วันนี้มีการอภิปรายทางวิชาการเรื่อง "มสธ. กับวิกฤตสังคม" ณ อาคารสัมนา 1 มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช มีข้อมูลความรู้มีสาระที่น่าสนใจหลายๆเรื่อง ข้อมูลเปรียบเทียบเรื่องการอ่านหนังสือ เฉลี่ยคนไทยอ่านหนังสือปีละ 7 บรรทัด คนสิงคโปรอ่านหนังสือปีละ 15 เล่ม คนไทยเข้าห้องสมุดปีละครั้ง มีจำนวน 3 % ของประชากรไทย และคนไทย จำนวน 0.1 % เป็นสมาชิกห้องสมุด เป็นนักเรียน นักศึกษาและประชาชนทั่วไป การอ่านหนังสือเป็นการลงทุนที่น้อยที่สุดและเป็นมรดกที่มีค่าที่สุดในอนาคต ความรู้ ความคิด ปรัชญา เพิ่มความฉลาดทางปัญญา การอ่านทำให้คนเป็นคนโดยสมบูรณ์ จรรโลงใจ การอ่านเป็นการเรียนรู้ทำให้ทันโลก ทันคน รู้จักตัวเองและรู้จักคนอื่น ข้อมูลนี้สะท้อนได้หลายๆอย่างถึงคุณภาพชีวิต วิธีคิด การรับผิดชอบต่อสังคม รวมถึงความพร้อมในระบบประชาธิปไตย ทำอย่างไรที่จะให้คนไทยเปิดใจรับและรักการอ่าน
น่าเสียดายที่เดี๋ยวนี้เด็กๆ อ่านหนัีงสือที่เป็นเล่มๆ แบบนี้น้อยลง เพราะใช้ Net กันมาก
และแทบไม่ได้อ่าน Cop &paste ส่งรายงานกัน แถมบางทีจ้างร้านอีกต่างหาก
ต้องมีวิธีให้นักเรียนหันมาสนใจใช้ห้องสมุดกันมากขึ้น
ห้องสมุดต้องมีอากาศถ่ายเท โปร่ง สะอาด มีแอร์ด้วยยิ่งดีนะคะ
การบริการที่ดี รวดเร็ว มีอินเตอร์เน็ตไว้ให้ค้นหา มีหนังสือและตำราเล่มใหม่ๆมาเพิ่มเติมสม่ำเสมอมีนิตยสารต่างๆ
ส่วนตัวชอบเข้าห้องสมุดคะ
สวัสดีคะ คุณ ฺBy Jan
ข่าวสาร คือเงินตราแห่งอนาคต ความรู้ คืออำนาจ
น่าเสียดายที่เด็กไทยไม่สนใจในการอ่าน ไม่สนใจในการรับข่าวสารและไม่ใฝ่รู้
เมื่อไรจะเห็นรัฐบาลมีการรณรงค์การอ่านถือเป็นวาระแห่งชาติ
ขอบคุณมากนะคะที่มาร่วมห่วงใยเยาวชนของชาติร่วมกัน
สวัสดีคะครูนก
เห็นด้วยกับคุณครูทุกประการนะคะ
ต้องมีการปรับสถานที่และสร้างปลูกอุปนิสัยในการเรียนรู้จากห้องสมุดให้มากขึ้น
โลกอินเตอร์เนต ทำให้คนเข้าห้องสมุดน้อยลงคะ
แต่ว่าหากคนใช้อินเตอร์เนตในการศึกษาเรียนรู้ก็พอทำเนา
ข้อมูลในอินเตอร์เนตเชิงลึกสู้การค้นคว้าจากห้องสมุดไม่ได้นะคะ
สวัสดีคะ คุณ ชำนาญ เขื่อนแก้ว
มีความคิดเช่นเดียวกับคุณนะคะ
การปลูกฝังนิสัยรักการอ่านต้องเริ่มต้นตั้งแต่เป็นเด็กเล็ก
ผู้ใหญ่ที่บ้านอาจเป็นตัวแบบให้เด็กดูเป็นตัวอย่าง
โดยการอ่านหนังสือเป็นกิจวัตรและให้เด็กมีส่วนร่วมด้วยในกิจกรรมประจำวัน
ส่วนที่โรงเรียนก็เห็นด้วยกับวิธีการของคุณนะคะ
หนับหนุนการอ่านเต็มที่ค่ะ เริ่มจากที่บ้าน ตัวอย่างดีๆ โรงเรียนเข้มข้น สร้างกระแสสังคม
แต่ควรเลือกหนังสือด้วยนะคะ เพราะหนังสือสม้ยใหม่เดี๋ยวนี้บางเล่ม หาคุณค่ายากค่ะ ;)
เพิ่งไปชมห้องสมุดปชช. ที่อรัญฯ และยะลา มา บอกได้ว่า ชวนให้อ่าน เรียนรู้มากค่ะ
สวัสดีคะคุณ ฐานิศวร์
สถิติข้อมูลการอ่านหนังสือดังกล่าวเป็นการอ่านหนังสือที่มีสาระนะคะ
คนไทยไม่สนใจอ่านหนังสือที่มีสาระประโยชน์
กลุ่มนักเรียนนักศึกษากลับสนใจอินเเตอร์เนตในการพูดคุยเรื่องไร้สาระมากกว่าเรื่องที่มีสาระหรือการค้นคว้า
รัฐบาลเพิ่งให้ความสนใจถือการอ่านหนังสือเป็นวาระแห่งชาติตามมติ ครม. 5 สิงหาคม 2552
ส่งเสริมการอ่านเป็นวาระแห่งชาติ โดยกำหนดให้วันที่ 2 เมษายนของทุกปี เป็นวันรักการอ่าน
