2K ก็เหมือน Knowledge Pool ...เสียแต่ว่า...
มันเป็นบ่อสำหรับคนที่รู้ คิดว่ารู้ หรือแม้แต่ลอกความรู้ มาโยนลงไป
แต่มีน้อยมากครับที่จะมาตักความรู้เหล่านี้ไปใช้
สังเกตุได้ง่ายๆครับ....
...มีแต่คน Post แต่หาคนอ่าน คน comment แทบไม่ได้เลย !
สวัสดีคะ...
ที่เป็นแบบนี่ก็น่าจะมาจากสังคมเปลี่ยนไป....ที่เน้นการยอมรับบุคคลจากผลการเรียน
ระดับการศึกษา.....สถาบันการศึกษาที่จบ
..มากกว่าความรู้ ความเข้าใจที่มีในตัวบุคคล
..จึงทำให้นักเรียน.นักศึกษา..สนใจคะแนน...ระดับเกรดเฉลี่ยที่ได้รับ
มากกว่าความรู้หรือประสบการณ์ที่ผู้สอนถ่ายทอดให้..จึงได้ทำทุกวิถีทางที่ให้งานตัวเองออกมาดี
โดยไม่ได้คิดถึงความถูกต้องค่ะ
อาจารย์สบายดีนะครับ ;)...
ในกระบวนการสอน ณ ปัจจุบันของผมก็สอดแทรกเรื่อง "การไม่รู้จักให้เกียรติมันสมองของคนอื่น" อยู่เป็นระยะครับในทุกใบงานที่กำหนด
"คะแนน" เป็นเพียงเป้าหมาย แต่ไม่ได้หมายความว่า คนที่ได้คะแนนเยอะจะเป็นคนดี และไม่ใช่หมายความว่า คนที่เรียนวิชานี้ได้คะแนนดี จะเป็นคนดีหรือได้คะแนนดีในวิชาอื่น
ผมมักจะสอนเรื่อง "การส่งกระดาษคำตอบเปล่า" คือ ถ้าคุณทำข้อสอบไม่ได้ คุณก็ต้องยอมรับว่า คุณก็ไม่สมควรจะได้รับคะแนนอะไรไป ให้แสดงความนับถือตนเองและยอมรับความเป็นจริง โดยการส่งกระดาษเปล่าดีกว่าที่จะพยายามสอดส่ายสายตาในการลอกเพื่อนที่อยู่ข้าง ๆ หรือ คิดกระทำทุจริตมากกว่านั้น
ผมมักจะเลือก "ขุดบ่อล่อปลา" ให้งานที่นักศึกษามีโอกาสคัดลอกมาได้ แล้วหลังจากตรวจพบก็จะแจ้งให้ทราบในห้องทันที พร้อมกับบอกว่า "ไม่ถามว่าใครคือต้นฉบับ ใครคือคนลอก แต่ทั้งสองคนไม่ได้รับคะแนนทั้งคู่"
ทำให้งานต่อ ๆ มา เด็กเริ่มเข้าใจมากขึ้น
เมื่อเด็กเห็นผลสำเร็จของงานด้วยตัวของเขาเอง เขาจะเปลี่ยนนิสัยการเป็นคนขี้โกงให้น้อยลง หรือเลิกไปเลย
ผมทำได้แค่นี้ครับ เพื่อสังคมที่ดีขึ้น
บันทึกนี้มีคุณค่าสำหรับครูอย่างผมครับ ;)
เรียน ท่านพี่ นำภาพตอนหกโมงเช้ามาฝากครับ
สวัสดีค่ะอาจารย์ ปัจจุบันนี้นักศึกษาแต่ละคนล้วนแต่จะมุ่งเอาแต่คะแนน และเกรดดีๆ ไม่ได้มุ่งที่จะรับความรู้จากอาจารย์เลยค่ะ
