เมื่อ รศ. มนัส ชัยสวัสดิ์ เพื่อนร่วมงานเก่าแก่สมัยทำงานที่ มอ. ขอให้ผมไปเป็นประธานเปิดการประชุม และเป็น keynote speaker ในการประชุมวิชาการ 8th APacCHRIE ซึ่งตอนแรกกำหนดประชุมเดือนมิถุนายน ๒๕๕๓ ที่กรุงเทพ ผมก็ลังเลเพราะไม่สันทัดเรื่องนี้เลย แต่ด้วยความเกรงใจ อ. มนัส ก็รับปากโดยมีเงื่อนไขว่า อ. มนัสต้องช่วยยกร่างต้นฉบับการพูดให้
แต่พอถึงเดือนเมษายน เกิดกรณีชุมนุมเสื้อแดง อ. มนัสย้ายการประชุมหนีไปพัทยา และพอเดือน พ.ค. เหตุการณ์รุนแรงยิ่งขึ้น การประชุมต้องเลื่อนไปเป็นเดือน ส.ค. และย้ายสถานที่ไปที่ภูเก็ต ทำให้ผมต้องมานั่งพิมพ์บันทึกอยู่ที่ภูเก็ตในเวลานี้
ทำให้ผมได้มารู้จัก APacCHRIE ที่ริเริ่มก่อตั้งโดย ศ. Kaye Chon, Chair Professor and Director ของ School of Hotel and Tourisn Management, The Hong Kong Polytechnic University ด้วยฝีมือของท่าน School of Hotel and Tourism Management แห่งนี้ ได้รับการจัดอันดับเป็นที่ ๒ ของโลก
การต้องมาพูด keynote เรื่อง The Direction of Hospitality and Tourism Higher Education Development in Thailand ก่อความกังวลใจให้ผมมาก และนึกในใจไว้ว่า ต่อไปถ้าจะมีคนมาเชิญให้พูดเรื่องที่ไม่สันทัดเช่นนี้อีก จะไม่รับ แต่เมื่อมาร่วมงานเลี้ยงในคืนวันที่ ๑๒ ส.ค. และตอนเช้ามืดวันที่ ๑๓ ได้อ่านเอกสารการประชุม ผมก็เปลี่ยนใจ กลายเป็นว่าการได้มาร่วมงานที่ผมไม่คุ้นเคยได้สร้างความรู้ความเข้าใจ “เปิดกระโหลก” ให้ผมมาก
ผมได้เข้าใจสภาพของ “Higher Learning” ด้าน Hospitality & Tourism เพิ่มขึ้นอย่างมากมาย เห็นโอกาสที่จะแนะนำให้วงการนี้เอา KM ไปเป็นเครื่องมือ “พัฒนาและวิจัย” กิจการ H&T
ได้เกิดความเข้าใจว่า ในโลกสมัยใหม่ คนในวงการ H&T เป็นภาคีสำคัญมากต่อ “สุขภาวะ” ของผู้คน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคำนึงถึงโรคอุบัติใหม่ โดยวงการนี้ได้มีประสบการณ์มาแล้วกับการระบาดของโรค SARS และไข้หวัด 2009
ยิ่งได้มีโอกาสฟังการบรรยายของ Prof. Kaye Chon เรื่อง Co-Creation of Values and Vision for Hospitality and Tourism Education ที่แสดงให้เห็นโอกาสร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรมบริการ ร่วมมือกับนักแสดง ร่วมมือกับนักศึกษา ในการพัฒนา School of Hotel and Tourism Management ชนิดที่เรียกว่าก้าวกระโดด จนเวลานี้เป็นที่ ๒ ของโลกจากการจัดอันดับความเข้มแข็งทางวิชาการ โดยอันดับ ๑ อยู่ที่ คอร์เนล ผมถามว่าแล้วของสวิตเซอร์แลนด์ไม่ติดอันดับหรือ เขาบอกว่าเป็นคนละแนว ของสวิสเน้นภาคปฏิบัติ
ตอนอภิปรายตอบคำถาม มีการคุยกันเรื่อง นศ. เรียนทฤษฎีสูง ความรู้มาก แต่มีปัญหาทำงานไม่เป็น และเมื่อไปฝึกงานก็ได้ทำงานที่ไม่ได้ใช้สมอง กลุ่มอาจารย์ผู้ใหญ่ของสมาคม PacCHRIE มาตอบเสริมกันทำให้เข้าใจสภาพของคนรุ่นใหม่
และได้เห็นโอกาสใช้ KM ในการช่วยเพิ่มพลังของการฝึกงาน
อ่านคำบรรยายของผมที่นี่ และฟัง narrated ppt ได้ที่นี่
วิจารณ์ พานิช
๑๓ ส.ค. ๕๓