GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

สัจธรรมจากวรรณกรรมเรื่อง"สามก๊ก"

สัจธรรมที่ว่าคือ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ชีวิตมีความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ตั้งอยุ่ไม่ได้ และเป็นอนัตตา ไม่มีตัวตน ยึดมั่นไม่ได้ ยึดถือไม่ได้

       วันนี้ได้สอนนิสิต (14 กันยายน 2548)  และตั้งใจว่าจะพูดเรื่องสามก๊ก เคยมีคนเปรียบเปรยผู้ที่อ่านสามก๊กไว้ว่า "อ่านสามก๊กสามจบ คบไม่ได้" นั้นเป็นจริงหรือไม่
     ผมว่ามันแล้วแต่ว่าคนอ่านนั้นเป็นใคร อย่างผมอ่านสามก๊กฉบับของเจ้าพระยาพระคลัง (หน) เกิน 3 จบแล้ว (คงไม่ต่ำกว่า 4 จบเป็นแน่)  ผมเริ่มอ่านจบแรกตั้งเรียนอยู่ชั้นป 4 ตอนอายุประมาณ 11 ขวบ อ่านอยู่ประมาณ 10 วันถึงจบ   แล้วพอโตขึ้นก็อ่านอีกหลายจบ และอ่านอีกหลายฉบับ จนมีการสร้างเป็นภาพยนต์ ก็หาซื้อเป็น VCD และวิวัฒนาการเป็น DVD (มี 84 ตอน) ชมอีกอย่างน้อย 2 จบ 

      ตอนอ่านแรก ๆ ก็เชื่อว่าสามก๊กเป็นพงศาวดารจีน ตามฉบับของเจ้าพระยาพระคลัง (หน) แต่เมื่อโตขึ้นก็ทราบว่า สามก๊กเป็นวรรณกรรมที่ประพันธ์โดย "หลัวก้วนจงหรือล่อกวนตง" โดยอาศัยเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์และแก้ไขโดย "เหมาจงกัง" ทำให้นึกถึงวรรณกรรมเรื่องผู้ชนะสิบทิศที่ประพันธ์โดย "ยาขอบ" นอกจากนั้นเมื่อได้อ่านมากขึ้นและชมภาพยนต์จึงทำให้ได้มองเห็นสัจธรรมในสามก๊ก ดังบทกวีจีนที่แปลเป็นไทยว่า

 

     น้ำแยงซี รี่ไหล สู่บูรพา

คลื่นพัดกวาดพา วรีชน หล่นลับหาย

ถูกผิดแพ้ชนะ วัฏจักร เวียนว่างดาย

สิขรยังคง ตะวันยังฉาย นานเท่านาน

      เกาะกลางชล คนตัดฟืนผมขาว เฒ่าหาปลา

สาร์ทวสันต์เห็นมา เหลือหลาย ที่กรายผ่าน

สังสรรค์สุรา ป้านใหญ่ ให้ตำนาน

เก่าเก่าใหม่ใหม่ สรวลสราญ เล่ากันมาฯ

 

       สัจธรรมที่ว่าคือ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ชีวิตมีความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ตั้งอยู่ไม่ได้ และเป็นอนัตตา ไม่มีตัวตน ยึดมั่นไม่ได้ ยึดถือไม่ได้

       ลองมาดูอีกบทกลอนหนึ่งนะครับ

 

 

     ย้อนรอยสามก๊กย่ำย้ำอุบาย

มากเล่ห์เหลือหลายคาดไม่ถึง

อุดมการณ์ครอบไผทใครคำนึง

วีรชนอลอึงแล้วลับหาย

     โจ ซุน เล่า เจ้าอาจผงาดกล้า

ด้วยซากศพถมทางมามากเหลือหลาย

ถึงที่สุดทุกอย่างต่างเปล่าดาย

ลงท้ายแซ่สุมาครองหล้าแทน 

 

     คงไม่ต้องอธิบายอะไรเพิ่มเติมนะครับ สุดท้ายได้ค้นรูปมาฝากกันครับ

   

   

อ้างอิง :

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 3916
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 49
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (49)

อย่าไปเชื่อคำเปรียบเปรยนั้นนะค่ะ  ที่ว่า "คบไม่ได้" ดิฉันคนนึงหละที่ขอยืนยันว่า อ.สมลักษณ์ เป็นบุคคล "น่าคบที่สุด" ทั้งที่ดิฉันเพิ่งจะรู้จัก อ.สมลักษณ์ไม่นาน  แต่เหมือนรู้จักมานานเป็นปีทีเดียว....

อยากซื้อแต่ไม่มีเงิน-*-
  • คงต้องรอให้มีเงินแล้วค่อยซื้อครับ
  • การหาความรู้ ก็ต้องมีการลงทุนกันบ้างครับ
  • ได้อ่านหรือดู "สามก๊ก" เมื่อไหร่ ไม่มีคำว่า"สาย" ครับ
  • คนบางคน ยังไม่ได้อ่านสักจบก็คบไม่ได้ครับ
  • แต่บางคน ยิ่งอ่านยิ่งน่าคบ
  • คนจะดีหรือชั่วอยู่ที่ตัวของคนผู้นั้นเองครับ จะมาโยนความผิดให้หนังสือเพียงเล่มหนึ่งนั้นหาได้ไม่
  • คงเป็นอย่างที่คุณเปมิชว่าไว้ครับ

อยากรุอ่ะค่ะว่าตอนไหนสนุกแล้ว

แล้วแต่ละตอนอ่ะมีใครบ้างแล้วมีบทบาทยังไงมีนิสัยแบบไหนใครช่วยบอกด้วยนะค่ะ

ผมอ่านสามก๊กจบไปสองสามรอบ รวมกับของยาขอบด้วย ผมว่าที่น่าสนใจมากกว่ากลอุบาย คือ การรู้จักกตัญญูคุณคน การใช้คน การตบรางวัล และการลงโทษ ใครบอกอ่านสามก๊กคบไม่ได้ ผมว่าไม่จริง ผมอ่านจบ ผมซึ้งเลยว่า เป็นคนต้องกตัญญู ต้องรักษาสัตย์จึงจะได้ดี ไม่ใช่ทำงานไป ด่าเจ้านายไป

