การแก้ปัญหา "นักเรียน นักเลง"
สักครู่ เพิ่งดูรายการทีวี เชิญทั้งคุณหมอ และ ข้าราชการ ที่เกี่ยวข้อง มาพูดคุยเกี่ยวกับการแก้ปัญหา "นักเรียน นักเลง"
เท่าที่ฟังดู ได้ความคิดในภาพรวมออกมาในทำนองว่า เรื่องการแก้ปัญหา ถ้าจะเอากันจริง ๆ คิดว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่ เป็น เรื่องเล็ก ที่พอทำกันได้ถ้า จริงใจ และ จริงจัง ไม่ต้องไปถึง ครม.
การป้องกันและแก้ไขปัญหา ต้องดูที่สาเหตุ ต้องศึกษาดูว่าเด็กเขาต้องการอะไร จากงานวิจัยพบว่าสิ่งที่เด็กต้องการ มีอยู่ 4 เรือง คือ
1. เด็กต้องการมีอนาคต ทำอย่างไร ให้เด็กได้เรียนจนจบ
2. เด็กต้องการมีคุณค่า ต้องให้เด็กได้ทำกิจกรรมที่สร้างสรรค์ โดยมีผู้ใหญ่เป็นที่ปรึกษา เพื่อให้เขามีความภาคภูมิใจในตนเอง
3. เด็กต้องการมีทักษะ โดยเฉพาะทักษะด้านการแก้ปัญหาอย่างสันติวิธี ทักษะการควบคุมอารมณ์
4. เด็กต้องการมีแบบอย่างที่ดี
ทีนี้ ผู้ที่มีส่วนแก้ปัญหา จะอยู่ที่สามส่วน คือ ครอบครัว ชุมชน และ สถาบันการศึกษา
อาจารย์ท่านหนึ่งได้ยกผลวิจัยปัญหาเด็กอาชีวะศึกษา บอกว่าที่เด็กอาชีวะศึกษามีปัญหา ผลวิจัยบอกว่ามาจากระบบบริหาร และ ระบบการเรียนการสอนที่มีปัญหา โดยบอกว่า รากเหง้าของปัญหา อยู่ที่ "ห้องเรียน" และ "ครู" โดยครูต้องทุ่มเทให้เด็ก ต้องดูแลเด็กทุกคนไม่ให้เด็กมีปัญหา ต้องจัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้เด็กมีความภาคภูมิใจ จนไม่มีเวลาไปเกเรที่อิ่น
การแก้ปัญหา พอจะสรุปได้ตรงกันว่า แก้ไม่ยาก โดยจะต้องแก้โดยการให้ความรัก ก่อน ให้ความรู้ และ ถ้าจะแก้ให้สำเร็จจริงๆ อยู่ที่ความ "จริงใจ และ จริงจัง"
ครับ จากการติดตามมาทั้งหมด ความคิดผมก็เริ่มเปลี่ยนไปบ้างแล้วครับ จากการที่ผมเคยคิดว่า ปัญหาเด็ก ต้องเกี่ยวข้องกับทุกฝ่ายอย่าโยนให้สถานศึกษาอย่างเดียว ตอนนี้ ผมคิดว่า "เจ้าภาพหลัก" เป็นเรื่องของสถาบันการศึกษาโดยตรงครับ จะไปอ้างว่าเด็กไปมีเรื่องนอกสถานศึกษา ก็คงอ้างได้ที่ปลายเหตุ แต่ต้นเหตุ อ้างไม่ขึ้นครับ
ส่วนครอบครัว และ ชุมชน ก็มีส่วนต้องช่วยกัน แต่เป็น "เจ้าภาพรอง" ครับ
ตอนนี้ ความคิดของผม คิดว่าในภาวะเร่งด่วนที่พอทำได้ และ ทำได้เลย เป็นเรื่องของ "สถานศึกษา" โดยตรงครับ ต้องจัดกิจกรรมไม่ให้เด็กมีปัญหา ทั้ง 4 ข้อที่ว่ามาแล้ว คิดว่า สถาบันการศึกษาทำได้ ถ้า "จริงใจ และ จริงจัง"
ส่วนเรื่อง "ครอบครัว" และ "ชุมชน" ถ้าทำได้ก็ดีมาก แต่ใครจะเป็น "เจ้าภาพ" ครับ
เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าเด็กมีครูเป็นแบบอย่างที่ใกล้ชิดเด็ก
และเราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าสังคมมีอิทธิพลต่อเด็ก
เด็กทุกคนอยากให้ผู้อื่นเห็นคุณค่าและให้ความสำคัญกับเขา
เด็กจะเห็นคุณค่าในตนเองได้
กระบวนการจัดการเรียนรู้ที่ดี
จะสร้างกิจกรรมให้เด็กมีโอกาสฝึกทักษะ
และเห็นคุณค่าของตนเองได้
ขอบคุณค่ะ
เรียนท่านอาจารย์
ที่นับถือ
เห็นด้วยอย่างยิ่งกับท่านอาจารย์ค่ะ ปัญหาเล็กๆปล่อยให้ลุกลามมาตั้งนานไม่เห็นเอาจริงเอาจังสักที ดูข่าวทีไหร่ก็เฮ้อ เอาอีกแล้วเหรอ
สาเหตุหลัก อยู่ที่ตรงนี้แหละครับ
เด็กทุกคนอยากให้ผู้อื่นเห็นคุณค่าและให้ความสำคัญกับเขา
ทางออก ก็ทำได้ไม่ยากครับ
เด็กจะเห็นคุณค่าในตนเองได้ โดยกระบวนการจัดการเรียนรู้ที่ดี
จะสร้างกิจกรรมให้เด็กมีโอกาสฝึกทักษะ
และเห็นคุณค่าของตนเองได้
ขอบคุณมากครับ
ผมว่าเท่าที่ฟังมาหลายๆครัง ก็ทราบทั้งปัญหา สาเหตุของปัญหา ทราบทั้งทางออก แต่ปัญหาก็ยังคงมีอยู่
คราวนี้ก็รอดูครับ ผมว่าเรื่องนี้อยู่ที่ผู้อภิปรายว่าไว้ครับ จะสำเร็จหรือไม่ อยู่ที่ความ "จริงใจ และ จริงจัง"
ขอบคุณครับ
"ครอบครัว" ค่ะท่านรอง
สถาบันครอบครัวเป็นเจ้าภาพใหญ่
ใจเด็ก กับ ครอบครัว ต้อง"จูน"กันให้ได้
สวัดีค่ะ
มาเชิญท่านรองไปเยี่ยมบันทึกของKrudala บ้างค่ะ
แม้ไม่น่าสนใจนักก็อยากได้คำแนะนำค่ะ
วัยเด็กสถาบันครอบครัวมีความสำคัญมาก
พอเปลี่ยนช่วงเป็นวัยรุ่น เพื่อนและสถาบันการศึกษาสำคัญเป็นอันดับแรก
เด็กลูกเราจะเป็นอย่างไรสังเกตได้จากเพื่อนของเขาค่ะ
ดังนั้นการที่สถาบันการศึกษา บอกว่าเด็กออกไปมีเรื่องกันหลังจากเลิกเรียนแล้ว
เป็นการปัดความรับผิดชอบค่ะ
ขอบคุณค่ะ
เด็กเรียกร้องความสนใจจากผู้ใหญ่ด้วยค่ะ.... บางครั้งการทะเลาะของเด็กๆมา
จากการไม่เคารพสิทธิซึ่งกันและกัน จากเรื่องเล็กๆกลายเป็นเรื่องใหญ่ๆได้ค่ะ
เช่น แย่งลูกบอล แย่งชิงคอมพิวเตอร์เมื่อถึงเวลาใช้งานในการเรียน
เข้ามารบกวนห้องเรียนผู้อื่นและทำให้ทะเลาะกัน เป็นต้น ขอบคุณค่ะ
เพิ่มเติมอีกนิดค่ะ...จึงควรปลูกฝังเรื่องการเคารพสิทธิของซึ่งกันและกันของเด็กและเยาวชนในโรงเรียนและทุกๆที่...ขอบคุณค่ะ
สถาบันครอบครัว เป็นเจ้าภาพใหญ่ ผมก็เห็นด้วยครับ
แต่ที่ผมว่ายาก เพราะคำว่า "สถาบันครอบครัว" ฟังดูเป็นนามธรรมครับ ผมอยากได้คำตอบที่เป็นรูปธรรม ว่า "ใคร" หรือ "สถาบันใหน" ที่จะเข้าไปแก้ปัญหาครอบครัว
