หลังเสร็จสิ้นภาระกิจพิธีเปิดศูนย์เอเอฟเอสฝ่ายอุปถัมภ์โรงเรียนเมืองสุราษฎร์ธานี คณะฯจึงโดยสารเรือเฟอรี่เดินทางมาเกาะสมุยเพื่อชมทะเลสวยและพักผ่อนกายเป็นของแถม รถตู้จากท่าเรือเร่งเครื่องยนต์พุ่งทะยานไปยังสนามบินเกาะสมุยอย่างเร่งรีบ เพื่อส่งอาจารย์สุรวัฒน์ ชมภูพงษ์ ขึ้นเครื่องบินกลับกรุงเทพฯแบบเส้นยาแดงผ่าแปด ครั้งแรกอาจารย์สุรวัฒน์จะร่วมขบวนไปกับคณะฯ แต่ต้องเปลี่ยนโปรแกรมเพราะภาระกิจการบรรยายที่พัทยา จึงทำได้เพียงแค่โดยสารเรือไปขึ้นเครื่องเท่านั้น

ทันได้ไปชมพระอาทิตย์อำลาขอบฟ้าที่หินตา-หินยาย สิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติ

...เชิญเพ่งพินิจ !


รับประทานอาหารเย็นอันแสนอร่อยที่ร้านริมทะเลใกล้ท่าเรือ ก่อนจะแยกย้ายกันไปพักผ่อนที่โรงแรมหรูตั้งอยู่บนเนินสูงทำเลสวยของหาดเฉวง

นัดหมายขึ้นรถไปลงเรือเวลา ๗:๓๐ น. ของอรุณรุ่งวันใหม่ เกิดการล่าช้าเล็กน้อย เพราะต้องไต่ระดับบันไดลงมาด้านล่างหลายชั้น โรงแรมแห่งนี้ออกแบบได้เก๋ไก๋... เลิศหรูอลังการ สมกับที่ได้รับการจัดให้อยู่ในระดับ ๕ ดาวบนเกาะสมุย เกาะสวยที่อุดมด้วยทรัยพยากรธรรมชาติอันงดงามแห่งท้องทะเล ทัศนียภาพโดยรวมของโรงแรม Bhundhari Spa Resort and Villa Samui มองดูร่มรื่น- งามสง่าทุกมุมมอง


สร้างสระน้ำ-บ่อน้ำตกแต่งไล่ระดับจากพื้นที่ด้านบนเชื่อมต่อมายังพื้นที่ด้านล่าง ด้วยระแนงไม้และการจัดวางโต๊ะ-ม้านั่ง อย่างเป็นธรรมชาติ งดงามตามแบบศิลปบ้านทรงไทยโบราณ

ถ่ายภาพรถโดยสาร ๒ แถวสีฟ้าใสสมัยก่อนทะเบียนสุราษฎร์ธานีไว้เป็นที่ระทึกใจ ก่อนก้าวขึ้นรถตู้ที่มาบริการอยู่ ๒ วันบนเกาะสมุย
..... ครบหรือยังคะ
พอเธอขึ้นก็ครบนั่นแหละ.......(วื๊ว)
โถ…… ยอมให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยไม่ได้เด็ดขาด จึงต้องรีบก้าวขึ้นมานั่งบนรถคอยท่าดีกว่า
" แน่ใจนะว่าเป็นเรือลำนี้ ไม่ใช่ลำใหญ่นั่นเหรอ "
หลายคนอิดออดที่จะก้าวลงเรือลำที่จอดเทียบท่าคอยอยู่ เพื่อออกเดินทางไปหมู่เกาะอ่างทอง

เปลี่ยนลำไม่ได้เหรอ
ไม่ได้ค่ะ เพราะเรือใหญ่นั่นเขาเหมาเต็มลำไปแล้ว ตอนตกลงกันก็ไม่ได้บอกว่าเป็นเรือลำเล็ก จึงเข้าใจว่าน่าจะเป็นลำใหญ่กว่านี้
ถ้างั้นก็บอกไปเลย " Once is enough " คุณพี่แต้กล่าวเสริมด้วยสำนวนที่คุ้นหู.... แต่ก็เผลออมยิ้มขำทุกครั้งยามเมื่อได้ยิน-ได้ฟังในสถานการณ์เช่นนี้

