"ผู้แพ้คือคนที่ไม่ได้อะไรเลยและน่าสงสารที่สุดถึงแม้ไม่ได้อะไรเลยเพราะเขาเจียมตัว แต่ก็ทำให้ชีวิตตนเองสำเร็จได้"
วันนี้จะมาเล่าเรื่องราวพฤติกรรมนักเรียนโดยภาพรวม เมื่อเดือนที่แล้วผู้เขียนได้แจกรางวัลนักเรียนที่สมควรได้รับรางวัลจิตสำนึกสาธารณะ กล่าวคือนักเรียนบางคนปรับปรุงนิสัยดีขึ้นผู้เขียนก็มีการแจกรางวัลไปให้พวกเขา แต่บางคนเมื่อถูกยกย่องชมเชยจนทำให้พวกเขาลืมตัว จนทำให้นิสัยแย่ลงกว่าเดิมเพราะความหลงระเริงของตนที่ได้รับรางวัลสมความปรารถนา จนผู้เขียนต้องหาวิธีปรับนิสัยพวกเขาใหม่ด้วยการยึดของรางวัลกลับคืนเพื่อนำรางวัลที่ยึดคืนให้กับนักเรียนคนอื่นๆที่มีพฤติกรรมจิตสาธารณะ นักเรียนบางคนได้ของรางวัลแล้วนิสัยเจียมตัวมากขึ้นเพราะเขาไม่ประมาทแต่ที่น่าสงสารมากที่สุดคือคนที่ไม่ได้รับรางวัลเพราะพวกเขาเจียมตัวมากที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับนักเรียนที่ได้รับรางวัล....ผู้เขียนจึงได้มุมคิดที่ว่า.....



ข้อคิด คำคมที่ได้ "คนที่ได้สิ่งที่ปรารถนาแล้วแต่ถ้าหลงระเริงก็เป็นหนทางสู่ความตายหรือเป็นหนทางสู่ความล้มเหลวนั่นเอง" หรือ
"ผู้แพ้คือคนที่ไม่ได้อะไรเลยและผู้แพ้เป็นผู้ที่น่าสงสารที่สุด เพราะพวกเขาเจียมตัวมากที่สุด ถึงแม้พวกเขาไม่ได้อะไรเลยแต่ก็ประสบความสำเร็จในชีวิตได้เช่นกัน" ก็ทำให้นึกถึงหนังสือที่ว่า



วิจัยอ้างอิงเพิ่มเติม เรื่อง การรับรู้พฤติกรรมที่มีต่อจิตสำนึกสาธารณะและการสื่อสารการตลาดที่มีประสิทธิผลต่อการมีส่วนร่วมในกิจกรรมที่เกี่ยวกับจิตสำนึกสาธารณะของเยาวชน
โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์กัลยกร วรกุลลัฎฐานีย์
“จิตสำนึกสาธารณะ(Public consciousness) มีชื่อเรียกต่างๆกันไป เช่น จิตสาธารณะ จิตสำนึกทางสังคม จิตสำนึกต่อส่วนรวม เป็นต้นแต่ความหมายจะใกล้เคียงกัน ความหมายของจิตสำนึกสาธารณะนั้นจะเกี่ยวข้องกับคุณธรรม และจริยธรรมของบุคคลโดยคุณธรรมและจริยธรรมนั้นมักจะถูกใช้ควบคู่กันเสมอ โดยสรุปความหมายของคุณธรรม จริยธรรมว่าเป็นคุณลักษณะเกี่ยวกับการประพฤติปฏิบัติ ตลอดจนการคิดไปในทางที่ถูกต้อง ดีงาม มีประโยชน์ทั้งส่วนตัวและส่วนรวมอย่างไรก็ตามคุณธรรมจะเน้นถึงความดีงามที่อยู่ภายในจิตใจ ส่วนจริยธรรมจะเน้นถึงความประพฤติดี”