และกำหนดให้ปี 2552-2561 เป็นทศวรรษแห่งการอ่านคะ
ขอบคุณมากนะคะ
สวัสดีคะคุณ poo
การสนับสนุนการอ่านหนังสือ ต้องมีการรณรงค์และสร้างนิสสัยคนรุ่นใหม่
โดยกระตุ้นให้เชื่อว่าการอ่านมีคุณประโยชน์ เหมือนการการกระตุ้นเรื่องโภชนาการการเลือกรับประทานอาหารดูแลสุขภาพนะคะ
ชื่นชมนะคะที่ยังมีวาระจรไปเยี่ยมชมห้องสมุดประชาชนในจังหวัดต่างๆ
อ่านน้อยจริงๆด้วยครับ สงสัยพ่อแม่ ครูอาจารย์ต้องทำเป็นตัวอย่างและหาหนังสือที่เป็นประโยชน์มาให้เด็กๆๆนะครับ ขอบคุณครับ
อยากให้รัฐส่งเสริมการอ่านด้วยการลดค่ากระดาษ ราคาต่อเล่มจะได้ลดลง
สวัสดีคะ อาจารย์ ขจิต ฝอยทอง
เห็นด้วยกับอาจารย์นะคะผู้ใหญ่ควรทำตัวเป็นแบบอย่างในการสนใจศึกษาหาความรู้และสนใจอ่านหนังสือ
คุณภาพของประชาชนอยู่ที่การได้อ่านหนังสือเพื่อ่เปิดโลกทัศน์
แต่จะทำอย่างไรละคะที่จะทำให้ประชาชนมีจิตสำนึกในการปลูกฝังเช่นนี้
ประชาชนเองก็เถอะมิได้มีการเอาใจใส่ฝึกฝนตนเองเพื่อใฝ่หาความรู้
จะคอยเฝ้าติดตามว่า นโยบายส่งเสริมการอ่านเป็นวาระแห่งชาติจะได้ผลประการใดนะคะ
สวัสดีคะ อาจารย์โภสณ
ความคิดในการลดต้นทุนการพิมพ์ถือเป็นสิ่งที่ส่งเสริมยิ่ง หนังสือที่ราคาถูกลงจะทำให้ประชาชนเข้าถึงได้มากขึ้น
แต่ปัจจุบันนี้ สำนักพิมพ์กลับเป็นผู้กำหนดราคาหนังสือนะคะและมักจะขายราคาเต็มที่พิมพ์ในหน้าหนังสือ
ไม่เหมือนสมัยก่อนราคาหนังสือไม่ว่าจะหนังสือตำราเรียนก็ดีหรือหนังสืออ่านประเทืองปัญญาอื่นๆก็ดี
ผู้ขายมักขายต่ำกว่าราคาที่ตั้งไว้ถึง 20 % หรือขายต่ำกว่านั้น
สมัยก่อน ห้างไทยวัฒนาพานิช ผูกขาดการพิมพ์หนังสือแบบเรียน ก็ขายต่ำกว่าราคาปกกันทั้งนั้นคะ
สวัสดีครับ
ผมว่า การลดราคาหนังสือ ไม่น่าจะช่วยใ้ห้คนรักการอ่านมากขึ้นนะครับ
มันอยู่ที่นิสัย ของเขามากกว่าครับ ที่ไม่รักการอ่าน
แถวบ้านผม ขนาดเอกสารแค่แผนเดียว ยังไม่ค่อยอยากจะอ่านกันเลยครับผม
มาชม
พึ่งไปยืมหนังสือมากองไว้ยังไม่ได้อ่านเล่มที่จะใช้สอน
แต่เริ่มอ่านงานเขียนทั่วไป...แล้วเพลิน ๆ มาเจอพายุเลยวางหนังสือไว้...
เดี๋ยวจะไปเปิดอ่านต่อซะแล้ว...ขอบคุณที่สะกิด...ให้อ่านนะครับ...อิ อิ อิ...
ความเห็นของคุณ dazedx น่ารับฟังนะคะ
หากคนไม่สนใจในการอ่านแม้กระดาษเพียง 1 แผ่นเขาก็ไม่อ่าน
การปลูกฝังนิสัยรักการอ่านต้องเริ่มต้นที่บ้านคะ มีผู้ใหญ่เป็นต้นแบบ
หากผู้อ่านนิยมอ่านนวนิยาย คนในบ้านก็มักอ่านนวนิยายไปด้วย
มีการสำรวจจำนวนคนที่อ่าน..อ่านหนังสืออะไรมากที่สุด
พบว่า อ่านหนังสือพิมพ์มากที่สุด รองลงมาก็นวนิยาย การ์ตูน หนังสืออ่านเล่น
เหตุผลที่ได้รับความนิยมเพราะเข้าถึงง่ายและสะดวกในการอ่าน
สำหรับเรื่องสั้น วรรณกรรม สารคดี ก็คนอ่านบ้างแต่น้อยคะ
สวัสดีคะ อาจารย์ umi
อาจารย์ยืมหนังสือมากองแสดงว่ายืมมาหลายเล่ม นับได้ว่าอาจารย์เป็นนักอ่านตัวยงนะคะ
นักวิชาการอยู่กับหนังสือมาตลอดและจะอยู่กันไปชั่วชีวิต
เพราะอาจารย์ umi อ่านมามากเลยมีจินตนาการที่งอกเงยงดงาม
งานเขียนของอาจารย์น่าอ่านมากคะ
เห็นด้วยกับคุณครับในการตั้งหัวข้อเพื่อย้ำความสำคัญของการอ่านของคนไทยวันนี้
สุรีย์พร หายไปนาน เข้ามาทักทายส่งท้ายปีใหม่ ขอให้สุขใจในปีใหม่นะครับ