ผมไป UKM ครั้งนี้ ค่อนข้างจะมีปัญหาเรื่องอาหารครับ เพราะว่าผมทานมังสะวิรัติ แต่เป็นแบบเจเขี่ย (เพื่อไม่ให้ยุ่งยากต่อคนอื่น โดยเฉพาะการจัดงานที่เป็นคนหมู่มาก)

   อาจจะมีคนสงสัยว่า ตกลงเป็นเจหรือมังสะวิรัติกันแน่ ผมก็จะตอบว่า "จะเป็นเจหรือมังสะวิรัติ มันไม่สำคัญ แต่มันอยู่ที่ใจของเรามากกว่า ที่คิดจะไม่เบียดเบียนสัตว์โลก"

   การที่เราท่อง บทแผ่เมตตา ดังนี้

 

 บทแผ่เมตตา

 
 

สัพเพ สัตตา 

 
 

อะเวรา โหนตุ

 
 

อัพยาปัชฌา โหนตุ

 
 

อะนีฆา โหนตุ

 
 

สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ

 
     

   มันดูจะไม่มีประโยชน์อันใดเลย ถ้าเรายังเบียดเบียนสัตว์ โดยการกินเนื้อสัตว์ ถ้าเราบอกว่าเราไม่ได้ฆ่าเขา แต่ถ้าไม่มีคนกินจะมีคนฆ่าไหม

   บางคนก็บอกว่า ผมคิดมากไปหรือเปล่า อันนี้ก็ต้องถามใจท่านดู

   แต่ผมไม่อยากเบียดเบียนสัตว์ โดยการพยายามลดกรรมปาก (การกระทำบาปทางปาก ในที่นี้คือการกินเนื้อสัตว์นั่นเอง)

   ลองมาดูอาหารมื้อกลางวันของวันเสาร์ที่ 15 กรกฎาคม 2549 ของผมครับ เป็นไปดังภาพนี้

     
   
     

    ในภาพผมทานข้าวสวยกับผลไม้ มีมะละกอ 4 ชิ้น แคนตาลูป 1 ชิ้น และขนุน 2 ชิ้นครับ ทานเพื่ออยู่ครับ

   บางท่านก็บอกผมทานยาก แต่ความจริงทานง่ายที่สุดแล้วครับ ทานแบบบูรณาการครับ คือมีอะไรก็ทานๆ ไป ไม่ต้องไปทำให้เจ้าภาพเขาลำบากใจครับ

   มื้อที่ผมไม่ค่อยมีปัญหา คือ มื้อเช้าครับ เพราะมีอาหารให้เลือกทานหลายอย่าง

   ลืมบอกไปว่า ผมทานไข่ได้ แต่ต้องเป็นไข่ลมหรือไข่อุตสาหกรรมนะครับ เพราะมันไม่มีเชื้อตัวผู้ครับ..