ถ่ายภาพให้ด้วยนะคะ แต่ต้องแพลนไปให้ถึงคู่นั้นด้วย
เช็คภาพกันก่อน โห..... พี่ Bob นี่ถ่ายไม่ได้เรื่องเล๊ยยยย ต้องพี่เต่านี่ รู้ใจชะมัด ถ่ายได้เจ๊งมากค่ะ(คู่เกือบท้ายด้านขวาของภาพ)

เกาะวัวตาหลับ เป็นหนึ่งในหมู่เกาะสวยที่คงความงดงามทางธรรมชาติ ของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง

แสงแดดจรัสจ้าส่องผ่านน้ำทะเลสีเขียวใสตัดกับสีฟ้าอ่อนของท้องฟ้าแจ่มไร้เมฆหมอกบดบัง ส่งผลให้มองเห็นความงดงามของธรรมชาติโดดเด่นขึ้นมา กระจ่างตายิ่งนัก

เลือกที่จะปีนป่ายเนินเขาขึ้นไปชมทัศนียภาพด้านบน แทนการดำน้ำดูปะการังหรือพายเรือคยัค เหตุผลหลักคือ กลัวผิวคล้ำเสีย(กว่าเดิม) เหตุผลรองคือ ว่ายน้ำไม่เป็น

เส้นทางโหดไม่ใช่เล่น….. ต้องจับเชือกไต่ขึ้น-ลงจนเล็บสวยหักไปหนึ่งนิ้ว แม้รองเท้าจะช่วยรองรับและกันการลื่นล้มได้ระดับหนึ่ง แต่ไม่ต้องการให้หัวใจทำงานหนักเกินกำลัง พลาดพลั้งเจ็บป่วยขึ้นมาจะเสียงานใหญ่ที่รอการสานต่ออีกหลายงาน

จึงตัดใจไต่ลงเมื่อไปถึงระดับความสูงแค่ ๒๐๐ เมตร จากระยะทาง ๕๐๐ เมตร
ถ่ายภาพเล่นใต้ต้นมะพร้าวสูงและเดินเล่นบนทรายขาวเม็ดละเอียดอย่างเบิกบานใจ

ขอบคุณ….พี่เต่า….ตากล้องมือฉมัง / สมาชิก Dream Team ฝ่ายอุปถัมภ์ และผู้เข้ามาเยี่ยมชมทุกท่านค่ะ

รำลึกถึงความอร่อยของกล้วยหอมทอดและจำปาดะ(ขนุนทอด) ของเมืองสุราษฎร์ “ หรอยจัง”
(เชิญชมภาพเพ่มเติมจากสไลด์ค่ะ)

มีเรื่องเล่าเยอะเลย คราวหลังก็ไปชวนกันบ้างนะครับครู อิอิ
* ชวนทีไร.... ไม่เห็นว่างไปด้วยนี่นา
* ปลายเดือนนี้ไปพัทยาด้วยกันอ๊ะปล่าว.... ชวนแล้วเน้ออออออ...อิอิอิ !
อิจฉาจัง อดไปเลยมัวแต่ไปเดินสายกับนายฝรั่ง
อย่างนี้นี่เอง จึงเดินทางไม่หยุด(ฮา)
คุณต้นคะ


*** ว๊าว.... คิดถึงจัง ไม่ได้พัฒนาความรู้ใหม่เพิ่มเลยอ้ะ ใช้ต้นทุนเดิมจนจะหมดแล้วนะ.... มีโครงการใหม่ๆ อย่าลืมเรียกใช้บริการนะคะ.... อิอิอิ! อ้อ... ทะเลสวยมาก- อาหารอร่อย-ที่พักหรู โอกาสหน้าห้ามพลาดนะจ๊ะ ***
* จะหยุดเดินทางได้ไงล่ะคะ เป็นอาสาสมัครเอเอฟเอสต้องมีการ Connection ทั่วโลก กอร์ปกับงานประจำที่ท้าทาย(ทั้งระบบงานและการสรรสร้างงาน) .... สมองจึงไม่เคยพักนิ่งเกิน ๓ นาที ติดจะไฮเปอร์ไปแล้วล่ะค่ะ!
* ขอบคุณอาจารย์ธนิตย์นะคะ!