อ.แฮนดี้เอ้ย ไม้แก่ดัดยาก เราปล่อยปละละเลยจนเป็นเรื่องที่น่าละอายที่สุด มันควรจะต้องยกเครื่อง สอนกันตั้งแต่ชั้นอนุบาล เรื่องเคารพตัวเอง และการให้เกียรติผู้อื่น อะไรที่ไม่ใช่ของเราไปหยิบยืมมาใช้จากที่ไหนก็ควรขอนุญาตเจ้าของ พ่อแม่สอนไว้...อิอิอิ ถ้าครูเขาลืมสอน เห็นมามากต่อมากแล้ว เจอกับตัวเองเรื่องที่เราเขียนรูปของเรา ส่งต่อๆ กันมาให้เราเฉย...55555 อนิจจังอนิจจา ระดับผู้ทรงปัญญา(นิ่ม)เขาทำกันได้
สวัสดีค่ะอาจารย์
ผมก็มีความคิดคล้าย ๆ กับอาจารย์เลยครับ ขอบคุณที่ช่วยย้ำเตือนความคิดนี้ก่อนที่จะตัดเกรดนักศึกษา
จึงอยากเรียนถามอาจารย์ว่า หากการตัดเกรดนั้น จะยึดความประพฤติ จริยธรรมเป็นหลักด้วย จะดีมั้ยครับ
เช่น นักศึกษาคนที่เรียนอ่อน ทำผลงานได้น้อย แต่มีความตั้งใจสูง ความประพฤติดี ก็จะเทคะแนนจริยธรรมให้มากกว่าเกณฑ์
ส่วนนักศึกษาอื่น ๆ ก็ให้คะแนนตามเกณฑ์ปกติ มุ่งเน้นการให้พิเศษสำหรับผู้ปฏิบัติดี
ที่ผมปฏิบัติอยู่คือการ "บริหารคะแนน"
แยกคะแนนออกมาเป็นชิ้นเล็กๆ
แล้วบอกเกณฑ์การได้คะแนนแต่ละชิ้น
ที่ทำให้เกิดความเข้าใจในเบื้องต้น และการสร้างผลงานที่ตรงกับเกณฑ์ในขั้นถัดไปครับ
ขอแจมแบบคนไม่รู้เรื่อง ผิดพลาดขออภัยด้วยครับ
+ สวัสดีค่ะ อ.Handy....
+ ประทับใจบันทึกนี้ของอาจารย์มากค่ะ...บ่อยมากที่หนูต้องคำนึงถึงเรื่องราวทำนองนี้
+ หนูขอร่วมแลกเปลี่ยนด้วยนะค่ะ...หนูก็เป็นครูบ้านนอกคนหนึ่ง...รู้ว่าครูมีภาระกิจมากและหนักหน่วงที่ต้องทำในแต่ละวัน...
+ ที่โรงเรียนมีการจัดทำ SAR ของตนเองในการจัดการเรียนการสอนหลังจากสอนไปแล้วในแต่ละเทอม โดยการให้ครูชำแหละนักเรียนตัวเองทุกคนทุกชั้นที่สอนว่ามีจุดเด่น จุดด้อย และวิธีการแก้ไขปัญหาอย่างไร อ.เชื่อไหมค่ะว่า ที่โรงเรียนหนูมีครู อยู่ 3 กลุ่ม แต่ละคนสอนต่างชั้นต่างวิชา แต่ผลจากการชำแหละเด็กของครูในแต่ละกลุ่มของตนเองเหมือนกันเด๊ะเลยค่ะ...ซึ่งในความเป็นจริงเด็กส่วนใหญ่จะมีปฎิกิริยาในต่างครูต่างวิชาที่แตกต่างกันค่ะ
+ หนูก็เศร้าใจค่ะ...เพราะการชำแหละนักเรียนที่ตนเองทำการสอนส่งผลดีมากมายมหาศาลค่ะ...ในการแก้ไข ส่งเสริม นักเรียนให้เรียนรู้ได้เต็มศักยภาพต่อไป
+ ครูทุกคนรู้ เข้าใจ วัตถุประสงค์เรื่องนี้ดี ...แต่ด้วยภาระกิจที่มากมายเลยขอลอกส่งให้ทันเวลาก่อนแล้วกัน...นี่คือการแก้ปัญหาของครู...