  • ขอขอบคุณ flying eddies
  • ที่เข้ามาแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นครับ
  • อ่านสามก๊ก แล้วได้ข้อคิดในการดำเนินชีวิตที่ดีดี ก็เป็นอานิสงค์ ของผู้อ่านแล้วครับ
  • ขอให้ชีวิตของคุณ ประสบความก้าวหน้าในชีวิตการงาน และชีวิตครอบครัวครับ

อ่านเเล้วมีความหึกเหิม  อ่านเเล้วเหมือนของวิเศษผนึกเเก้วเเห่งปัญญา  อ่านเเล้วระเเวงกลัวเห็น เเต่ที่สุดเเล้วมันคือสุดอย่างบอกไม่ได้เลยยยย

  • และแล้ว คุณหานซิ่นก็มาปรากฏตัวที่บันทึกนี้
  • ขอบคุณครับที่เข้ามาแสดงความคิดเห็น

เคยอ่านหนังสือวิเคราะห์ลักษณ์ของบุคคลในสามกก  อยากอ่านแบบเป็นเรื่องเป็นราวสักครั้งเล่มแบบoriginal   ไม่ทราบว่าที่ไหนพอจะมีบ้างคะ   ถ้าไม่มีแล้วเล่มที่รวบรวมทุกเรื่องราวทุกตอนละคะมีมั้ย  แล้วหนังสือมีชื่อว่าอะไร ของใคร  

ตอบด้วยด้ยมั้ยคะ

                           เด็กใหม่อยากอ่าน   (มาก)

  • อ่านแบบ Original ต้องอ่าน "สามก๊ก" ฉบับของเจ้าพระยาพระคลัง (หน)
  • ตอนนี้สำนักพิมพ์ดอกหญ้าพิมพ์ขาย ราคาลดแล้วเหลือชุดละ ๕๐๐ บาท

อ่านแบบ Original อยู่คะ ยากทีเดียวแต่สนุกนะคะ

อีกอย่างมีหนังเก็บไว้ด้วยคะ

อย่ากังวลกับการอ่านสามจบแล้วคบไม่ได้นะคะ

หนังสือที่ดียังเป็นเพื่อนที่ดีสำหรับมนุษย์เสมอดังวาทะของท่านคานธี กล่าวว่า

"ข้าพเจ้าเป็นสุข และเชื่อว่าใครก็ตามซึ่งมีรสนิยมการอ่านหนังสือดี ย่อมสามารถทนต่อความเงียบเหงาได้ทุกแห่งได้"

ขอบพระคุณนะคะที่ทำให้เข้าใจสามก๊กได้มากขึ้นเดียว

คารวะท่านอาจารย์

  • ที่ว่า "คบไม่ได้" น่าจะเปลี่ยนเป็น "ถ้ายังไม่ได้อ่านสามก๊ก อย่าคิดริทำการใหญ่"

 

ขอบคุณ

เรียนท่านอาจารย์

 อยากทราบเหลือเกินคะว่า คิดเห็นประการใดกับความเห็นที่กล่าวว่า

 โจโฉ หาได้เลวทรามมาโดยแต่แรกไม่

 เป็นเพราะเหตุการณ์จำเป็นพาไปมากกว่า

ได้ยินแล้วรู้สึกขุ่นใจ กับความเห็นนี้

แต่อยากทราบความเห็นจากหลายๆ บุคคลเหมือนกัน

โปรดชี้แนะด้วยคะ

อันลาภยศสรรเสริญเจริญสุข              
คู่กับทุกข์นินทาเสื่อมราศี

เสื่อมยศศักดิ์สูญทั้งความมั่งมี

ธรรมข้อนี้เรียกว่าโลกธรรม

คงเปรียบได้กับธรรมะข้อนี้ http://gotoknow.org/blog/56485/160013

  น้ำแยงซี รี่ไหล สู่บูรพา
คลื่นพัดกวาดพา วรีชน หล่นลับหาย
ถูกผิดแพ้ชนะ วัฏจักร เวียนว่างดาย
สิขรยังคง ตะวันยังฉาย นานเท่านาน

      เกาะกลางชล คนตัดฟืนผมขาว เฒ่าหาปลา
สาร์ทวสันต์เห็นมา เหลือหลาย ที่กรายผ่าน
สังสรรค์สุรา ป้านใหญ่ ให้ตำนาน
เก่าเก่าใหม่ใหม่ สรวลสราญ เล่ากันมาฯ

บทกวีนี่เพราะมาก และถ้าจำไม่ผิดในหนังมีเพลงที่เนื้อความแบบนี้ด้วยค่ะ ตอนนี้ทาง TPBS เอามาฉายอีกรอบประมาณสี่ทุ่มทุกวัน