และนี่คือผลการวิจัยเรื่อง คุณภาพวัยรุ่น กรณีศึกษานักเรียนสายสามัญและสายอาชีพ (http://learners.in.th: 18 พฤษภาคม 2551) โดย น.พ.สุริยเดว ทรีปาตี หัวหน้าคลินิกวัยรุ่น สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กล่าวถึงการวิจัยเรื่องในเขต กทม. ชลบุรี เชียงใหม่ นครราชสีมา และสงขลา จำนวน 3,000 คน ที่ว่า “เยาวชนไทยประเมินตนเองว่ามีส่วนร่วมในกิจกรรมของชุมชนน้อยที่สุด ตามด้วยการได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ที่มีประโยชน์และคุณค่าต่อชุมชน การมีส่วนร่วมกับเพื่อนบ้าน การมีกิจกรรมทางศาสนาและการไม่พูดความจริงโดยเมื่อวิเคราะห์จากตัวชี้วัดพบว่า วัยรุ่นไทยขณะนี้ขาดจิตสำนึกสาธารณะ ชุมชนแออัดไม่สนใจกันและขาดกิจกรรมส่วนร่วม ห่างเหินศาสนาและขาดความซื่อสัตย์ซึ่งสิ่งเหล่านี้กัดกร่อนเศรษฐกิจพอเพียงและสมานฉันท์ สำหรับกลุ่มตัวอย่างในการวิจัยนั้น ส่วนใหญ่เป็นเด็กมีผลการเรียนเฉลี่ย 3.00 ในจำนวนนี้กว่า 25 %ได้เกรดเฉลี่ย 3.5 และกว่า 90% อยู่กับพ่อแม่และครอบครัวที่อบอุ่น แต่เด็กถูกหล่อหลอมจากครอบครัวให้เน้นเรื่องการเรียนเป็นหลักและเป็นสิ่งที่ทำให้พ่อแม่พอใจ แต่ไม่มีจิตสำนึกสาธารณะ”
หรือว่าคงจะงานยุ่ง ระลึกถึงค่ะ
สวัสดีค่ะ คุณบุศราและคุณธรรมทิพย์
ขอบคุณที่เข้ามาทักทายสม่ำเสมอนะ
ยังระลึกถึงสมาชิกค่ะ
สวัสดีค่ะพี่จิ๋ว สบายดีไหมคะ ห่างหายไปนานมากๆ มาหย่อนความคิดถึง
สวัสดีค่ะ น้องครูจิ๋ว
หวัดดีค่ะ น้องครูจิ๋ว
สวัสดีค่ะ น้องปู คุณธรรมทิพย์ พี่ปริมปราง และผ.อ.udomran
ขอบคุณที่เข้ามาเยี่ยมชมสม่ำเสมอค่ะ
และยังระลึกถึงเพื่อนสมาชิกสม่ำเสมอค่ะ
ขอขอบคุณมิตรภาพและบันทึกดีๆที่ได้รับมาตลอดปีนี้ และขอส่งความสุขสำหรับปีใหม่ที่กำลังจะมาถึงค่ะ..
(บัตรอวยพร ดอกม่วงเทพรัตน์ ของมูลนิธิรามาธิบดีฯ ) คลิ๊กที่:
http://gotoknow.org/blog/nongnarts3/348844
สวัสดีค่ะ...
สวัสดีปีใหม่ครับ
สวัสดีปีใหม่ค่ะน้องบุศรา พี่นงนาท พี่บุษยมาศ พี่เบดูอิน
สวัสดีปีใหม่สดใสยิ่ง ใสจริงจริงใจใสไม่ขุ่นหมอง
คิดดีไว้จะพูดทำย้ำไตร่ตรอง เข้าปีทองปีใหม่ได้สิ่งดี
ได้เพื่อนดีมีค่ามหาศาล จิตเบิกบานไร้ทุกข์มีสุขศรี
คิดสิ่งใดได้ชื่นชมสมฤดี ตลอดปีตลอดไปปีใหม่เทอญ
คิดถึงเงินเงินก็มามหาศาล หน้าที่งานคนนับหน้าพาสรรเสริญ
กิจการค้าขายให้เจริ๊ญเจริญ ทุกข์ภัยเมินห่างไกลอย่าได้มี
สวัสดีค่ะ คุณบุศราและคุณวิโรจน์ พูลสุข
มาอวยพรปีใหม่ใกล้มาถึง สุดคะนึงเพื่อนมิตรด้วยจิตใส
ด้วยนำพาความสุขทุกคนไทย ด้วยน้ำใจไมตรีเสมอมา
สวัสดีปีใหม่ที่ใกล้มาถึงนะคะ
สวัสดีค่ะ
แวะมาสวัสดีปีใหม่ค่ะ