+ หนูส่งหลังจากวันที่กำหนดประมาณ 3 วัน แต่หนูทำด้วยตนเอง...หนูต้องชำแหละเด็ก ๆ ถึง 180 คน คือ ตั้งแต่ชั้น ป.1 - ป.6 เพราะหนูสอนวิทย์ชั้น ป.1 - ป.6 ค่ะ...หนูเดินเข้าไปพบ ผอ.และชี้แจงให้ท่านทราบถึงเหตุปัจจัยที่ทำให้ส่งไม่ทันกำหนด...และชี้ให้ท่านเห็นว่า SAR ดังกล่าวเราจะนำมาใช้แก้ไขปัญหานักเรียนตอนเปิดเทอมใหม่ดังนั้นถ้าหนูขอส่งช้ากว่ากำหนด 3 วันคงไม่มีปัญหา ซึ่งท่าน ผอ.ก็ยินดี...
+ ถ้าครู...ซึ่งเป็นคนสอนคน...มีวิธีการแก้ปัญหาที่ง่าย ๆ และขอไปที...นี่ขนาดว่าเป็นการชำแหละเด็กที่ตัวเองสอน...ยังไม่อยากคิด...ขอลอกแล้วกัน...น่าเศร้าใจมากมายค่ะ
+ หนูมองว่า...คนส่วนใหญ่ในสังคมมักจะคิดง่าย ๆ ขอไปที...แต่ตัวเองดูดีเช่นนี้เหมือน ๆ กันหมด...ทั้งนี้เพราะเราไม่รู้จักคุณค่าของตนเองโดยแท้
+ อาจารย์ค่ะ...หนูขอแก้ไข ขอเรียบเรียงความคิดท่อนนี้ "คนส่วนใหญ่ในสังคมมักจะคิดง่าย ๆ ขอไปที...แต่ตัวเองดูดีเช่นนี้เหมือน ๆ กันหมด...ทั้งนี้เพราะเราไม่รู้จักคุณค่าของตนเองโดยแท้" ใหม่เป็นแบบนี้นะค่ะ..." คนบางคนมักจะคิดง่าย ๆ ขอไปที...ลอก...ส่งให้ทันเวลา..เพื่อให้ตัวเองดูดี...มีความรับผิดชอบ...เป็นเช่นนี้เหมือน ๆ กันหมด...ทั้งนี้เพราะเราไม่รู้จักคุณค่าของตนเองโดยแท้ "
สวัสดีค่ะอาจารย์
หนูอ่านแล้วรู้สึกหดหู่ใจอย่างบอกไม่ถูกค่ะอาจารย์ หนูเข้าใจอาจารย์นะคะ แต่หนูคิดว่านักศึกษาส่วนใหญ่มักเห็นความสำคัญของคะแนนเป็นหลัก(ในกรณีนี้เกินไปรึปล่าวนะคะ) หนูเองก็เพิ่งทำบล๊อกเป็นเมื่อไม่กี่วันมานี้เองค่ะ พอดีที่บ้านและที่ทำงานของหนูห่างไกลความเจริญไม่มีอินเตอร์เน็ตค่ะต้องขับรถออกมาระยะทางกว่า 20 กิโลกรัม เฮ้ยกิโลเมตรกว่าจะถึงร้านอินเตอร์เน็ตค่ะ แต่ถ้าหนูมีอินเตอร์เน็ตหนูจะคุยกับอาจารย์ทุกวันเลยนะคะ หนูยอมรับว่าอาจารย์เก่งจริงๆ หนูอยากจะเก่งให้ได้สักเศษเสี้ยวของอาจารย์เท่านั้นเองนะคะหวังว่าอาจารย์คงจะช่วยได้โปรดกรุณาดึงหนูเข้าบล๊อกด้วยนะคะ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าคงได้รับคำแนะนำจากอาจารย์ผ่านบล๊อกของหนูนะคะ