  • ขอบคุณทุกท่านครับ...วันเดียวเข้ามาเยี่ยมถึง ๓ ราย
  • ตอบคุณ Daisy's melody เรื่องสามก๊กเป็นเหตุการณ์ที่เกิดนับพันปี ก่อนเกิดบทประพันธ์ ดังนั้นจริงๆ โจโฉเป็นอย่างไร beeman ก็ไม่ทราบเหมือนกัน
  • แต่ถ้าดูจากตัวบทประพันธ์และหนังที่สร้างแล้ว มีอยู่ตอนหนึ่งซึ่งอาจจะกล่าวได้ว่า " โจโฉ หาได้เลวทรามมาโดยแต่แรกไม่" คือในตอนที่โจโฉ..รับอาสา "อ้องอุ้น" จะไปฆ่า "ตั๋งโต๊ะ" โดยเอาดาบสั้นซ่อนเอาไว้..
  • หากว่าครั้งนั้นโจโฉฆ่าตั๋งโต๊ะสำเร็จ ตัวเองก็จะต้องตายไปด้วย ที่ไหนจะหนีลิโป้ไปได้...โจโฉก็จะได้ชื่อว่า "จงรักภักดีต่อพระเจ้าเหี้ยนเต้" แต่เพราะโจโฉทำการไม่สำเร็จ จึงหนีไปพบกับ "ตันก๋ง" และหากว่าตันก๋ง จับโจโฉส่งให้ตั๋งโต๊ะ โจโฉคงต้องตาย..คงไม่ได้ไปพบกับแปะเฉีย...นี่ไม่เรียกว่าเหตุการณ์พาไปจะเรียกว่าอะไร..
  • หากโจโฉตาย สามก๊กคงไม่เกิด...
  • ที่จริงเป็นวิบากกรรมของคน (จีน) ในสมัยก่อน ที่จะต้องเกิดสงครามเข่นฆ่ากัน..จนคนตายนับล้าน..ใน ๖๐ ปี...
  • ดูหนังดูละคอนแล้วย้อนดูตัวครับ..
  • สวัสดีครับ หนูซูซาน..ไม่ได้แวะมาทักทายกันเสียนาน
  • บทกวีนี้อยู่ในหนัง..ใช่แล้วครับ
  • ทาง TPBS เอามาฉายใหม่ ใช่แล้วครับตอนสี่ทุ่มครึ่งครับ..ท่านใดสนใจก็ติดตามชมกันได้ เพิ่งเริ่มได้ไม่กี่ตอนเอง
  • สำหรับผมตอนนี้ดูทั้ง เคเบิล ที่ถึงตอนเล่าปี่ได้เมืองฮันต๋งและกวนอูใกล้ตายแล้ว รวมทั้งดูใน DVD และที่ช่อง TPBS ด้วย..อิอิ

ยิ่งนานวัน ได้ดูสามก๊กย้อนกลับอีกรอบ ยิ่งสนุกมากคะ

อยากให้เป็นเรื่องที่ใครต่อใครได้ดู

ยิ่งดูมาก ยิ่งปลงมาก ใช่ว่าจะเจ้าเล่ห์มากอย่างใครคิด

...แต่ก็ไม่แน่ใช่มั้ยคะ โลกมีด้านสว่างมักมีด้านมืดเสมอ

เลยอดไม่ได้ที่จะเข้ามาสนทนากับผู้ที่ชื่นชอบสามก๊กในนี้

หืม...ไม่มีใครอยู่เหนือธรรมชาติได้เลยนะคะ

แม้มหาปราชญ์ขงเบ้ง

  • ขอคารวะ สามจอก ครับ อิๆๆ
  • ขอบคุณครับ

เอาเนื้อเพลงที่ลงในบล็อกมาฝากค่ะ ชื่อเพลงลี่สื่อเตอเทียนคง (ประวัติศาสตร์บนท้องฟ้า) ร้องโดย เหมาอาหมิ่น

เนื้อร้อง:
อั้น ต้าน เหลี่ยว ตาว กวง เจี้ยน อิ่ง
หย่วน ชวี่ เหลี่ยว กู เจี่ยว เจิ้ง หมิง
เอี่ยน เฉียน เฟย เอี่ยง เจ้อ อี๋ เก้อ เก้อ
เชียน ฮั๋ว ตี เมี้ยน หยง

เอียน ม๋อ เหลี่ยว หวง เฉิน กู่ ต้าว
ฮวง อู๋ เหลี่ยว เฟิง ฮว่อ เปียน เฉิง
ซุ่ย ย่วย อา หนี่ ไต้ ปู โจ่ว
หนา อี้ ชวน ชวน ชู ชิ ตี ซิ่ง หมิง

ซิ่ง อวั้ง เสย เหริน ติ้ง (อาๆ)
เฉิ้ง ไฉว ฉี่ อู๋ ผิง (อาๆ)
อี๋ เย้ เฟิง อวิ๋น ซ่าน (อาๆ)
เปี้ยน ฮวาน เหลี่ยว ฉือ คง

จวี๋ ซาน เจี๋ย ชื่อ เหยีวน (อา)
หลี เหอ จง กวาน ฉิง (อา)
ต่าง ตาง เฉิง เฉียน ฉือ (อา)
เหอ จี้ เฉิน โฮ้ว ผิง

ฉาง เจียง โหย่ว อี้ ฮว้า จว้อ เล่ย
ฉาง เจียง โหย่ว ฉิง ฉี่ เกอ เชิง
หลี่ ชือ ตี เทียน คง ช่าน ชว้อ จี่ เค่อ ซิง
เหริน เจียน อี๋ กู้ อิง ชง ชี่ ไจ้ ชื่อ เฉิง จง เหิง

คำแปล:
แสงดาบเงากระบี่เลือนลาง
เสียงกลองศึกและม้าร้องที่ห่างไกล
แต่ละใบหน้าที่ลอยอยู่เบื้องสายตา
กลบลบนครร้างและทางเดิม

วันคืนเอย
เจ้าไม่สามารถนำชื่อแซ่ที่คุ้นเคยจากไปได้
รุ่งเรือง ร่วงโรย ใครกำหนด
ยุคทอง เสื่อมโทรม อ้างอิงจากสิ่งใด

ลม เมฆ ที่เลือนหายไปในค่ำคืน
เปลี่ยนแปรวันเวลา

พบปะหรือร้างลาเป็นบุพเพ
จาก พบ ล้วนเกี่ยวพันด้วยอาวรณ์
แบกรับเรื่องราวยามมีชีวิต
ไยคำนวนห่วงเรื่องหลังความตาย

ฉางเจียงลบเลือนสายน้ำตา
ฉางเจียงปลุกกำเนิดแห่งเสียงเพลง
ฟ้าแห่งประวัติศาตร์ส่องแสงดาวพร่างพราย
มวลมนุษย์โลดแล่นผู้กล้าบนหลังอาชา

ที่มาเนื้อเพลงจีน
ที่มาคำแปล

 

  • ขอบคุณ Little Jazz \(^o^)/ หนูซูซาน ที่เอาเพลง "ลี่สื่อเตอเทียนคง" มาฝาก พร้อมทั้งชื่อคนร้องด้วย
  • ผมเพิ่งเอาไปลงบล็อกวันก่อนเอง..ฟังแล้วรู้สึกเศร้าและปลงอะไรไปได้เยอะ..