ลำพังจะใหครอบครัวแต่ละครอบครัว ช่วยกันแก้ ใคร จะเป็นคนเข้าไปบอก เข้าไปจัดการกับครอบครัว และ คน หรือ หน่วยงาน ที่จะเข้าไปจัดการครอบครัว มี "ทักษะ" และ "องค์ความรู้เพียงใด" ที่จะเข้าไปจัดการ
เรื่องครอบครัวเป็นเรื่องใหญ่ พูดง่าย แต่ทำยากครับ
ครับ สถาบันการศึกษาจะปฏิเสธความรับผิดชอบเด็กเลย คงพูดได้ไม่เต็มที่นักครับ
ขอบคุณครับ
เด็กเรียกร้องความสนใจจากผู้ใหญ่ ก็เป็นประเด็นปัญหาที่ต้องรีบแก้ครับ ไม่ให้ลุกลามใหญ่โต เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ครับ
ขอบคุณครับ
การเคารพสิทธิ เป็นทักษะชีวิตที่เด็กต้องการครับ
ขอบคุณครับ
เด็กไม่มีพื้นที่สาธารณะในการแสดงออก สังคมไม่มีกิจกรรมให้เค้าทำ เด็กๆ เลยไปรวมตัวกัน เพื่อเล่นกันตามวัย แต่เมื่อรวมกันมากๆ ก็คึกคะนอง ประกอบกับวัฒนธรรมทางสังคมที่ส่งมาทางรุ่นพี่ สื่อสารมวลชน เลยกลายเป็นเบ้าหลอมให้เยาวชนกลายเป็นผู้ร้าย ด้วยความที่ต้องการเป็นที่ยอมรับในสังคมเพื่อน ต้องการเท่ รับค่านิยมผิดๆ สถาบันครอบครัวก็อ่อนแรงด้วยระบบของตลาดแรงงาน ระบบการอบรมบ่มนิสัยก็อ่อนแรงตามครอบครัว ส่วนระบบทางศีลธรรมก็ไม่มีพลังในการสื่อสาร นับตั้งแต่เปลี่ยนวันหยุดจากวันพระเป็นวันเสาร์อาทิตย์ ผู้คนก็พากันหากหลักคำสอน
...
ปัญหามันพันกันหลายอย่างครับ เด็กแค่เป็นเหยื่อและผู้ถูกกระทำของระบบ
* สถานศึกษามีข้อมูลนักเรียนที่เป็นนักเลงแค่ไหน
* รู้จักนักเรียน นักศึกษาเป็นรายบุคคลแค่ไหน...
ประเด็นนี้ ตรงกับผู้เข้าอภิปรายว่าไว้ครับ นั่นคือ ถ้าสถานศึกษามีข้อมูลนักเรียนรายลุคคล มีระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนที่มีคุณภาพ เรื่องพวกนี้ก็ไม่เกิดครับ
ตามความคิดของผมนะครับ ผมว่าระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนที่ยังมีอยู่ที่ได้ผล ครูตามเด็ก ดูแลและห่วงใยเด็ก น่าจะมีแต่ในโรงเรียนประถม พอเด็กโต ก็จะไปเน้นวิชาการ วิชาชีพ ส่วนเด็กเป็นอย่างไร พ่อแม่ต้องรับผิดชอบเอง
ยิ่งเด็กอาชีวะ ผมว่าสถาบันเขาคงไม่สนใจเรื่องระบบดูแลช่วยเหลือเท่าไรนักนะครับ
ขอบคุณครับ
ประเด็นนี้ ดีมากเลยครับ
ปัญหามันพันกันหลายอย่างครับ เด็กแค่เป็นเหยื่อและผู้ถูกกระทำของระบบ
ทีนี้ ทางแก้เร่งด่วน ที่พอทำได้เลย และ ทำได้ง่าย ผมว่าเริ่มที่สถาบันการศึกษาครับ
เริ่มที่ครู เริ่มที่ห้องเรียน จัดกิจกรรมให้เด็กมีความภาคภูมิใจในตัวเอง หากิจกรรมสร้างสรรค์ให้เด็กทำ ให้เด็กได้รับการยอมรับและมีศักดิ์ศรี
ส่วนครอบครัว ก็ต้องให้เวลา ให้ความรักความอบอุ่น
ชุมชนต้องช่วยกันดูแล
ขอบคุณครับ