สวัสดีคะอาจารย์
เมื่อวานได้เรียนกับอาจารย์นำอ้อยรู้สึกสนุก ผ่อนคลาย อาจารย์น่ารักกว่าที่คิดไว้เยอะ อาจารย์ให้ดูวีดีโอเกี่ยวกับการเรียนการสอนของโรงเรียนไทยรัฐวิทยา84 (ชุมชนบ้านคีรีวง) ทำให้ได้รู้ถึงวิธีการในการสอนนักเรียนให้รู้จักการคิดหาคำตอบด้วยตนเองไม่ใช่รอให้ครูบอกอย่างเดียว โดยครูต้องใช้วิธีการสังเกตนักเรียนว่านักเรียนแต่ละคนมีความสนใจด้านใดบ้างและจะนำไปประยุกต์ใช้ในการสอนต่อไป
ขอบคุณค่ะ.............ป.บัณฑิตวิชาชีพครูกระบี่
ดีครับ อาจารย์ที่ไห้ความรู้ครับ ผมจะได้นำไปใช้บ้าง
ขอบคุณครับ
สวัสดีคุะอาจารย์ อาจจะช้าไปหน่อยในการส่งงาน แต่ก็คงไม่สายเ้กินไปนะคะอาจาย์
ชื่อ พัชราภรณ์ สกุล ฐานขันแก้ว ป.บัณฑิตวิชาชีพครูกลุ่ม 4 รุ่น 11
ชื่อบล็อก http://learners.in.th/blog/patcharapron
ชื่อ ผุสดี สกุล สุขสาร ป.บัณฑิตวิชาชีพครูกลุ่ม 4 รุ่น 11
ชื่อบล็อก http://gotoknow.org/blog/pussadee058
สวัสดีค่ะอาจารย์....
ขอแสดงความคิดเห็นจากเรื่องที่อาจารย์เขียนหน่อยค่ะ ...จริงอยู่ที่เค้าทำอย่างนั้นถือว่าผิด...แต่ที่จริงโทษใครไม่ได้หรอก เค้าคงไม่ได้คิดอะไรมากหรอก นอกจากคิดว่าจะทำอย่งไรให้คะแนนของเค้าออกมาดี...แต่เค้าอาจมักง่ายไปหน่อยตรงที่เค้าลอกของคนอื่นมา ....
อันที่จริงแล้ว....การอยากได้คะแนนดีๆ มันก็ไม่ได้ผิดหรอก....ถ้าเค้าได้ทำด้วยตัวเค้าเองไม่ได้ลอกเขามา ....
บางครั้งการเรียนให้ได้คะแนนดีๆ...เกรดดีๆ...มันไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่าง...เป็นเพียงความต้องการอยากเอาชนะเท่านั้น..
การเรียนไม่ใช่ทุกอย่างของชีวิต...เรียนเก่งแค่ไหนก็ไม่สำคัญหรอก...ถ้าหากเรียนแล้วนำมาใช้ไม่ได้/เรียนแล้วไม่ได้ใช้
ความรู้ที่เรียนมา....
จาก จันทร์ ป.บันฑิตวิชาชีพครูสุราษฎร์ กลุ่ม 3
สวัสดีค่ะอาจารย์ ขอบคุณค่ะที่ให้ความรู้ หนูจะจดจำไว้และจะพยายามปลูกฝังไม่ให้เด็กนักเรียนที่หนูไปสอนยึดติดกับเรื่องเกรดจนหลงลืมถึงวัตถุประสงค์ที่แท้จริงในการเรียนค่ะ