ชอบเพลงนี้มากๆครับ

ขอบคุณครับ

ชอบเพลงนี้มากๆเลย ขอบคุณนะที่เอามาให้ฟัง พ่อก็ชอบ น้องชายก็ชอบ

ดูสามก็กครั้งแรกบอกตรงๆ ว่าน่าเบื่อ

ดูสามก็กครั้งที่สองเริ่มรู้สึกว่าเราเป็นส่วนหนึ่งของเนื้อเรื่อง ไม่สิ! ต้องบอกว่า เรื่องราวในสามก๊กใกล้เคียงกับชีวิตจริงมากขึ้นในความรู้สึกของผม

ดูสามก็กครั้งที่สามกลับพบแต่ความเศร้า

เศร้ากับชะตากรรมของจิวยี่ที่แม้จะสมบูรณ์ทุกอย่าง (รูปสมบัติ นามสมบัติ ภรรยา ตำแหน่งหน้าที่) แต่ก็ต้องจบชีวิตอย่างน่าสมเพช

เศร้ากับท่านขงเบ้ง ที่แม้จะปรีชา เสียสละ และอดทนทั้งชีวิตเพื่อปณิธานการกอบกู้ฮั่น แต่แรงมนุษย์หรือจะสู้กรรมบันดาล ในช่วงท้ายของท่านผมดูแล้วน้ำตามันเกือบจะไหลอยู่หลายฉาก

เศร้ากับสุมาอี้ที่ถึงแม้ดูเผินๆ จะได้ทุกอย่างไปครอง แต่ราชวงศ์ของท่านกับเป็นราชวงศ์ที่อ่อนแอที่สุดราชวงศ์หนึ่ง ลูกหลานของท่านนั้นต้องบอกตามตรงว่า หล่นไกล้ต้นเหลือเกิน ยิ่งช่วงท้ายของตระกูลท่านต้องบอกว่าเป็นการสิ้นตระกูลอย่างน่าอนาถมาก (หาอ่านได้ใน "จอมคนแผ่นดินเดือด")

ตอนนี้ผมได้ข้อสรุปประการหนึ่งคือ สามก๊กนั้นคือวรรณกรรมที่กล่าวถึงวงจรชีวิตแห่งการเกิด-ตายที่สมบูรณ์ที่สุดเรื่องหนึ่ง

อ่านสามก๊กครั้งแรกนานมากแล้ว น่าจะ 30 กว่าปีมาแล้วสมัยนั้นหนังสือวิทยาสารนำมาลงเป็นตอนๆ (พี่ชายเป็นครูเป็นสมาชิกหนังสือนี้อยู่)จำไม่ได้ว่าใครแปล แต่อ่านจนติดอ่านซ้ำแล้วซ้ำเล่า...จำได้ว่าจะมีคล้ายอภินิหารหรือเวทย์มนต์เป็นส่วนประกอบด้วย..อย่างการตั้งค่ายกล ที่พอแหย่เท้าเข้าไปในค่ายกลซึ่งมีก้อนหินวางอยู่ไม่กี่ก้อนจะรู้สึกมองข้างหน้าจะมืมิดอากาศจะแปรปรวนพอชักเท้ากลับมาจะเป็นปกติ..หรือการแปรขบวนรบเป็นค่ายกลต่างๆโดยแม่ทัพจะเป็นผู้โบกธงจัดค่ายกลต่อสู้กัน ..แน่นอน..ขงเบ้งคือผู้เชี่ยวชาญอย่างหาผู้เทียบเทียมได้ยาก หรือตอนขงเบ้งนำทัพข้ามลำน้ำอะไรซักอย่าง น้ำตื้นแค่เข่า(นึกชื่อไม่ออกซะงั้น)ก็จะปรากฎมีกองทัพปรากฏอยู่ข้างหน้าเป็นเช่นนี้หลายครั้งหลายครา จนขงเบ้งเรียกชาวบ้านมาถามจึงรู้ว่าบริเวณนั้นมีทหารเสียชีวิตล้มตายมากมาย ทางแก้ต้องตั้งเครื่องเซ่นบวงสรวง สังเวย โดยต้องนำเลือดสด และต้องตัดหัวคน และสัตว์มาบวงสรวงด้วย..แต่ขงเบ้งเห็นว่าการกระทำอย่างนั้นยิ่งบาปหนักจึงให้เอาแป้งมาปั้นเป็นรูปหัวคนมาบูชาแทน..เรียกว่า ม่านโถว (แปลว่าหัวของชาวม่าน)หรือหม่านโถว..ต้นแบบของซาลเปาที่เราได้อร่อยกันทุกวันนี้ หรือวีรกรรมของเบ้งเฮก..ซึ่งนักวิชาการหลายคนเชื่อว่าคือบรรพบุรุษ ของคนไทย..เหล่านี้ยิ่งอ่านยิ่งลึกซึ้ง ผมยืนยันว่าวรรณกรรม ชิ้นเยี่ยมๆ เราต้องอ่านครับ..ดูจากหนังเนี่ยอรรถรสลดลงไปเป็นครึ่งนึงเลย..เพราะความลุ่มลึกในการเข้าใจถึงความรู้สึกของตัวละครมันต่างกันมากยกตัวอย่างเช่นตอนขงเบ้งดูดาว...หนังสือบรรยายบทรำพึงไว้อย่างน่าสะเทือนใจเป็นอย่างยิ่ง..และบางครั้งในหนังก็ให้ตัวละครแสดงออกถึงความในใจทางสีหน้าแทน..

เดี๋ยวนี้มีสามก๊กฉบับที่เป็นการ์ตูนเนื้อหา หรือธีมของตัวละครถูกเบือนไปบ้างผมคุยกับเด็กวัยรุ่นที่ดูฉบับการ์ตูน ฮีโร่ของเขาคือ ลิโป้.เพราะรบเก่ง..ซึ่งถ้าเป็นฉบับดั้งเดิมจะเจาะจงไว้เลยประมาณว่า...ถ้ามีใครซักคนหนึ่งที่เลวอย่างไม่มีที่ติ..คนๆนั้นคือ ลิโป้ หรือลูกสามพ่อที่เตียวหุยตั้งฉายาให้นั่นเอง

  • คุณเฉลิมชัย วิจารณ์และตั้งข้อสังเกตได้ดีครับ
  • ตำนานหม่านโถว เคยเขียนไว้ที่นี่ครับ <Click>
  • เห็นด้วยว่าดูหนัง "สามก๊ก" แล้วต้องดูหนังสือ "สามก๊ก" ประกอบด้วย..
  • "สามก๊กนั้นคือวรรณกรรมที่กล่าวถึงวงจรชีวิตแห่งการเกิด-ตายที่สมบูรณ์ที่สุดเรื่องหนึ่ง"
  • คำสรุป ของคุณฮิม คงไม่เกินเลยความเป็นจริงครับ

มีหนังกำลังจะเข้าฉายค่ะ Three Kingdoms - Resurrection of the dragon เขียนเล่าไว้ในอนุทิน

จะมำการใหย่พึงระวังสิ่งเล็กน้อย

สามก๊กเป็นเพียงจุดเล็กๆในประวัติศาสตร์จีน บ้างก็ว่ามีอายุ 60 ปี 90 ปี แต่ไม่ว่าจะกี่ปีก็ตามช่วงเวลาในสามก๊กนั้นได้ก่อกำเนิดผู้กล้ามากมายกว่าทุกยุคทุกสมัย เป็นยุคของความเจริญทางสติปัญญา ผลัดกันแพ้-ชนะ และที่สำคัญเหตุการณ์สามก๊กเมื่อสองพันปีก่อนนั้นก็ไม่ได้แตกต่างอะไรไปมากกับยุคปัจจุบ้น การแย่งชิง ความต้องการอำนาจ คดโกง เป็นต้น เนื้อหาสามก๊กจึงเป็นอะไรที่ทันสมัยมากๆ เสมือนหนึ่งเป็นกระจกส่องให้เห็นอดีตจนถึงปัจจุบัน คนอย่างโจโฉ เล่าปี่ ขงเบ้ง ซุนกวน ตั๋งโต๊ะ ยังมีในปัจจุบันแต่จะแสดงออกมาในอีกรูปแบบตามแต่ละสมัย ...อนิจจา...

จะก๊อปเพลงนี้ได้ไงอ่ะ

สวัสดีครับ ผมชอบเพลงนี้มากๆเหมือนกัน เห็นด้านบนมีคำแปลเพลงลงไว้

เลยขอลงสำนวนของ คุณ ทองแถม นาถจำนงไว้ด้วย ไว้อ่านคู่กันครับ

พรายเงาง้าว เงากระบี่ ที่เลือนจาง

ลบหายห่าง เสียงกลองเขา เป่าออกศึก

แม้หน้าคน ยังสดใส ใหม่รำลึก

ยังสดใส ในห้วงนึก เหมือนตาเห็น

ที่จมหาย ไปในท่าม ทะเลเหลือง

ที่เปล่าเปลือง รกร้าง หอไฟเด่น

แต่กาลกิน ไม่ลง คงอยู่เป็น

ยังคุ้นเห็น ก็เพียงชื่อ ที่ลือชา

รุ่งจำเริญ ล่มสลาย ใครกำหนด

ฤาไร้กฎ ไร้คน กำหนดหา

สายลมพร่าง พัดหมู่ เมฆเคลื่อนคลา

เหมือนมายา เปลี่ยนแปลง แห่งห้วงฝัน

ได้ร่วมพบ พลัดพราก ล้วนบุพเพ

พลัด-พบ หักเห ลิขิตสวรรค์

กล้าหาญ ทำเรื่อง ต่อหน้าพลัน

อย่าประหวั่น คำพิจารณ์ หลังชีพวาย

แยงซี รี่ไหลไป แทนน้ำตา

แยงซี ครวญเพลงลงมา ไม่เคยหน่าย

ฟากฟ้า ประวัติศาสตร์ ดาวพราวพราย

วีรชนบทโลก ยังเริงร่าย ประชันใจฯ

ปล ชอบความเห็นของคุณ ฮิมครับ ครับ ตอนหลังๆ จูกัดเหลียงค่อนข้างเศร้าครับ

ขอบคุณ คุณ  Piratopy ครับ

ขออนุญาติ ยกข้อความ มาไว้ใน บทนี้นะคะ

เรามีข้อสังเกตอยู่สักหน่อยนะคะ อาจารย์ beeman เวลาที่ดูซีรีย์ คือเราจะเห็นภาพเปรียบเทียบเมื่อเรา ตอนที่เราดูย้อนกลับไป ซึ่งขอชมผู้ที่แต่งทรงผมและMakeup

ตอนขงเบ้งอยูที่โงลังกั๋ง ผมของเขาจะดำเงามาก บ่งบอกถึงความมีสุขภาพที่ดี

แต่พอมาถึงระยะหลัง หน้าตาเริ่มหมอง และซูบเซียว ผมขาวขึ้นมากมาย ทั้งๆที่อายุเพียง 50กว่าปี แสดงถึงสุขภาพที่เริ่มทรุดลงของเขา และจากการที่ขงเบ้ง พูดขึ้น เมื่อตอนออกศึกเบ้งเฮ้ก ตอนรบกันถึง 7 ครั้งในตอนที่เผาทัพทหารเกราะหวาย ว่า เขามีคุณแก่แผ่นดิน แต่อายุเขาจะสั้น (เพราะการทำสงครามนี่เอง)ดึงพลังชีวิตของเขาไปด้วย

ดูแล้ว น่าเศร้าจริงๆค่ะ

232. แม่นางเตียว [IP: 203.155.230.83]

เมื่อ อ. 25 ส.ค. 2552 @ 21:11

1506768 [ลบ] [แจ้งลบ]

สวัสดีค่ะ อาจารย์ beeman

มิกล้า มิกล้า แค่พูดจากความรู้สึกที่ได้ดูสามก๊ก ฉบับนี้ค่ะ

ต้องขอโทษที่พิมพ์ภาษาไทยไปหลายคำนะคะ

233. beeman 吴联乐

เมื่อ พฤ. 27 ส.ค. 2552 @ 07:13

1509213 [ลบ] [แจ้งลบ]

สวัสดีครับ แม่นางเตียว

- ตอนที่ขงเบ้งเผาทหาร "ลุดตัดกุด" หรือทหารเกาะหวาย ตายไป ๓,๐๐๐ คน

- ขงเบ้งได้เปรยกับคนรอบข้างว่า "ชีวิตของเราเห็นจะอยู่ได้ไม่ยืนยาวเสียแล้ว"

ที่เป็นเช่นนี้ เพราะขงเบ้งทราบดีว่า การทำสงครามที่ได้ผลาญชีวิตคนไปมากมาก โดยคำสั่งของตน จะทำให้ชีวิตของตนสั้นลง

- ทำสงครามผลาญชีวิตคนในช่วงสามก๊ก คงไม่ต่ำกว่า ๕ แสนคน...นี่เป็นเหตุหนึ่งที่ทำให้ขงเบ้งอายุสั้น

- ศีล ข้อ ปาณาฯ คือ ห้ามฆ่าสัตว์ เพราะการฆ่าสัตว์นั้นบั่นทอนชีวิตให้อายุสั้น

- คนยุค ๓ ก๊ก โจโฉ เล่าปี่ และ ซุนกวน ตายตอนอายุ ๖๐ กว่าทั้งนั้น ความจริงขงเบ้งก็ควรจะตายตอนอายุ ๖๐ กว่าๆ แต่เพราะเป็นแม่ทัพสั่งทหารไปฆ่าทหารฝ่ายตรงข้ามมาก เลยทอนอายุไป ๑๐ กว่าปี

สวัสดีค่ะ อาจารย์ beeman

ขอบคุณอาจารย์ สำหรับข้อความเสริม ซึ่งอธิบายให้เห็นเป็นภาพ ประกอบกับการแสดงในซีรีย์นี้ได้เป็นอย่างดี เลยทีเดียว เพราะในการแสดง สื่อออกมาทางสีหน้า แววตา และท่าทาง ซึ่งต้องใช้พลังในการสื่ออย่างมาก เพื่ออธิบายสิ่งเหล่านี้ ผ่านการแสดง

อันที่จริง เราว่า ขงเบ้ง ถ้าอยู่ที่โงวลังกั๋ง น่าจะมีชีวิตที่ยืนยาวทีเดียวค่ะ

แต่เมื่อ ขงเบ้งเอง เลือกเส้นทางนี้ เขาก็ต้องเผชิญกับอุปสรรคมากมาย ชนิดที่ว่า ร่วมทุกข์กับเล่าปี่ เล่าเสี้ยน จนถึงที่สุด

เห็นชีวิตของขงเบ้ง และยุคแห่งความแก่งแย่ง วุ่นวาย ของวงราชการ ในวรรณกรรมแล้ว ก็คิดถึง คำพูดของ จื่อก้ง หนึ่งในศิษย์เอกของ ท่านขงจื่อเลยค่ะ ซึ่งก็สะท้อนให้เห็นภาพได้ชัดเจนขึ้นอีกเป็นอย่างดี

จื่อก้ง เป็นหนึ่งศิษย์เอก หมวดวาทศิลป์ อาจารย์(ท่านขงจื่อ)จะสนับสนุน ความสามารถของลูกศิษย์แต่ละคน และผลักดันให้ใช้ความรู้ ความสามารถ เพื่อเข้ารับราชการแผ่นดิน

จื่อก้ง เองก็ได้ใช้ความสามารถของตน ในการรับราชการ ตามเจตนารมณ์ของอาจารย์

ซึ่งสร้างความดีใจกับอาจารย์เป็นอย่างมาก

เพียงแต่ อุดมการณ์ของจื่อก้ง นั้นอยากจะเป็น พ่อค้า เพราะตนเองเกิดในตระกูลพ่อค้า

เขาก็พูดกับอาจารย์ อย่างเปิดเผย จริงใจ หลังจากที่ แคว้นฉี ได้ส่งคนมาเชิญให้เขาไปรับตำแหน่งนายอำเภอ ว่าเขามิมีความสนใจงานราชการ

"ประการที่หนึ่ง - เพราะอำนาจรวมศูนย์อยู่ที่เหล่าเจ้าแคว้นทั้งหมด ดังนั้นเหล่าเจ้าแคว้นจึงสามารถชี้ขาดชะตาบ้านเมืองและประชาชนโดยสมบูรณ์ หากใครสามารถประจบเอาใจได้ถูกก็จะมีอนาคตทางการเมืองที่ไม่มีขีดจำกัด ส่วนใครที่คัดค้านขัดใจ ก็จะถูกเนรเทศ หรืออาจจะถึงขั้นประหารทั้งวงศ์ตระกูลได้

ประการที่สอง - วงราชการมีความดุเดือดดุจแดนพยัคฆ์ หากดูจากประสบการณ์ของผู้ที่อยู่ในวงราชการมาแต่อดีต ทั้งหมดล้วนต้องผ่านการแก่งแย่งชิงดีอย่างดุเดือดมาก่อนทั้งสิ้น แม้ว่าใครดีใครอยู่ก็จริง แต่สุดท้ายก็หามีใครได้ผลดี

ประการที่สาม - ตำแหน่งนายอำเภอถือว่าเป็นผู้ดูแลในระดับท้องถิ่น ดังนั้นจึงต้องปกครองให้ประชาชนได้อยู่ดีมีสุข แต่บัดนี้คนโฉดครองเมือง ประชาราษฎร์ถูกข่มเหง การที่จะบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้สังคมได้พัฒนา ปวงประชาได้สุขสันต์ เรื่องนี้นับว่ามีความยากเย็นและสลับซับซ้อนยิ่งนัก

อนึ่งศิษย์รู้สึกว่าโลกนี้มีแต่คนที่อิจฉาและชิงชัง นักปราชญ์เสียส่วนมาก ยิ่งเป็นพวกที่มีความสามารถดาด ๆ กลับยิ่งเป็นพวกที่คอยก่อเหตุวุ่นวาย เที่ยวใส่ร้ายปราชญ์เมธี ข่มเหงรังแกผู้บริสุทฺธิ์ ดังนั้นศิษย์จึงมิมีความสนใจงานราชการแต่อย่างใด"

ทางด้านท่านขงจื่อ ได้ฟังแล้ว ก็ถอนหายใจ ว่า "ที่เจ้ากล่าวมาก็ใช่ว่าไม่มีเหตุผล แต่เจ้าก็ติดตามอาจารย์มาหลายปี ได้เรียนรู้วิชาทั้งศิลป์และยุทธมาโดยสมบูรณ์ แต่หากมินำพาในการฟื้นฟูจริยธรรมแห่งราชวงศ์โจวให้ปรากฎ ดำเนินเมตตาธรรมในการปกครองให้สำแดง เพื่อให้ประโยชน์สุขได้ตกแก่ประชาชนเป็นสำคัญแล้ว เช่นนี้จะมินับว่าน่าเสียดายดอกหรือ?"

จากคำพูดดังกล่าวนี้ ความหมายคือ "เมื่อเจ้าผู้มีความรู้ ความสามารถ ไม่ลงมือช่วยทำเพื่อส่วนรวม แล้วใครจะทำ"

เมื่อเราได้อ่านแล้วก็ นึกถึง เรื่อง สามก๊ก แล้ว ทำให้เราเข้าใจถึงความรู้สึก นึกคิดของ ปราชญ์ในยุคที่ได้รับอิทธิพลการศึกษาหลักการของท่านขงจื่อ เกี่ยวข้องกับหลักความคิดในการช่วยฟื้นฟู ปฎิรูปการปกครองให้ดีขึ้นของ ขงเบ้ง ในวรรณกรรม ซึ่งเราพอจะเห็นได้ ตอน เสฉวน

และกระบวนการความคิดที่ต้องรับมือกับผู้คนในแดนพยัคฆ์นี้ของขงเบ้ง เป็นอย่างไร

ถือว่าเขาเป็นคนที่เข้มแข็งมาก และฝ่าฝันอุปสรรคต่างๆ อย่างค่อนข้างลำบาก จะบอกว่าทุลักทุเล ด้วยก็เช่นกัน และสิ่งหนึ่งที่ขงเบ้ง ไม่มีให้ด่างพร้อยและยึดมั่นในอุดมการณ์ก็คือ ความจงรักภักดี ซื่อสัตย์ และความรับผิดชอบในหน้าที่อย่างเต็มที่ที่สุดของขงเบ้ง

สวัสดีครับแม่นางเตียว

  • ยังวิเคราะห์ได้ดีเหมือนเดิมครับ
  • แม้วงราชการปัจจุบันของไทย..ก็ไม่พ้นเรื่องแก่งแย่งชิงดี แย่งความเป็นใหญ่ แต่ก็ยังมีคนที่เป็นน้ำดีทำเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนอยู่บ้าง คนพวกนี้เป็นผู้มีอุดมการณ์อย่างแท้จริง
  • มีสิ่งดีๆ ในสามก๊กที่เรานำมาเป็นตัวอย่างในการดำเนินชีวิตได้ครับ

ขอบคุณค่ะ อาจารย์ Beeman

ยิ่งได้อ่านวรรณกรรมอิงประวัติศาสตร์ ท่านขงจื่อ เสริมเข้าไปอีก ก็ยิ่งทำให้เราเห็นภาพ ของ สามก๊ก ได้ชัดเจนอีกเช่นกัน อ่านแล้วรู้สึกว่า มันค่อนข้างที่จะทุกข์ระทม

อุดมการณ์ของผู้ที่ตั้งใจอุทิศความรู้ ความสามารถ เพื่อส่วนรวม แต่โอกาสและปัจจัยรอบข้างไม่อำนวย

ผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ แต่ถอดใจ ไม่ยุ่งเกี่ยวกับความวุ่นวาย

ส่วนผู้ที่มีโอกาสได้รับราชการแผ่นดิน บ้างก็ไม่ได้ตระหนักถึงหน้าที่

ซึ่งมันก็มีอยู่เกือบทุกยุคสมัย จริงๆค่ะ

  • ขอบคุณมากเลยนะครับ
  • อ่านสามก๊กแล้ว....
  • บางที ผมก็ "ถอดใจ"
  • กับการรับราชการ อยู่บ่อย ๆ เหมือนกันนะครับ
  • ดีแต่ว่า
  • ยังเป็นครู
  • จึงไม่ได้ "เข้มข้น"
  • เหมือน ครูบริหาร กลุ่มหนึ่งนะครับ
  • ขอขอบคุณอีกครั้งมาก ๆ นะครับ

สวัสดีค่ะ คุณครูชยพร

เราเองก็ทำงานเอกชน มีเรื่องให้รู้สึก ถอดใจ อยู่หลายครั้ง แต่เราก็ยังคงต้องดำเนินชีวิตต่อไป เดี่ยวนี้อายุเริ่มเยอะ ไม่บู๊มากเหมือนเมื่อก่อน แต่ยังมีข้อเสียที่เราเป็นคนที่อารมณ์ร้อนอยู่ ในบ้างครั้ง แต่การได้ระบายออกไปบ้าง ก็เป็นสิ่งที่ดีเหมือนกัน

ได้อ่านเรื่องของ ท่านขงจื่อ นี่ ก็ทำให้รู้ว่า อุดมการณ์ที่มุ่งมั่นของคนที่เป็นครูผู้อุทิศ ความรู้ สั่งสอนอบรม ลูกศิษย์ แต่ละคน นี่ไม่ใช่เรื่องง่ายนะคะ ซึ่งเราอ่านแล้ว นับถือความเป็นครูของท่านขงจื่อค่ะ เพราะท่านจะเฝ้าดูการพัฒนาของลูกศิษย์ และสอนให้สอดคล้องกับอุปนิสัย ความสามารถ ที่แตกต่างกันไปของตัวลูกศิษย์ ซึ่งตรงนี้ ถือว่า น่าสนใจมากค่ะ

  • แม่นางเตียวมาตอบ..แทนให้แล้ว..ขอบคุณ..อิอิ

ดิฉันก็เป็นอีกคนหนึ่งที่อ่านสามก๊กฉบับของวรรณไว พัธโนทัย มามากกว่าสามจบ และเล่มอื่นๆที่ท่านอื่นเขียนและวิเคราะกันมาหลายเล่มและบางเล่มก็อ่านมาแล้วหลายรอบ เพราะเป็นคนเข้าใจอะไรยากเพราะไม่ค่อยจะเชื่อใครง่ายๆจึงทำให้อยากรู้เพิ่มขึ้นก็เลยหลวมตัว ซื้อไว้ในครอบครองถึงวันนี้106 เล่มแล้วชอบทั้งฉบับวณิพกของยาขอบ  ฉบับคนเดินดินของเล่าชวนหัว  ฉบับนายทุุนของมรว.คึกฤทธิ์ปราโมช ฉบับเฉินโซ่วของยศไกร ส.ตันสกุล  ฉบับหัวกะทิ ของทำนุ นวยุค  ฉบับเสน่ห์ผูู้นำ ของอึ้งมงคล        พิชัยสงครามสามก๊กของสังข์ พัธโนทัย  ตำราพิชัยสงครามของขงเบ้งแปลโดยอมร ทองสุก             มหาพิชัยสงคราม ของประดิษฐ์ พีระมาน   สามก๊กฉบับดราม่าของสมบัติ สวางควัฒน์  และอื่นๆ อีกหลายเล่มที่ผู้เรียบเรียงหรือผู้แปลได้พิมพ์ออกมาให้ได้อ่านกันเช่น ของบุุญศักดิ์ แสงระวี,   โกวิท ตั้งตรงจิตร ,สาละ บุญคง,  ก่อศักดิ์ ไชยัศมีศักดิ์, เปี่ยมศักดิ์ คุณากรประทีป,  ทองแถม นาถจำนง ,   ไป่ลี่หมิง ,     กิตติ โล่ห์เพชรัตน์  และอีกหลายท่านครั้งแรกที่เริ่มอ่านประมาณปี พ.ศ.2516 (อายุ15 ปี) อ่านในห้องสมุดโรงเรียนฉบับเจ้าพระยาพระคลัง(หน)ไม่ค่อยเข้าใจอะไรจำได้แต่  หมอฮัวโต๋จะผ่าสมองโจโฉจึงถูกโจโฉประหารชีวิตก็ยังงงอยู่หมอจะรักษาให้หายปวดหัวแต่กลับฆ่าหมอ ส่วนโจโฉ เล่าปี่ ซุนกวนก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าทำไมจะต้องรบกันด้วย ผ่านไปนานมาก ก็อ่านเพชรพระอุมา อ่านหนังสืออื่นๆ  ไปอีกสี่ร้อยห้าร้อยเล่ม เพิ่งกลับมาตั้งใจอ่านใหม่เมื่อปี2541 แต่ก็ไม่ได้อ่านเฉพาะสามก๊กอย่างเดียวมีอะไรน่าสนใจอย่างอื่นก็ซื้ออ่านและเก็บสะสมมาได้สองพันกว่าเล่มส่วนสามก๊กจะขาดไม่ได้เลยเพราะต้องสลับหยิบมาอ่านบ่อยมากพออ่านจบในหลายๆสำนวนและจากที่เริ่มเข้าใจถึงขั้นจำได้ว่าจูล่งน่ารักมากๆๆๆรักจูล่งที่สุด ขงเบ้งก็น่าสงสารเหลือเกิน จิวยี่ก็น่าสงสารเหมือนกัน ฮองตงเก่งมาก กวนอูกับเตียวหุยถ้ายอมอ่อนบ้างก็จะไม่หัวขาด สุมาอี้ที่รวมแผ่นดินได้ด้วยความโชคดีที่อายุยืนคนอื่นๆอายุรุ่นราวคราวเดียวกันตายหมดแล้ว มาถึงตอนนี้ก็เข้าใจในสัจธรรมของโลกแล้วสาธุ

คุณราตรีนี่น่าจะรุ่นราวคราวเดียวกับบีแมนครับ พอมีประสบการณ์ชีวิตพอสมควรแล้วกลับไปอ่านสามก๊ก ก็เลยเข้าใจสัจจธรรมของชีวิต คือ เรื่องของไตรลักษณ์ ครับ